สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๕๓

ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง หารือเรื่องงบประมาณที่เพิ่มขึ้น 37,000 ล้านบาท และเรียกร้องให้รัฐบาลแจ้งยุทธศาสตร์และยุทธวิธีการใช้เงินนั้น นอกจากนี้ยังแสดงความกังวลเกี่ยวกับการใช้เงินงบประมาณของรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลงทุนในโครงการที่ไม่ได้สร้างผลประโยชน์หรือมีกำไร และเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง แบบสัดส่วน

ไม่ต้องมาขอร้องผม ผมอยู่ในกรอบ และผมมั่นใจว่าผมก็มีสติปัญญาในการนําเสนอ แต่ส่วนท่านฟังแล้ว ท่านขําก็เรื่องของท่าน ก็ท่านไปชอบเอง แล้วคนนั่งฟังหัวเราะ ผมเอาปื นไปจี้หรือ แล้วมาบอกว่าผมตลก เออ ประสาท ไม่ใช่ มันต้องตรงไปตรงมา

ท่านประธานครับ ผมลงในรายละเอียดงบประมาณ ปี ๒๕๔๔ ที่ทํา มีการจัดทําโครงสร้างงบประมาณแนวทางจัดสรรงบประมาณ ขอประทานโทษ งบประมาณ ปี ๒๕๕๔

เรื่องแรก จะพบว่างบประมาณเพิ่มขึ้นจากปี ๒๕๕๓ ๓๗๐,๐๐๐ ล้านบาท รัฐบาลไม่ได้บอกว่าเพิ่มนี้มียุทธศาสตร์อย่างไร ยุทธวิธีอย่างไร มาสเตอร์ แพลน (Master plan) อย่างไร แอคชัน แพลน (Action plan) อย่างไร ถ้าจะให้แปลมาสเตอร์ แพลนคือ แผนหลัก แอคชัน แพลนคือแผนรอง ไม่ได้บอกแต่เพิ่ม ๓๗๐,๐๐๐ ล้านบาท เพิ่มขึ้น ๒๑.๘ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณรายจ่ายทั้งหมด นี่ผมลงรายละเอียดแล้ว ท่านนายกรัฐมนตรี และผมยํ้าอีกครั้งหนึ่งเมื่อสักครู่ผมไม่ได้อภิปรายกล่าวหาว่า นายอภิสิทธิ์สั่งฆ่าคน ผมไม่ได้พูด ผมบอกว่ามีคนตายสมัยท่านเป็นนายกรัฐมนตรี ปฏิเสธมาสิว่าไม่ใช่ ท่านประธานที่เคารพครับ งบเพิ่มขึ้น ๒๘.๑ เปอร์เซ็นต์ แยกเป็น งบรายจ่ายประจํา ๑.๖๖ ล้านบาท งบรายจ่ายประจําเพิ่มขึ้น ๑๕.๘ เปอร์เซ็นต์ นี่เป็นบริษัท ห้าง ร้าน เป็นผู้จัดการเขาไล่ออกแล้ว เพราะงบรายจ่ายประจําเพิ่มขึ้น ๑๕.๘ เปอร์เซ็นต์ งบเพื่อการลงทุน เมื่อปี ที่แล้วมันลงทุนน้อย ปี นี้ท่านลงทุน ๓๔๔,๐๐๐ ล้านบาท จึงกลายเป็นว่างบลงทุนมันเพิ่ม ๖๐.๗ เปอร์เซ็นต์ มันเยอะ เพราะยอดมันน้อย เพิ่มนิดหนึ่งมันก็เยอะ มีสาระไหม ถ้ามีสาระจดไว้ ถ้าไม่มีสาระ นายกรัฐมนตรีไม่ตอบก็ได้ ยกมือก็ผ่านอยู่แล้ว แต่ผมมั่นใจว่าผมทําการบ้านที่จะมาบอก กับประธานว่ามันเป็นอย่างนี้ งบประมาณ ปี ๒๕๕๔ ท่านจัดงบประมาณเพิ่มขึ้น ขึ้นมา ๒๒.๒ เปอร์เซ็นต์และกู้ชดเชย ๔๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เพิ่ม ๒๐ เปอร์เซ็นต์ อันตราย ประเทศกรีซ ยุโรปมีผลกระทบ หนี้สาธารณะเกิน ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานจําคําพูด ผมไว้ นายกรัฐมนตรีจําคําพูดผมไว้ ถึงผมอายุมากแต่สุขภาพดี เมื่อวานไปตรวจฟิต (Fit) อ้ายคนบอก โอ๊ย เฉลิมเป็นมะเร็ง เป็นเอดส์ ไม่มี ตรวจร่างกายเพอร์เฟคท์ (Perfect) กลับย้อนยุคไปอายุ ๑๘ ปี ไปนอนโรงพยาบาลมาคืนหนึ่ง

ผมมีข้อสังเกต งบประมาณรายจ่ายสูงขึ้นมากหรือไม่ ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านไปดูงบประมาณ ปี ๒๕๕๑ เศรษฐกิจปกติ ขณะนั้นงบประมาณรายจ่ายตั้งไว้ที่ ๑,๖๖๐,๐๐๐ ล้านบาท จีดีพี ปี ๒๕๕๑ อยู่ที่ ๙,๒๓๒ ล้านบาท ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน งบประมาณเท่ากับจีดีพี ๑๘ เปอร์เซ็นต์ เห็นไหมผมลงรายละเอียดแล้ว พอมางบ ปี ๒๕๕๓ ท่านนายกรัฐมนตรีเป็ นคนทํา ท่านตั้งงบประมาณไว้ ทั้งหมด ๑,๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านพูดนะ ท่านบอกนะว่าที่ตั้งงบประมาณไว้ตํ่าเพราะมีเงินกู้ ในโครงการไทยเข้มแข็ง ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ใช้เป็นเงินนอกงบประมาณมาลงทุน ในโครงการต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจอยู่แล้ว วันนั้นพอฟังได้ ท่านนายกรัฐมนตรีต้องรู้สิครับ ว่านอกงบประมาณเราตรวจสอบไม่ได้ นี่เอาเข้ามาในงบประมาณ ท่านเอา ๒,๐๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมวิพากษ์วิจารณ์ ฝ่ำยค้านเตือนแล้วว่าอย่าไปเชื่อ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พระราชบัญญัติ ทั้งพระราชกําหนดตั้ง ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาท งบโครงการไทยเข้มแข็ง งบพอเพียง โกงพอเพียง เขาเฉ่งปี๋ ท่าน ในญัตติไม่ไว้วางใจ พอปี ๒๕๕๓ ท่านบอกที่ต้องตั้งตํ่าเพราะมีเงินกู้นอกระบบ พี่น้องประชาชนฟังเข้าใจ รัฐบาลกู้นอกระบบ ไม่จัดทําในงบประมาณรายจ่ายประจําปี ถ้าผมกล่าวหาได้ไหม รัฐบาลกลัวถูกตรวจสอบจากสภา กล่าวหาได้ ท่านคิดอย่างไร มันเป็นเรื่องในใจ มันพิสูจน์ได้ยาก ท่านประธานครับ พอมางบประมาณ ปี ๒๕๕๔ ท่านตั้ง ๒,๐๗๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็ประเมินจีดีพี ปี ๒๕๕๔ ท่านประเมินมากเกินไป ซึ่งเป็ นสัดส่วนงบประมาณต่อจีดีพีเท่ากับ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ตัวเลขท่านทํามานะ ผมมาถอดรหัส แล้วเอามาบอกท่านประธาน การตั้งงบประมาณครั้งนี้เป็นการตั้ง งบประมาณที่สูงเกินไปหรือไม่ ปี ๒๕๕๓ ท่านตั้งตํ่า ตั้งนิดเดียวครับ ๑,๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท พอมาปี ๒๕๕๔ ท่านจัมพ์ อัพ ๒,๐๗๐,๐๐๐ ล้านบาท มากแต่ไม่อธิบายความ ส่งเสริมการส่งออก พัฒนาเศรษฐกิจพื้นฐาน เกษตรให้น้อย ส่งเสริมการส่งออก สตางค์ให้น้อย การท่องเที่ยวเสียหายมากมาย ไม่มีงบประมาณไปเพิ่มเติม ต่อมาท่านตั้ง งบประมาณท่านไม่ดูความผันผวนของเศรษฐกิจโลก สหภาพยุโรปอัดฉีดงบประมาณ ๗.