อนุดิษฐ์ นาครทรรพ พูดถึงปัญหาการบริหารงบประมาณของรัฐบาล โดยพบปัญหาคอร์รัปชันและขาดประสิทธิภาพในการใช้จ่าย และหารือเรื่องยุทธศาสตร์การรักษาความมั่นคงของประเทศ โดยเรียกร้องการลดการใช้งบประมาณ และขอให้มีการพูดคุยกันอย่างเปิดเผย
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๕ พรรคเพื่อไทย สําหรับร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจําปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ นั้นก็ได้มีผู้อภิปรายถึง ความไม่ชอบมาพากล ความไม่โปร่งใส การขาดประสิทธิภาพในการวางแผนงบประมาณ ความซับซ้อน ความซ่อนเงื่อน ที่ถูกหมกเม็ดเอาไว้อย่างแนบเนียน ส่อไปในทางที่อาจจะ นําไปสู่การทุจริตเหมือนกับปี ๒๕๕๓ ที่ผ่านมา สิ่งเหล่านี้ในปี ๒๕๕๔ นี้ก็ได้ปรากฏ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจนมากมายหลายโครงการ จนวันนี้พี่น้องประชาชนส่วนหนึ่ง ได้ให้สมญานามของรัฐบาลชุดนี้ว่ากู้มาโกง เพราะว่าท่านบริหารราชการแผ่นดิน ในประเทศนี้เพียงปีเศษเท่านั้น เพียงปีเศษนั้นทั้งฝ่ายค้านแล้วยังมีพี่น้องประชาชน อีกจํานวนหนึ่งได้มาร่วมกันตรวจสอบการใช้งบประมาณของท่านก็พบว่ามีโครงการ ที่ทุจริตคอร์รัปชันไปแล้ว มีโครงการที่เชื่อว่าอาจจะมีการทุจริต ตลอดจนโครงการที่พบว่า มีความไม่ชอบมาพากลหลายสิบโครงการ ผมคิดว่าท่านอาจจะจําไม่ได้ว่าจะมี กี่สิบโครงการก็แล้วแต่ เพราะแต่ละครั้งที่มีการออกมาเปิดเผยเรื่องราวอันไม่ชอบมาพากล ก็มีแต่การตีกรรเชียงหนี ประดิษฐ์คําพูดสวยหรูออกมาตอบโต้ตลอดเวลา แต่เท่าที่ผมจําได้ ขณะนี้ยังไม่เคยแก้ไขครับ ผมเตือนความจําให้ท่านว่ามีกี่โครงการที่มันเริ่มขึ้น หลายคน บอกตั้งแต่ผู้บริหารเข้ากระทรวงก้นยังไม่ทันหายร้อนก็มีการทุจริตคอร์รัปชันกันแล้ว ไล่กันมาตั้งแต่ปลากระป๋ องเน่า ต่อมาอีกนิดก็มีการทุจริตซึ่งการทุจริตอันนี้ยอมรับไม่ได้ ทีเดียว เป็นการทุจริตในโครงการที่น้อมนําพระราชดําริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาเป็ นชื่อของโครงการ แล้วก็บังอาจปล่อยให้มีการทุจริตจนต้องระงับโครงการ แต่อย่างไรก็ดีโครงการนี้แหละที่มีการทุจริตก็มีการเบิกจ่ายงบประมาณไปเกือบ ๖,๐๐๐ ล้านบาท มีหลายคนคํานวณออกมาว่าความเสียหายเฉพาะโครงการเดียวนั้น ก็อาจจะเป็ นหลายพันล้านบาท เท่านั้นยังไม่พอยังมีการประกาศกฎเหล็ก ๙ ข้อ ให้คณะรัฐมนตรีนั้นได้ใช้เป็นแนวทางในการทํางาน แต่เอาเข้าจริง ๆ กฎเหล็กก็ดูเสมือนว่า เป็นกฎเด็ก เพราะว่าสิ่งที่ท่านได้พูดเอาไว้มันไม่ได้สามารถที่จะใช้บังคับคณะรัฐมนตรีของท่าน จนฉายากู้มาโกงผมเชื่อว่าไม่ได้ได้มาด้วยโชคช่วยหรอกครับ ผมไล่ให้ฟัง อีกครั้งหนึ่งว่ามีโครงการที่ชาวบ้านเขาเชื่อกันว่ามันไม่ชอบมาพากล มีการทุจริต ไล่กันนะครับ ปลากระป๋ องเน่า เช็คช่วยชาติ ชุมชนพอเพียง ต้นกล้าอาชีพ การจัดหา ครุภัณฑ์ทางการแพทย์ การจัดหาครุภัณฑ์ทางการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ การจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ ที่วันนี้หลายคนบอกว่ามันเป็นยุทโธปกรณ์ที่ไร้ประสิทธิภาพ ไม่ตรงกับความต้องการของผู้ใช้หรือเหล่าทัพ เครื่องมือตรวจหาวัตถุระเบิดที่วันนี้หลายคนบอกเป็ นเครื่องมือลวงโลก เรือเหาะ ตรวจการณ์ของกองทัพบก สิ่งเหล่านี้ได้พิสูจน์จากตัวของอาวุธยุทโธปกรณ์ที่จัดหามาครับ นี่ยังไม่หมายรวมถึงรถเกราะล้อยาง ยังไม่หมายถึงยุทโธปกรณ์อีกจํานวนมาก ที่ในวันนี้ก็เชื่อว่ามีการไปผูกพันงบประมาณกันเรียบร้อยแล้ว ๑๐ ปีครับท่านประธาน ไปผูกพันกันไว้เกือบ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็คือ ๙๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั่นเอง ถ้าเกิดว่าเราลองมานับจํานวนงบประมาณที่ผูกพันในการไปจัดซื้อยุทโธปกรณ์ ๑๐ ปี ๙๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็เท่ากับว่าเราจัดซื้อในประเทศของเราในการจัดหายุทโธปกรณ์ ปีละ ๙๐,๐๐๐ ล้านบาท ขณะเดียวกันกับที่กระทรวงสาธารณสุขที่มีหน้าที่ดูแลสุขภาพ ของพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ปี ๒๕๕๓ ได้รับเงินงบประมาณเพียง ๗๐,๐๐๐ ล้านบาทเศษเท่านั้น แล้วก็ในปีนี้ ๒๕๕๔ ก็ได้เพียง ๘๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เท่านั้นเอง นอกจากนั้นยังมีโครงการที่มีความไม่ชอบมาพากลมากมายที่ฝ่ำยค้าน ตรวจสอบพบนะครับ วันนี้ต้องขอบคุณผู้บริหารในรัฐบาลชุดนี้บางคนที่มีจิตสํานึกที่ดี และมีความรับผิดชอบต่อการใช้งบประมาณอย่างตรงไปตรงมา เมื่อรับทราบสิ่งผิดปกติ ที่ฝ่ายค้านตรวจสอบแล้วเสนอแล้วบอกกล่าวต่อสังคมก็รีบระงับโครงการเอาไว้เพื่อไป แก้ไขให้โปร่งใสเช่นโครงการจัดหาคอมพิวเตอร์ของกรุงเทพมหานคร ที่ท่านผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานคร หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร เมื่อมีการเปิดเผยว่าทีโออาร์ (TOR) นั้น อาจจะมีปัญหา สิ่งที่ท่านทําถูกต้องที่สุดก็คือการระงับเอาไว้ จากนั้นไปตรวจสอบ เมื่อพบว่ามันอาจจะมีปัญหาก็เปลี่ยนทีโออาร์แก้ไขข้อบกพร่องที่เกิดขึ้น อย่างนี้ต้องขอ ชมเชยครับ ขอชมเชยด้วยใจจริงจากฝ่ายค้านถึงท่านหม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ว่าท่านเป็นผู้ที่มี ธรรมาภิบาล