สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๕๓

สมเกียรติ ศรลัมพ์ พูดถึงปัญหางบประมาณของประเทศ โดยวิจารณ์สมมุติฐานของรัฐบาลและแสดงความกังวลเกี่ยวกับปัญหาทางการเงินในประเทศต่างๆ ของยุโรป รวมถึงเรียกร้องให้รัฐบาลปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญและหาวิธีแก้ไขปัญหางบประมาณของประเทศ

นายสมเกียรติ ศรลัมพ์ แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ กระผม สมเกียรติ ศรลัมพ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อแผ่นดิน จังหวัดนครสวรรค์ครับ ก่อนอื่นผมได้นั่งใคร่ครวญว่าวันนี้ ผมจะอภิปรายงบประมาณดีหรือไม่ ถามว่ามีเหตุผลอะไร ผมฟังรัฐบาลตั้งแต่เช้า แล้วก็เหตุการณ์ที่ผ่านมานี่ผมเห็นความมั่นใจของรัฐบาล ของนายกรัฐมนตรี ของรัฐมนตรี ทุกคน ไม่ว่ามีใครพูดอะไรก็ตามเถียงทุกเม็ด รู้สึกว่าตนเองถูกทั้งหมด ทีนี้ถ้าชาที่มัน เต็มถ้ วยแล้วนี่เราจะใส่อย่างไรมันก็ไม่เข้า จริง ๆ แล้วการทํางานในสภา ระบอบประชาธิปไตยนี่คือ การสอบถาม ติดตาม แล้วก็ให้ข้อคิดซึ่งกันและกัน จึงเป็น จริยธรรมของการปกครองระบอบประชาธิปไตย พอผมมองแล้ว เอ๊ะ ถ้าเราพูดแล้วนี่ ท่านจะฟังหรือเปล่า หรือว่าฟังแต่จะเอาไปปฏิบัติหรือเปล่า หรือนําไปปฏิบัติ แต่ก็มีวุฒิภาวะ มีฝี มือ มีประสบการณ์ พอหรือเปล่าที่จะเอาคําแนะนําของทุกคน ไปปฏิบัติอย่างสัมฤทธิผล พอเห็นอย่างนี้ก็รู้สึกเหนื่อยนะครับ แต่อย่างไรก็ตามเมื่อเป็น หน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแล้วเป็นหน้าที่ที่ต้องพูดจะขอพูดในเชิงสร้างสรรค์ ให้เห็นว่ารัฐบาลนั้นกระทํางบประมาณนั้นอย่างไรบ้าง ผมได้อ่านงบประมาณที่ได้ทําแล้ว ผมรู้สึกว่ารัฐบาลวางงบประมาณในสมมุติฐานที่ประมาท ถามว่าอย่างไร สมมุติฐาน ที่รัฐบาลได้วางงบประมาณ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้เกิดจากหวังว่าในอนาคตกาลข้างหน้านั้น เศรษฐกิจของประเทศไทยส่งออกจะดีขึ้น โตขึ้น ๓.๕ เปอร์เซ็นต์หรือ ๔.๕ เปอร์เซ็นต์ และแนวโน้มเศรษฐกิจของโลกนี่จะปรับตัวขึ้น แต่ท่านทราบไหมครับว่าปัจจุบันที่เกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้ว ปัญหาซับไพรม์ (Subprime) ที่เกิดขึ้นในประเทศสหรัฐอเมริกานี่ เดี๋ยวนี้อย่าคิดว่าปัญหา ต่าง ๆ นั้นได้แก้ไขลุล่วงแล้ว เพียงแต่ประเทศสหรัฐอเมริกาสามารถที่ผลิตเงินเองได้ เอาเงินไปอุดทุกประเด็นทุกประตู เขาไม่ยอมปิดไฟแนนซ์ (Finance) หรือปิดทรัสต์ (Trust) หรือปิดสถาบันการเงิน หรือบริษัทต่าง ๆ เหมือนอย่างบ้านเรา ของเขานี่ครับ แม้บริษัทใหญ่ ๆ บริษัทรถยนต์อะไรก็ตามที่จะเกิดหายนะ รัฐบาลยอมเข้าไปเลยนะครับ แต่เวลามาแนะนําประเทศไทยสมัยไอเอ็มเอฟบอกให้ปิดหมดบ้านเราถึงหายนะ แต่พอ เกิดจากแผ่นดินเขาบ้านเขาเขาไม่ทํา นี่ประเด็นแรก เพราะฉะนั้นปัจจุบันนี่ปัญหา ประเทศสหรัฐอเมริกายังไม่จบนะครับ

