สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๕๓

ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง หารือเรื่องงบประมาณของรัฐบาลที่ไม่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การจัดทํางบประมาณ และเรียกร้องการแก้ไขเพื่อให้การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการลดงบประมาณของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงอุตสาหกรรม และเรียกร้องให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และกระทรวงแรงงานได้รับการสนับสนุน

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพครับ ที่ผมพูดนี่งบประมาณทั้งนั้น แต่ผมทําความเข้าใจกับงบประมาณผมถึงมีไซด์ไลน์ (Sideline) อย่างไรละ ถ้าผมไม่ทําการบ้านผมยืนขึ้นมางบปีนี้ขาดดุลเท่านี้ ลงทุนเท่านี้ รายจ่ายประจําเท่านี้ ใช้หนี้โครงการเท่านี้ รายรับเท่านี้ จีดีพีเท่านี้ อ้ายนั่นมันไม่ใช่ผม ผมขึ้นมาผมต้องศึกษา ผมก็รู้ ว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังต้องตอบ ผมเรียนท่านประธานต่อนะครับว่ายุทธศาสตร์การต่างประเทศและเศรษฐกิจ ระหว่างประเทศ รัฐบาลกําหนดให้เศรษฐกิจขยายตัวมีเสถียรภาพและยั่งยืนไว้เพียง ๒๑๙,๗๙๗ ล้านบาท ทั้งหมดร้อยละ ๘๐ ต้องจ่ายประจํา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังคิดตัวเลขเป็ นไหม ไม่เป็ นก็ถามผู้อํานวยการ สํานักงบประมาณ ถ้าไม่รู้อย่าลอยหน้า ที่คุณพูดออกโทรทัศน์คนไม่รู้นึกว่าคุณเก่ง ผมฟังคุณพูดนี่คุณไม่รู้เรื่องเลย และไม่มีใครจะรู้หรอกครับ ไปอยู่ด้วยระยะเวลา ๑ ปี ๒ ปี ถึงจัดทํางบประมาณเป็น เพราะงบประมาณเขามีการต่อเนื่อง เขามีซีลลิ่ง (Ceiling) ของเขา ท่านประธานครับ บอกว่าเศรษฐกิจจะขยายตัว มีเสถียรภาพ ๒๑๙,๗๙๗ ล้านบาท ร้อยละ ๘๐ ใช้จ่ายประจําเหลือเพียง ๔๓,๐๐๐ ล้านบาทเท่านั้น นายกรัฐมนตรี นโยบายรัฐบาลท่าน เขียนไว้ไม่สอดคล้องรองรับกับยุทธศาสตร์การจัดทํางบประมาณ ไปคนละทิศทาง เขาเรียกเหวี่ยงแห เหมือนกับที่รัฐบาลกําลังกล่าวหา อ้ายนี่ก็ก่อการร้าย อ้ายนี่ ก็ผู้ก่อการร้าย อ้ายนั่นก็ผู้ก่อการร้าย ท่านนะอ้ายผู้ก่อกวน จัดทํางบประมาณนี่เหวี่ยงแห พอมาดูจริง ๆ ยุทธศาสตร์ระหว่างประเทศและเศรษฐกิจระหว่างประเทศใช้งบประมาณ ๘,๑๘๒,๖๐๐,๐๐๐ บาท เม็ดเงินลงทุนใหม่ ๆ นายกรัฐมนตรีเขียนไปสิ ถ้าไปดูท่านอย่างนี้เพ้อ ถ้าเอาแต่ละเล่มมายํากัน เล่ม ๑ เล่ม ๒ เล่ม ๓ เอามายํากัน ดูงบประมาณปีที่แล้วจึงรู้เลยว่า งบประมาณปีนี้จัดแบบขาดประสิทธิภาพ ไร้ประสิทธิผล ไร้ทิศทาง เหลือเงินเดือน ๒,๐๐๐ ล้านบาท ท่านกําหนดจะบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงภาวะภูมิอากาศโลกร้อน ท่านจัดสรรงบประมาณ ๓๖,๙๕๔,๙๐๐,๐๐๐ บาท หักรายจ่ายประจํา ๘๐ เปอร์เซ็นต์ เหลือ ๗,๐๐๐ กว่าล้านบาท นี่นโยบายโลกนะครับ ตัวเลขท่านทําไว้ ผมไม่ได้นั่งเทียน ต่อมาก็มาดูว่าในบทวิเคราะห์ งบประมาณ หน้า ๘ ข้อ ๔ งบประมาณด้านเศรษฐกิจขยายตัว มีเสถียรภาพ จัดงบเพียง ๒๑๙,๗๙๗,๓๐๐,๐๐๐ บาท ได้จริงเพียง ๔๓,๐๐๐ ล้านบาท ทําหลายโครงการ ท่านนายกรัฐมนตรีไม่มีโฟกัส (Focus) ท่านไม่เน้นภารกิจ ท่านกําหนด พันธกิจ ท่านกําหนดภารกิจ แต่ท่านไม่เน้น