แล้วก็เห็นการใช้จ่ายงบประมาณของรัฐนี่เป็นสิ่งที่สําคัญ ต้องทําอย่างโปร่งใส เพราะว่ามันเป็นเงินภาษีอากรของพี่น้องประชาชน เงินในกระเป๋ำของท่านประธานก็เงิน ของผมด้วยเช่นเดียวกัน แต่ก็มีอีกหลายโครงการที่ตรวจสอบออกมาแล้วมีข้อพิรุธมากมายครับ แต่ว่ารัฐมนตรีเจ้ากระทรวงบางคนบอกอย่างนี้เลยครับว่าอย่างหนาห้าห่วงยังต้องเรียกพี่นะครับ ยังเดินหน้าโครงการโดยไม่เคยออกมาชี้แจงให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบแต่อย่างใด ผมยกตัวอย่างเดียวเพราะจริง ๆ แล้วมีหลายตัวอย่างมากทีเดียว อย่างกรณีของรถเข็นกระเป๋ำ ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ท่านทราบไหมครับท่านประธาน มีการจัดหารถเข็นกระเป๋ำ พร้อมการบริการ ๗ ปี จํานวนไม่ถึง ๑,๐๐๐ คัน เป็นเงินสูงถึงเกือบ ๖๐๐ ล้านบาท ฝ่ายค้านก็พยายามชี้ประเด็นพิรุธมากมายให้กับท่านรัฐมนตรี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ ราคาที่สูง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของกรอบเวลาที่มันรวดเร็วเกินกว่าจะเป็นไปได้ แต่ท่านไม่เคย ออกมาชี้แจงให้สังคมได้รับทราบเลยแม้แต่นิดเดียว ท่านกลับเดินหน้าปล่อยให้มี การเซ็นสัญญาโครงการ จนวันนี้ท่านเดินทางกลับจากต่างประเทศ หรือจะเดินเข้าไปเอา รถเข็นกระเป๋ำ รถเข็นกระเป๋ำคันที่ท่านใช้ ๑ คัน มีล้อ มีเบรก แต่ไม่มีเครื่องยนต์ เหมือนมอเตอร์ไซค์ ท่านทราบไหมครับราคาของรถ ๑ คันกับการบริการ ๗ ปี เอาเงิน ดังกล่าวนี้ซื้อมอเตอร์ไซค์ได้ ๒ คัน นี่คือสิ่งที่มันเกิดขึ้นในการบริหารงบประมาณที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นนี่ก็เป็นหนึ่งในหลายโครงการที่ผมได้ยกตัวอย่างขึ้นมาว่าท่านไม่เคยกํากับดูแล การใช้งบประมาณให้มันเป็นไปตามวัตถุประสงค์แล้วก็เป้ำหมาย ท่านปล่อยปละละเลย ให้มันเกิดการทุจริตคอร์รัปชันขึ้นครับ แล้วสิ่งที่ปรากฏขึ้นทุกครั้งที่มีการตรวจสอบ หรือมีการนําเสนอเรื่องราวการกระทําอันเชื่อได้ว่าน่าจะมีการทุจริตนี่ ไม่ดําเนินการแก้ไข ไม่แสดงความจริงใจในการแก้ปัญหาแล้วก็ยังมีความพยายามที่จะกลบเกลื่อน บ่ายเบี่ยงประเด็น แสดงการตอบโต้มากกว่าพยายามที่จะแก้ไขปัญหา เพราะฉะนั้นวันนี้สังคมไทยในหลายภาคส่วนเขาเชื่อโดยบริสุทธิ์ใจว่าวันนี้การทุจริต คอร์รัปชันมันเกิดขึ้นแน่นอนภายใต้รัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรี และที่สําคัญที่สุดครับ การทุจริตคอร์รัปชันที่หลายคนเชื่อมีการตรวจสอบ มีการดําเนินการ มีหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเข้าไปดูแล วันนี้มีการนําเอาตัวผู้กระทําความผิดสัก ๑ คนมาลงโทษตาม อาญาแผ่นดินได้บ้างหรือยังครับ หรือท่านจะใช้วิธีฟอกขาวแบบที่ท่านคุ้นเคยกัน วิธีฟอกขาวที่เกิดขึ้นที่สังคมตั้งข้อสังเกตมาโดยตลอดก็คือ ท่านตั้งคณะกรรมการขึ้นมา ตรวจสอบกันเอง รายงานผลกันเอง ลงโทษกันเอง หรืออีกวิธีหนึ่งครับ เขาบอกใช้วิธีลาออก สลับตําแหน่งกัน เล่นเก้าอี้ดนตรีในคณะรัฐบาล เวลามีเรื่องอื้อฉาวท่านก็ลาออกครับ พอเรื่องเงียบก็แต่งตั้งกันเข้ามาใหม่ มีหน้าของคนที่เขาเชื่อว่ายังมีมลทินอยู่จับเขา กลับเข้ามา แล้วก็ให้มามีส่วนรับผิดชอบในการบริหารจัดการงบประมาณแผ่นดินเหมือนเดิม อย่างนี้พี่น้องประชาชนเขาจะไว้วางใจได้อย่างไร ผมคนหนึ่งละครับที่ยอมรับไม่ได้ กับการที่ท่านเอาคนที่มัวหมองแล้ว มีมลทินแล้ว กลับมาบริหารเงินงบประมาณแผ่นดินอีก เพราะฉะนั้นยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ ในข้อที่ ๑ คือยุทธศาสตร์การสร้างความเชื่อมั่นของประเทศ ที่ท่านต้องการบริหาร งบประมาณที่วงเงินสูงถึง ๑๖๐,๐๐๐ ล้านบาทเศษนั้น ผมจึงไม่มีความมั่นใจครับว่า ท่านจะบริหารงบประมาณดังกล่าวได้อย่างโปร่งใส เป็ นไปตามวัตถุประสงค์ และเป้ำหมาย แล้วก็สามารถที่จะเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจในระดับรากหญ้า ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามที่ท่านเสนอมาครับ
ส่วนในเรื่องของยุทธศาสตร์การรักษาความมั่นคงของประเทศ ที่สมาชิก ผู้ทรงเกียรติหลายคนอภิปรายไปแล้วนั้น หลายคนบอกว่างบประมาณที่ขอมาในวงเงิน ที่สูงขนาดนี้ยังน้อยไป เพราะประเทศของเรานั้นตกอยู่ในสถานะที่อยู่ในความเสี่ยง กับการเกิดการก่อการร้าย ขอกราบเรียนท่านประธานครับว่า ท่านไม่ต้องเสียงบประมาณ ของรัฐแม้แต่บาทเดียวที่จะต้องทุ่มไปให้กับกระทรวงทางด้านความมั่นคงในการป้ องกัน แล้วก็แก้ไขปัญหาการก่อการร้าย เพราะการก่อการร้ายในวันนี้มันเป็นเพียงการเชื่อมโยง หลักฐานภายใต้สมมุติฐานที่คนทั้งประเทศเขาก็คิดได้ครับว่ามันเกิดจากการสร้าง หลักฐานที่ไม่ถูกต้อง หรือไม่ก็บวกเข้ากับจินตนาการสร้างเรื่องขึ้นมาเองหรือไม่ ผมเอง วันนี้กราบเรียนท่านประธานโดยตรงครับ ผมไม่กล้าชี้หรอกครับว่าใครถูกหรือผิด แล้วก็ เชื่อว่ากระบวนการที่ถูกต้องภายใต้กระบวนการยุติธรรมที่แท้จริงเขาก็ยังไม่กล้าที่จะชี้ว่า ถูกหรือผิด แต่วันนี้กลับมีคนในรัฐบาลของท่านนี่แหละออกมาชี้ออกมายืนยันว่า คนนั้นทําคนนี้ทําทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้มีการพิสูจน์ สํานักข่าวต่างประเทศกับสํานักข่าว ภายในประเทศของเราเสนอข่าวเป็นคนละเรื่องกันครับ วันนี้สํานักข่าวต่างประเทศที่เขา