ประเด็นแรก มาตามปัญหาที่ประเทศโปรตุเกส ประเทศกรีซ แล้วก็ประเทศ อิตาลี ประเทศสเปน ในยุโรปอีก ถ้าท่านติดตามให้ดีนะครับ ปัจจุบันปัญหาประเทศ โปรตุเกสที่เกิดขึ้น หนี้สาธารณะเขาต่อจีดีพีถึง ๙๑ เปอร์เซ็นต์ ประเทศกรีซ ๑๒๓ เปอร์เซ็นต์ ประเทศอิตาลี ๑๒๗ เปอร์เซ็นต์ แล้วประเทศสเปน ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ที่ยุโรปมีปัญหาแน่นอน ใหญ่ขนาดนั้นเสร็จแล้วเขาแก้ด้วยอะไรครับ ให้ประเทศฝรั่งเศส กับประเทศเยอรมนีเอาเงินเข้าไปอุด แล้วเรามาดูว่าปัญหาประเทศฝรั่งเศสกับ ประเทศเยอรมนี ประเทศฝรั่งเศสหนี้สาธารณะ ๙๒.๕ เปอร์เซ็นต์ แล้วประเทศเยอรมนี ๘๒ เปอร์เซ็นต์ สมัยก่อนเวลาเกิดปัญหาในประเทศเล็ก ๆ ประเทศยากจนจะเห็นว่า ประเทศในเอเชียหรือประเทศไทยที่สมัยก่อนเกิดต้มยํากุ้งนั้น ประเทศยากจนไม่มีเงิน ที่ล้มละลาย แต่ปัจจุบันเกิดปัญหาประเทศรํ่ารวยทั้งนั้นที่กําลังล้มละลาย สิ่งเหล่านี้ จะกระทบปัญหาโลกมากมาย ผมอยากจะกราบเรียนรัฐบาลว่าท่านไปกู้เงินจํานวนมหาศาล เพื่อหวังที่จะโก ออน (Go on) ไปข้างหน้า ถ้ามีปัญหาของสังคมโลกที่จะเกิดขึ้นในอนาคต อีกไม่กี่เดือนข้างหน้านั้นท่านมีวิธีการจะแก้ไขอย่างไร เพราะว่าการที่เราจะลงทุน ด้วยการกู้หนี้ยืมสินนั้นผมคิดว่าเป็นสิ่งที่ไม่ชอบและไม่คุ้ม ทีนี้เรามาดูว่าในต่างประเทศ ในยุโรปเขามีมาตรฐานว่าหนี้สาธารณะนั้นต้องไม่เกิน ๖๐ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี แต่ประเทศที่ผมกล่าวมาแล้ว ๑๒๓ เปอร์เซ็นต์ ๑๒๗ เปอร์เซ็นต์ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ ๙๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ทั้งนั้น สิ่งเหล่านี้เองจะเห็นได้ภาวะเศรษฐกิจของโลกไม่ว่าอเมริกาหรือ ยุโรปอันตรายมาก ประเทศไทยท่านเรียกร้องที่จะให้เศรษฐกิจพอเพียง เรียกร้อง ให้ประชาชนใช้เงินกันอย่างมัธยัสถ์ แต่รัฐบาลกลับไม่แสดงความมัธยัสถ์ให้เห็น ยังให้ ข้าราชการใช้เงินอย่างฟุ่ มเฟื อย ไม่มีก็กู้ มีคนบอกว่าที่รัฐบาลกู้เพราะต้องการ จะผูกพันความรู้สึกดี ๆ ต่อพรรคร่วมรัฐบาล ผมไม่อยากจะเชื่อว่าคนเราจะเอา ความหายนะของประเทศนั้นเพื่อความมั่นคงของตัวรัฐบาล ผมไม่เชื่อนะครับ แต่ว่าผมอยากให้ท่านนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีต้องตระหนักถึงสิ่งเหล่านี้ที่ในอีก ไม่กี่เดือนข้างหน้าจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