๕ แสนล้านยูโรให้กับประเทศกรีซ ประเทศสเปนกับประเทศโปรตุเกสยังมีความเสี่ยงว่า จะมีปัญหาแบบเดียวกับกับประเทศกรีซหรือไม่ เศรษฐกิจจะขยายตัวเหมือนที่ ๖-๗ เดือน ที่ผ่านมา ไม่มีทางครับท่านนายกรัฐมนตรี ผมฟันธงตรงนี้ ท่านตั้งงบประมาณ บนสมมุติฐานในสถานการณ์ปกติ นี่เศรษฐกิจโลกมันไม่ปกติ แต่ท่านไม่ได้มีเซคเคินด์ แพลน (Second plan) คือแผน ๒ นอร์มอลลี (Normally) ปกติที่ท่านตั้งไว้ ไม่ผิดครับ แต่ผมกําลัง จะบอกว่าปัญหามันจะตามมา ท่านเคยมีแผนรองรับไหม ท่านอย่าไปคิดว่ารัฐบาล รักบ้านรักเมือง พวกผมก็รักบ้านรักเมือง ผมก็ห่วงใยประเทศชาติ เพราะงบประมาณ มันเป็นภาษีอากรของพี่น้องประชาชน ถ้าท่านไปขายที่แล้วเอามาจัดทํางบประมาณสิ ผมไม่ว่าเลยนะ อันนั้นเป็นไพรเวท (Private) อันนั้นเป็นเรื่องส่วนตัว ท่านประธานที่เคารพ ท่านกําลังตั้งงบประมาณที่สูงเกินไปนะครับ ถึงแม้ท่านจะประมาณการรายรับไว้สูง ๑,๖๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ชดเชยขาดดุล ๔๒๐,๐๐๐ ล้านบาท หนักมากกว่าปีที่แล้ว ต่อมา ท่านดูหรือไม่ ไอเอ็มเอฟ อินเตอร์เนชันแนล โมเนทารี ฟันด์ (IMF International Monetary Fund) ผมดูอินเทอร์เน็ตไม่เป็น แต่บางทีหลานเขาเก่ง พออยากดูบอกเปิดเน็ต ๆ ผมดู ไอเอ็มเอฟเขาออกประมาณการเศรษฐกิจโลก เวิลด์ อีโคโนมิค เอาท์ลุค (World Economic Outlook) ฉบับแก้ไข เดือนเมษายน ปี ๒๐๑๐ เขายังประเมินว่าสิ้นปี ๒๕๕๓ นี้จีดีพีไทย จะขยายตัวได้ไม่เกิน ๕.๕ เปอร์เซ็นต์ใช่ไหมล่ะท่านนายกรัฐมนตรี ไอเอ็มเอฟ เขาเชื่อกันทั่วโลก งบประมาณไปใส่ ๗.๕ เปอร์เซ็นต์ท่านต้องให้ ๒ ขั้น มันยอวาที มันยกย่องเกินไป ท่านประธานครับ ไอเอ็มเอฟบอกว่าในปี ๒๐๑๐ ประเทศไทยจะมีอัตราการขยายตัว ๕.๕ เปอร์เซ็นต์ เขาชื่นชมผมชอบครับ เขาชมประเทศไทย ผมเป็นคนไทยเกิดเมืองไทย อยู่เมืองไทย และต้องตายเมืองไทย ผมไม่ได้แขวะท่านว่าท่านเกิดเมืองนอกก็คุณพ่อ คุณแม่ไปเรียนหนังสือก็โอเค (OK) ไอเอ็มเอฟบอกไทยจะโตผมก็ดีใจ แต่ท่านไม่มี ประมาณการความผันผวนที่เกิดขึ้นกับประเทศกรีซ ประเทศสเปน ประเทศโปรตุเกส ผมเรียนท่านประธานต่อไปว่าแนวทางการจัดสรรงบประมาณให้กระทรวงและหน่วยงาน ต่าง ๆ ดูรายจ่ายลงทุน ปี ๒๕๕๕ ตั้งไว้เพียง ๓๔๔,๔๙๕ ล้านบาทตํ่ากว่า ปี ๒๕๕๑ งบลงทุน ปี ๒๕๕๔ ท่านขุนคลังตั้งตํ่ากว่างบประมาณ ปี ๒๕๕๑ อ้ายจ่ายประจําเพิ่มเอา ๆ ทําไมงบลงทุนน้อยกว่าปี ๒๕๕๑ ท่านไปเปิดเถอะแล้วไม่ต้องตอบผมทีเดียว เพราะผม ไม่ฟังอยู่แล้วเป็นหน้าที่ของท่านต้องชี้แจงต่อสภาและสังคม ผมพูดประชาชนเขาเชื่อ พวกผมก็ได้แต้ม เมื่อไม่เชื่อก็เสียแต้ม ผมพูดกับท่านประธานท่านนายกรัฐมนตรีนั่งอยู่ ก็ต้องผ่านไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี ท่านจําคําพูดของผมไว้ ผมไม่ใช่ดอกเตอร์ ทางอีโคโนมิค ผมดอกเตอร์ ออฟ ลอว์ (Doctor of law) ผมจะบอกวันนี้ว่าเงินกู้ชดเชย ขาดดุล ปี ๒๕๕๔ ที่สูงถึง ๔๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เรากําลังจะกู้เงินจํานวนดังกล่าวเอามา เป็นค่าใช้จ่ายประจํา ๘๐ เปอร์เซ็นต์ นายกรัฐมนตรีจดแล้วไปดูใช้จ่ายประจําแปลว่า สูญเปล่า นั่นนะเจ้าพ่องบประมาณตัวจริงนั่งอยู่ตรงนั้นละครับ ประธานสภาของผมนี่แหละ นี่แหละตัวจริง ท่านประธานครับ ท่านตั้งงบประมาณกู้ ๔๒๐,๐๐๐ ล้านบาทเอาไปลงทุน ๘๐ เปอร์เซ็นต์ และจะถือว่าเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจถือว่าไม่สมดุล ขาดจุดเน้นจุดหนัก ขาดจุดโฟกัส