เสนอข่าว หลายคนก็ต้องเข้าใจละครับว่าเขาเป็นสํานักข่าวต่างประเทศระดับโลก ได้นําเสนอข่าวอย่างตรงไปตรงมาก็พูดชัดเจนครับว่าทหารนั้นได้ใช้อาวุธสงคราม เข้าสลายการชุมนุมจนมีผู้บาดเจ็บล้มตายเป็นจํานวนมาก แต่สิ่งที่ผมจะพูดต่อไปนี้ ผมกล้าชี้ครับ แล้วก็จริงแท้แน่นอนครับท่านประธาน ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีนั้น ท่านเพียงแต่ปฏิบัติตามคําพูดที่ท่านเคยแถลงไว้กับสภาแห่งนี้ ถ้าจําไม่ได้ผมทวน นิดเดียวครับ เรื่อง ๑ คน หรือ ๑๐๐,๐๐๐ คน ผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนใช้คํานี้แล้ว ท่านจําได้แน่นอนครับ ถ้าท่านทําแบบที่ท่านแถลงไว้ เรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น ความสูญเสียที่เกิดขึ้น งบประมาณที่จะต้องใช้ การบาดเจ็บล้มตาย เหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นเลย แล้วก็จะรวมไปถึงเงินจํานวนมหาศาลที่ท่านขอมาในวันนี้ก็ไม่ต้องใช้สักบาทเดียวครับ นอกจากนี้การจัดงบประมาณมหาศาลที่จะใช้ในการรักษาความมั่นคงภายใน ที่ท่านจะต้องไปจัดหาอาวุธมารักษาความสงบเพื่อรักษาความมั่นคงของรัฐ แล้วก็ ความสงบเรียบร้อยภายในประเทศนั้น ท่านไม่จําเป็นต้องใช้ครับ ถ้าท่านนายกรัฐมนตรี ทําอย่างที่ตัวเองเสนอก็คือเรื่องของการปรองดองนะครับ วันนี้แผนปรองดองนั้นผมหมายถึงความปรองดองที่เป็นแผนปรองดองจริง ๆ มิใช่การยื่น คําขาดครับ ท่านย้อนนิดนะครับว่าแผนปรองดองที่ท่านพูดมันปรองดองจริงหรือเปล่า พี่น้องประชาชนที่ฟังอยู่ทางบ้านตอนนี้จะนึกได้ตามที่ผมได้กล่าวมาแล้วว่ามันไม่ใช่แผน ปรองดองครับที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้พูด มันเป็ นการยื่นคําขาดกับผู้ชุมนุมว่า ท่านจะต้องรับข้อเสนอ ๕ ข้อ ถ้าทําใจให้เป็นธรรม เรื่องนี้มีการยอมรับข้อเสนอกันไป เรียบร้อยแล้วก็เหลือเพียงแต่ข้อเสนอบางเรื่อง เพราะฉะนั้นถ้าเป็นเรื่องที่ต้องการปรองดอง จริง ๆ หลังจากนี้ก็ขอให้มีการพูดคุยกันได้ทุกฝ่ำย อย่าทําแบบแผนการยื่นคําขาด อย่างที่เคยเกิดขึ้น ไม่เช่นนั้นบ้านเมืองนี้คงจะไม่เข้าสู่ความสงบอย่างที่พวกเราต้องการครับ ดังนั้นการที่ท่านขอใช้งบประมาณภายใต้ยุทธศาสตร์การรักษาความมั่นคงของรัฐ ด้วยกรอบวงเงินที่สูงเกือบ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นนะครับ ผมและพี่น้องประชาชน อีกจํานวนมากไม่สามารถยอมรับได้ เพราะพวกเราไม่เชื่อครับว่าท่านจะนําเงินภาษี ของเราไปสร้างความมั่นคงให้กับรัฐตามที่ท่านเสนอมา หรือว่านํางบประมาณดังกล่าวนั้น มาสร้างความมั่นคงให้กับตัวท่านเท่านั้น ขอบคุณครับท่านประธาน