อีกประการหนึ่ง ผมมาดูรายละเอียดของงบประมาณตามนโยบาย ๖ ประการนั้น อ่านแล้วสวยหรูมาก เพราะว่ารัฐบาลจะมีกรอบแห่งความยั่งยืนในการคลัง แล้วก็ลดค่าใช้จ่ายภาครัฐ สรุปแล้วมีการขยายตัวเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน สิ่งเหล่านี้เรามา มองดูถ้ารัฐบาลมีวิสัยทัศน์ขนาดนี้ รัฐบาลมีฐานข้อมูลที่จะแสดงให้ประชาชนว่า มีความตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ มียุทธศาสตร์ที่ชัดเจน ผมคิดว่าประชาชนจะยอมรับได้ ในเบื้องต้น แต่พอเรามาดูถึงเนื้อหา เนื้อหาที่กําหนดไว้ในงบประมาณทั้งหมดเลย ที่ฉบับย่อ ท่านครับ เนื้อหาที่เกิดขึ้นนั้นทางรัฐบาลบอกว่าจะทําให้เศรษฐกิจการคลังยั่งยืน บอกว่าจะทําให้การส่งออกนั้นยั่งยืน มาดูเถอะครับว่างบประเทศไทย งบกระทรวงกลาโหม ได้ ๘.๒ เปอร์เซ็นต์ งบกระทรวงมหาดไทยได้ ๑๑.๒ เปอร์เซ็นต์ งบกระทรวงยุติธรรมได้ ๐.๘ เปอร์เซ็นต์ แล้วงบกระทรวงสาธารณสุขได้จํานวนมากมหาศาล จะเห็นได้ว่า งบประมาณต่าง ๆ ส่วนใหญ่ไปอยู่ในกระทรวงที่ไม่ได้ก่อให้เกิดมูลค่าการผลิต เราได้ใช้ ต้นทุนในการบริหารจัดการประเทศสูงเกินไป แต่กระทรวงที่ตามนโยบายจะต้อง ดําเนินการ เช่น กระทรวงพาณิชย์ได้ ๐.๔ เปอร์เซ็นต์ ๐.๔ เปอร์เซ็นต์นะครับ ไม่ถึง ๑ เปอร์เซ็นต์ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ๐.๓ เปอร์เซ็นต์ กระทรวงอุตสาหกรรม ๐.๓ เปอร์เซ็นต์ กระทรวงไอซีที ๐.๒ เปอร์เซ็นต์ รวมทั้งหมด ๑.๒ เปอร์เซ็นต์ ท่านคิดดูสิครับว่าสิ่งที่ท่านให้ไปอย่างนี้จะมีนัยสําคัญในการขยายตัวเศรษฐกิจได้อย่างไร เมื่อสักครู่นายกรัฐมนตรีพูดว่าจริง ๆ แล้วงบประมาณนั้นไม่ได้อยู่ที่กระทรวงนั้นโดยตรง แต่อาจจะอยู่ที่กระทรวงมหาดไทยหรือกระทรวงคมนาคม ใช่ครับ แต่จริง ๆ กระทรวงที่เขา รับผิดชอบโดยตรงต้องมียุทธศาสตร์แล้วก็มีความสามารถที่เพียงพอ ผมได้ไปต่างประเทศท่านทูตที่ประเทศอิตาลีท่านมีวิสัยทัศน์ในการจัดงาน เขาเรียก ตลาดนํ้าที่เวนิส (Venice) ท่านเชื่อไหมครับว่ามีความคิดริเริ่มแต่หางบประมาณไม่ได้ แล้วกงสุลที่มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีนจะมีการจัดกีฬาเอเชียนเกมส์ (Asian Games) ครั้งต่อไป ตอนนี้กําลังระดมที่จะเอาผลไม้เอาอะไรไปแจกไปให้คนชิม ท่านเชื่อไหมครับ ไม่มีเงิน ผมไปกับท่านประธานนี่แหละ ไม่มีเงินครับ แล้วถามว่าเงินต่าง ๆ ที่มีเป็นจํานวนมาก ในการขยายตัวเศรษฐกิจไปอยู่ที่ไหนหมด ไปอยู่กระทรวงที่ใช้กําลังอํานาจ ไม่ว่า กระทรวงมหาดไทย ไม่ว่าสํานักงานตํารวจแห่งชาติต่าง ๆ เป็ นหมื่นล้านบาท เป็นแสนล้านบาท แสดงว่าประเทศไทยเรามีปัญหาด้านการจัดการ ประเทศอื่นไม่ว่า กระทรวงมหาดไทย กรมตํารวจหรืออะไร เขากระจายไปสู่ท้องถิ่น เขามีปัญหาน้อย ผมอยากให้นายกรัฐมนตรีได้ปฏิรูปโครงสร้างของสังคม แล้วท่านจะประหยัด เรื่องงบประมาณต่าง ๆ ในการจัดการนี้อย่างมากมาย จะได้เอาเงินงบประมาณมาทุ่ม ในกระทรวงที่สําคัญ