ประการที่ ๔ ที่ผมเรียกท่าน จอมพล อภิสิทธิ์ เพราะผมดูจากการทํา งบประมาณ ๔ ข้อดังต่อไปนี้ ในประการที่ ๔ ท่านซ่อนงบประมาณภายใต้ยุทธศาสตร์ ที่คลุมเครือเอาไว้ทั้งหมด จํานวน ๑,๑๖๑,๐๑๔,๒๐๐,๐๐๐ บาท ประกอบไปด้วย ๔ ยุทธศาสตร์ที่ท่านซ่อนเอาไว้

๑. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และคณะรัฐมนตรี ได้ซ่อนยุทธศาสตร์ สร้างความเชื่อมั่นของประเทศไทย ๑๖๑,๙๘๙,๐๐๐,๐๐๐ บาท โดยเน้นหนักลงพื้นที่ปักษ์ใต้ ผมไม่ได้หวง ผมไม่ได้อิจฉาพี่น้องประชาชนคนภาคใต้ แต่คนทั้งประเทศโบราณเขาบอกว่า ฝนตกให้ทั่วฟ้ำ ท่านไม่ต้องอ่านเคร่งเครียด ไม่ต้องรีบตอบ ไปตอบสรุปก็ได้ กว่าผมจะเข้าใจ ต้องอ่านตั้ง ๓-๔ ชั่วโมง ของท่านทั้งนั้น แต่ผมไปแยกอย่างไร

๒. ยุทธศาสตร์การรักษาความมั่นคงของรัฐ จํานวน ๑๘๖,๓๖๔,๕๐๐,๐๐๐ บาท เดิมทีนี่ประเทศเขามั่นคง ประชาชนมั่งคั่ง เสถียรภาพของประเทศดีมาก มายุคท่านนี่ละ คําก็ประเทศไม่มั่นคง คําก็เสถียรภาพประเทศชาติไม่ดี บ้านเมืองกระทบ มีปัญหา มันมีปัญหาเฉพาะรัฐบาลกับประชาชน เขาไม่ได้มีปัญหากับประเทศชาติไม่รู้อีกหรือ เขาไม่ชอบท่านเพราะท่านได้เสียงลําดับที่ ๒ เหมือนพรรคเลเบอร์ (Labour) ของกอร์ดอน บราวน์ พอได้ที่ ๒ รัฐธรรมนูญบอกให้ตั้งรัฐบาล กอร์ดอน บราวน์ บอกไม่ได้เราแพ้เขา เดวิด แมคคัลลัฟ นักเรียนอีตัน (Eton) หลังท่าน ออกฟอร์ดหลังท่าน อ้ายนี่ชอบนั่ง รถจากัวร์ (Jaguar) คันเดียวกับที่ผมนั่ง เขาได้ที่ ๑ เขาเหมือนพรรคพลังประชาชนได้ที่ ๑ แต่ไม่เกินกึ่ง พรรคเสรีประชาธิปไตยจัมพ์ อัพผ่านพรรคที่ ๒ ไปตั้งกับพรรคที่ ๑ กอร์ดอน บราวน์ เขาลาออก แต่ท่านสู้ตั้งแต่แรกก็สู้ เลขาธิการท่านก็ออกมาจะตั้งรัฐบาลแข่ง ผมก็นึกในใจ มันจะแข่งอย่างไรวะก็มันได้ที่ ๒ พรรคประชาธิปัตย์ ๑๖๕ เสียง ๑๖๘ เสียง พรรคพลังประชาชน ๒๓๗ เสียง ไม่ใกล้เคียง ต้องชื่นชมท่านชวน แพ้ ๑ เสียง ๒ เสียง พี่จิ๋วตั้งรัฐบาลไปเลยผมไม่ตั้ง พอพี่จิ๋วไปพี่ชวนมา ไหนว่าเป็ นลูกศิษย์ท่านชวน อ้ายเรื่องดีไม่จํามาบ้าง เออ ประหลาด