ต่อไปนะครับ ผมสรุปรัฐบาลมีปัญหาสําคัญ ๓ ประการในการจัดทํา งบประมาณ

ข้อ ๑ มีการตั้งตัวเลขคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง จะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ ก็ตาม แต่ตัวเลขที่สําคัญโดยเฉพาะจีดีพีมันเป็นตัวเลขชี้วัด รัฐบาลไม่ควรผิดพลาด อย่าไปโทษสํานักงบประมาณ เพราะเอกสารของรัฐบาลแจกให้ผม

ข้อ ๒ มีการตั้งงบประมาณรายจ่ายให้กับหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งมาก เป็นพิเศษ ถ้าไม่ได้ทําการบ้าน ท่านดูงบประมาณสังเขปหน้า ๘ พิจารณาสัดส่วน งบประมาณมีเพียง ๕ หน่วยราชการที่ได้รับสัดส่วนงบประมาณเกิน ๕ เปอร์เซ็นต์ ได้แก่ กระทรวงศึกษาธิการ งบกลาง กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการคลัง กระทรวงกลาโหม นี่ครับหน้า ๘ ท่านเขียนไว้

ข้อ ๓ หากนับรวมงบประมาณ ๑,๒๖๔,๙๐๓ ล้านบาท เท่ากับ ๖๑.๑ เปอร์เซ็นต์ ๔ ข้อที่ผมตบท้าย อ้ายแมคโครนี่ผมมาไมโคร ท่านนั่งอ่านไปเถอะ ถ้าไม่ทําการบ้าน ๔ ชั่วโมงตามไม่ทันหรอกครับ พอเขาให้เวลาผมยังปั่นยิก ๆ ข้างบน ใครจะว่าไม่มีสาระผมมั่นใจว่ามีสาระ