ทีนี้เรามาดูครับว่าเนื่องจากเวลาผมเหลือน้อย ผมจะขอฝากประเด็น สําคัญที่เกิดขึ้น ผมได้อ่านงบประมาณของรัฐบาลผมเห็นว่ารัฐบาลได้ทําผิดกฎหมาย รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๗ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๗ เขียนว่า ในการนําเสนอ ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ ต้องมีเอกสารประกอบ ซึ่งรวมถึงงบประมาณรายรับ และวัตถุประสงค์ กิจกรรม แผนงาน โครงการในแต่ละ รายการของการใช้จ่ายงบประมาณให้ชัดเจน ที่สําคัญว่ารวมทั้งต้องแสดงฐานะการเงิน การคลังของประเทศเกี่ยวกับภาพรวมของภาวะเศรษฐกิจที่เกิดจากการใช้จ่าย และการจัดหารายได้ ประโยชน์และการขาดรายได้จากการยกเว้นภาษีเฉพาะราย ในรูปแบบต่าง ๆ

ท่านเชื่อไหมครับว่าตั้งแต่เปิดงบประมาณดูไม่เคยมีการรายงานรายจ่าย ที่เกี่ยวกับการยกเว้นภาษีเฉพาะรายในรูปแบบต่าง ๆ เลย สิ่งเหล่านี้รัฐบาลไม่ปฏิบัติตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๗ ปฏิบัติได้ประมาณสัก ๘๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง สิ่งเหล่านี้ ผมว่าสําคัญอย่างไร ท่านครับ งบประมาณที่รัฐบาลมาแสดงให้เราทราบนี้จริง ๆ แล้ว ประมาณ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ แต่สิ่งที่ไม่จําแนกที่ผมว่านี้ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี ท่านดูสิครับว่าในการยกเว้นภาษี กรมที่ยกเว้นภาษีก็คือ กรมสรรพากร กรมสรรพสามิต กรมศุลกากร บีโอไอ แล้วก็การนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งได้มีงานวิจัยของสมาชิกวุฒิสภา บอกเลยว่าตามกฎหมายรัฐธรรมนูญของปี ๒๕๕๐ ต้องจําแนกแจกแจงแล้วได้เปิดดู แล้วได้ดูถึงการรายงานของกรมสรรพสามิตแล้วก็กรมสรรพากรก็ไม่มีการบอกเหล่านี้ ท่านเชื่อไหมครับว่าในปีหนึ่ง ๆ เราได้ให้สิทธิพิเศษกับบุคคลต่าง ๆ ที่ได้สิทธิพิเศษ จํานวนมหาศาล เป็นแสนล้านบาท สิ่งเหล่านี้ถ้าเราเอามาพิจารณาให้ดูว่าเราให้กับใครบ้าง ทําไมถึงต้องให้ เพราะว่ารัฐบาลได้เขียนไว้ว่าสิทธิพิเศษทางภาษี จริง ๆ แล้วต้องเป็น รายจ่ายภาษีของรัฐแต่สิ่งเหล่านี้ตั้ง ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่ได้นําเข้ามาในการพิจารณา ของสภาผู้แทนราษฎร ผมถือว่าสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ไม่สมบูรณ์แล้วก็จงใจที่จะขัดต่อ รัฐธรรมนูญ ผมขอให้ท่านรัฐมนตรีลองตอบเรื่องนี้ด้วยว่าจริงหรือไม่ หลักฐานที่ผมพูดนี้ ไม่ได้ถูกระบุทั้ง ๆ ที่กฎหมายรัฐธรรมนูญจะต้องระบุให้ชัดเจนแต่ท่านไม่ปฏิบัติ เป็นการจงใจ หรือประมาทเลินเล่อ หรือลืมไป ผมอยากให้ท่านตอบด้วยจะได้เห็นว่า รัฐบาลมีความตั้งใจแต่ลืมไป เขาบอกว่าลืมไป เพราะว่าผมได้ตรวจสอบดูทั้งหมดแล้ว ไม่มีจริง ๆ สิ่งเหล่านี้เป็นความสําคัญนะครับ ถ้ามีสมาชิกนํารายชื่อไปให้ศาลรัฐธรรมนูญ ตีความว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ผมว่าเรื่องนี้จะยาวยิ่งขึ้น ผมอยากให้รัฐบาลได้ตอบให้ชัดเจนว่าเรื่องนี้เป็นอย่างไร สิ่งที่จะต้องเกิดขึ้นในการอุดหนุนนั้นเป็ นเรื่องน่าแปลกครับ เงินที่อุดหนุน ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ไปอุดหนุนนายทุนต่างชาติ ไปอุดหนุนคนรวย ส่วนคนจนนี่ เอสเอ็มอีหรือสิ่งต่าง ๆ กว่าจะอุดหนุนให้ กว่าจะทําอะไรให้นะครับยากลําบากแสนเข็ญ สิ่งเหล่านี้ผมคิดว่ามันเป็นมาตรการที่ไม่ควรจะกระทําอย่างยิ่ง

ผมจะขอสรุปว่าในแต่ละปี ๆ เราก็มาพิจารณางบประมาณ จริง ๆ แล้ว งบประมาณต่าง ๆ เป็นการเสนอการใช้โดยข้าราชการประจํา นักการเมืองก็เหมือนเป็น ตัวนายหน้าผ่านเรื่องนี้เท่านั้น แต่สิ่งที่จะต้องคิดใคร่ครวญว่างบประมาณแผ่นดินนั้น เป็นเพียงหน่วยองคาพยพหน่วยหนึ่งนั้น เพราะว่าจีดีพีของเรา ๑๐ ล้านล้านบาท เราจะใช้ งบประมาณแค่ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาทจะกระตุ้น ไม่ใช่หรอกครับ สิ่งที่สําคัญในการพัฒนา บ้านเมืองนั้นไม่ใช่แค่เพียงงบประมาณเท่านั้น แต่จะต้องมีการกระจายศักยภาพ ของประชาชน ของมนุษย์ ให้ชัดเจน สิ่งที่ผมขอฝากในคณะรัฐบาลว่าปัจจุบันสังคม มีความแตกแยกอย่างที่ทุกคนได้ตระหนักแล้ว ความร้าวลึกที่เกิดขึ้นนั้นจะขยายหรือจะ เบาบางก็เพราะการจัดการของรัฐบาล ขอให้รัฐบาลตระหนักนะครับว่าท่านเป็นผู้นํา ของบ้านเมืองอะไรก็ต้องใจเย็น ๆ อะไรที่จะทําให้สังคมมีความแตกแยก แล้วตํารวจ ที่ไปเที่ยวไล่จับบุคคลต่าง ๆ เหมือนภาวะปฏิวัติ เลิกเถอะครับ ผมจําได้เมื่อสมัย ๑๔ ตุลาคม ๖ ตุลาคม สมัยอาจารย์ธานินทร์ กรัยวิเชียร ได้เคยไล่ล่าอย่างนี้แหละ จนทุกคนต้อง ออกไปอยู่ในป่า ตอนนี้เราไม่มีป่าแล้ว เราก็อยู่ในเมือง แต่อย่างไรก็ตามผมขอฝากรัฐบาลว่า งบประมาณที่ตั้งขึ้นนั้นทุกคนเห็นว่ามีประโยชน์แต่ไม่มีนัยสําคัญในการทํางาน แต่ถ้าจะมี นัยสําคัญนั้นต้องพัฒนาศักยภาพการผลิตของคน ๖๔ ล้านคนให้ได้มีประสิทธิภาพ แล้วผมขอฝากให้รัฐบาลตอบว่ารัฐบาลมีความจงใจที่จะไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๑๖๗ หรือไม่ ขอให้รัฐบาลตอบในกรณีที่นโยบายและการขาดรายได้ในการยกเว้นภาษีรูปแบบ ต่าง ๆ นั้นท่านให้ใครบ้าง แล้วทําไมไม่รายงานให้กับสภาได้ทราบตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ขอบคุณครับ