๓. ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการบ้านเมืองที่ดี จํานวน ๓๐๔,๒๘๗,๖๐๐,๐๐๐ บาท รัฐบาลบอกจะบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี กู๊ด กัฟเวิร์นแนนซ์ (Good governance) ไม่ชัดเจน

๔. เรื่องทั้งหมด ท่านนายกรัฐมนตรีผู้มาจากการเลือกตั้ง ท่านนายกรัฐมนตรี ผู้พรํ่าพลอดเรียกประชาธิปไตย ได้จัดงบเอาไว้เรียกว่าหมกเม็ดถึง ๕๐๙,๔๗๓,๑๐๐,๐๐๐ บาท ผมบอกท่านประธานครับว่าไปในชั้นกรรมาธิการวาระที่สอง งบประมาณต้องพิจารณาเสร็จ ในชั้นผู้สภาแทนราษฎร ๑๐๕ วัน วุฒิสภา ๒๐ วัน รวมแล้ว ๑๒๕ วัน กรรมาธิการในวาระที่สอง ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตัวเลขได้ นายกรัฐมนตรีเอาปากกามาจด ท่านให้งบประมาณ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์น้อยไป เป็นพื้นฐานเป็นรูท (Root) ที่จะหาเงินให้กับประเทศ เพราะบ้านเราเป็นประเทศเกษตรกร มีอาชีพเกษตรกรรมตั้งแต่ปู่ย่าตายาย ตาสี ตาสา ป้ำมี ยายแม้น จะเติบโตมาได้ต้องผลิตผลการเกษตร มันไม่ใช่ดิ อินดัสเทรียล (The industrial) แต่ก็ต้องอิงการอุตสาหกรรม ท่านให้เขาน้อยอีก หรือว่าพรรคเพื่อแผ่นดินมันไม่สอพลอ พรรคเพื่อแผ่นดินไม่เอาใจหรือไม่พูด จริงครับนาย ใช่ครับท่าน สบายครับผม ไม่ใช่ใช่ไหม ให้กระทรวงอุตสาหกรรมน้อย กระทรวงพาณิชย์ให้เขาน้อย ทําไมล่ะ ไหนพัฒนาเศรษฐกิจ อย่างไรล่ะ คิดอย่างไร งบประมาณคิดอย่างไร กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา หรือว่า ท่านบรรหารพูดขัดหู หรือว่าอดีตหัวหน้าพรรคส่วนสูงไม่ถึงเลยให้เขาน้อย กระทรวงแรงงาน พรรคเดียวกันแท้ ๆ ท่านประธานครับ ในเบื้องต้นในแมคโครผมบอกเลยยุคนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี เด็กนับแต่คลอดอยู่รอดเป็นทารก มีสภาพเป็นบุคคล เป็นหนี้คนละ ๔๕,๐๐๐ บาท นี่คือฝีมือนักเรียนออกซ์ฟอร์ด นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่เป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกที่มาจากการเลือกตั้ง มีคนตาย ๘๖ คน เจ็บป่วย ๒,๐๐๐ คน

ท่านประธานครับ ต่อไปผมจะลงไมโครยังมีเวลาให้ผมไหม มีนะ ผมเรียนท่านประธานอย่างนี้ นี่แมคโครภาพรวม ทีนี้ลงไดเรคท์ (Direct) ไมโคร ท่านนายกรัฐมนตรีตั้งใจฟัง อย่างน้อย ๆ ท่านก็จบนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคําแหง ท่านชอบมหาวิทยาลัยที่ผมเรียนใช่ไหมถึงไปเรียน บางทีคนบอกนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ไม่รู้กฎหมาย ไม่รู้อย่างไรเรียนมหาวิทยาลัยรามคําแหงจบเร็วด้วย ท่านได้หน่วยกิต พื้นฐาน ท่านเรียนนิดเดียวจบแล้ว ขยัน จบนิติศาสตร์จะอ้างว่าไม่รู้กฎหมายไม่ได้ คดีอาญามีอายุความ ๒๐ ปี ปีนี้ ๔๖ ปี อีก ๒๐ ปี ๖๖ ปี ท่านมีสิทธิ มีสิทธิเป็นอะไร ผมไม่บอก เก็บไว้เป็นปริศนาไขว้ เก็บไว้เป็นปริศนาธรรม ให้ไปคิด ๖ ศพที่วัดปทุมวนาราม ตอบไม่ได้ครับ ผมไม่ว่าใครผิด ผมไม่ว่าใครถูก เพราะผมไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ ผมไม่ได้ร่วม ในการชุมนุม ผมได้แต่สวดมนต์ภาวนาขอให้ปลอดภัย อย่ามีคนล้มหายตายจาก เพราะนิสัยผมเป็นคนขี้กลัว ผมไม่กล้าเหมือนนายอภิสิทธิ์ ผมถูกล้อมที่จังหวัดกระบี่ ๒,๐๐๐ คนล้อมผม ตํารวจบอกสู้ อส. บัวบอกสู้ ผมถามสู้กับใคร สู้กับประชาชนไม่เอา ผมหนี มึงล้อมล้อมไปสิ กูหนี รู้อีกทีผมถึงกรุงเทพฯ แล้ว มันถามเฉลิมอยู่ไหน ผมบอก อยู่บํารุงนะสิจะอยู่ไหน หนีขึ้นเครื่องมาเลย ปัญหามันเกิดจากผมกับคนล้อม ผมจะให้ เจ้าหน้าที่ไปสลายได้อย่างไร ผมหนี แต่นายแน่มากนายกรัฐมนตรีเก่ง คนตาย ๘๖ คน ท่านประธานที่เคารพ ผมเป็นนายตํารวจมือปราบ ผมไม่ใช่นายตํารวจหน่อมแน้มอย่างที่ ออกทีวีตามหลังให้สัมภาษณ์ พุทโธ่ รู้กําพืดมาทั้งนั้น มึงเคยจับโจรกันไหม ไม่เคย นี่แหละมือปราบอยู่กองปราบปรามสามยอด ๑๑ ปี ผมไม่กล้ายิงผู้บริสุทธิ์ ไม่กล้า แม้กระทั่งคนร้ายที่เขาให้จับตาย มันทําผิดอุกฉกรรจ์มหันตโทษ พอชักปื นมาปั๊บ มันยกมือไหว้ผมปล่อยหมดนับสิบคน ไม่เชื่อไปถามนายตํารวจที่สนิทกับท่านสิ พวกตามหลังท่านพวกพกปืนแก๊ปไม่รู้เรื่องหรอก นายกรัฐมนตรีก็เห็น แหม อ้ายนี่ดาวเต็มบ่า เหรียญแม่นปื นเต็มอกคงจะป้ องกันกูได้ พวกนี้มันได้กิตติมศักดิ์ ผมนี่หน่วยสวาท (S.W.A.T.) รุ่นแรก ๑๐๐ นัดผมยิงได้ ๙๘ นัด อันนี้ผมมาเป็นนักการเมือง ถ้าเป็นตํารวจ ผมอารักขาท่านถึงจะปลอดภัย ผิดนักก็ยิงท่านเลยหมดเรื่อง จะได้หมดปัญหา ตาย