ท่านประธานครับ ต่อมาผมอยากจะเรียนท่านประธานว่างบประมาณ ที่รวมกันนี่เท่ากับ ๖๑.๑ เปอร์เซ็นต์ ท่านเอาไปใช้เรื่องความมั่นคงของประเทศ ท่านเอาไปใช้ เพื่อความปลอดภัย ท่านเอาไปใช้ตรงนี้มันเป็นการลงทุนที่สูญเปล่า ไม่มีเอิร์น มันนี่ (Earn money) ไม่มีกําไร เพราะค่าใช้จ่ายประจําทั้งนั้น เหล่านี้ผมไม่แตะกองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ เพราะไม่อยากลี้ภัยรอบสอง ผมไม่ว่า จะซื้ออาวุธผมไม่พูด แต่ผมบอกในไมโครว่าท่านเอางบไปใช้ส่วนนี้มันจะเป็นภาระไว้ปีหน้า ท่านประธานครับ ๕ หน่วยงานเอาไป ๑,๒๖๔,๙๐๓,๓๐๐,๐๐๐ บาท ๖๑ เปอร์เซ็นต์ ของงบประมาณรายจ่ายทั้งหมด กระทรวงเกษตรและสหกรณ์นัธธิง (Nothing) กระทรวงพาณิชย์ไม่มี กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬานิดหน่อย ท่านประธานที่เคารพ โครงการไทยเข้มแข็งรอบหนึ่ง รอบสอง อนุมัติไปแล้ว ๔๑,๐๕๘ โครงการ จํานวนเงิน ๓๔๙,๙๖๐,๔๔๐,๐๐๐ บาท แต่วันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๕๓ เบิกจ่ายจริงได้เพียง ๑๖,๘๗๐ โครงการ ๓๔๐,๐๐๐ ล้านบาท เบิกไป ๑๔๐,๐๐๐ ล้านบาท นี่คือการบริหาร ผิดพลาดบกพร่อง การบริหารรัฐบาล ๑. บริหารผิดพลาด ทุจริต ๒. ไม่บริหารเลย ผิด อนุมัติแล้วไม่ทํางาน คนจีนบอก เตี้ยมเตี้ยม จ๋อ นั่งเฉย ๆ ไม่ได้ ท่านต้องเร่งรัดดําเนินการ ผมถามนิดเถอะว่าคําอธิบายว่าโครงการที่ท่านออกพระราชบัญญัติเงินกู้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วท่านบอกท่านจะเลิก เก็บภาษีได้แล้ว ท่านเอาส่วนไหน ของสมองมาคิด วันหนึ่งก็จะออกพระราชกําหนดเอาไป ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท อีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทออกพระราชบัญญัติ ท่านยืนแถลงผมไม่ท้วงเลย ไม่ว่าเลย เพราะในใจผมคิดว่ารัฐบาลคงมีความจําเป็นถึงมาขอเงินเป็นพระราชบัญญัติถูกต้อง เป็นพระราชกําหนดไม่ถูก ทีหลังอย่าทํา ไม่ดี ท่านประธานครับ ผมเรียนท่านประธาน ไปแล้วทั้งภาพกว้างแมคโครและไมโคร

ต่อไปผมจะใช้เวลาสั้น ๆ นิดเดียวครับ ผมจะไปเยี่ยมตามกระทรวง นิดหน่อยเพราะว่าเดี๋ยวข้าราชการที่มาเขาจะเหงา ท่านประธานมีความรู้ความสามารถ ด้านงบประมาณ เป็ นผู้แทนราษฎรคนเดียว ท่านชัย ชิดชอบ ที่เป็ นกรรมาธิการ งบประมาณเกือบจะทุกปี ผมไม่ได้พูดเอาใจ เก่งผมก็บอกเก่ง พวกโหลยโท่ยผมก็บอกว่า โหลยโท่ย พวกเข้าท่าผมก็บอกเข้าท่า ผมบอกมีท่านบุญชูตายไปแล้ว ท่านบรรหาร ท่านชัย ท่านพิเชษฐ นอกนั้นผมว่าทอป เท็น อาจจะไม่ทอป ไฟว์ ผมเข้าใจงบประมาณ

ท่านประธานครับ มาตรา ๔ งบประมาณรายจ่าย งบกลาง ก็เรียน ท่านประธานในหน้า ๒ ข้อ ๕ ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ มี ๓๕ มาตรา หน้า ๒ ข้อ ๕ เงินสํารองใช้จ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉิน และจําเป็น ๔๗,๖๐๐ ล้านบาท นี่ท่านนายกรัฐมนตรีอยากให้มีการประท้วงอีกหรือ อยากให้บ้านเมืองเกิดวิบัติ อุทกภัย วาตภัย เภทภัย อยากเกิดสึนามิ (Tsunami) อีกหรือ ท่านถึงตั้งงบฉุกเฉินไว้เยอะเหลือเกิน ผมรู้ ผมเข้าใจว่างบฉุกเฉินนี้ตั้งไว้ถ้าหากว่าไม่ใช้ ก็แปลงงบได้ นี่อย่างไรที่เขาเรียกว่ามีเล่ห์เหลี่ยมในการตั้งงบประมาณรายจ่ายแผ่นดิน พอเอางบฉุกเฉินพะหัว มันกว้างวิจารณ์ไม่ได้ ท่านตั้งมาได้อย่างไร ๔๗,๖๐๐ ล้านบาท เพราะต่อไปก็เปลี่ยนแปลงงบเอาเข้าคณะรัฐมนตรี ไปบอกสํานักงบประมาณที่จะ เปลี่ยนแปลงงบ แล้วสํานักงบประมาณกล้าขัดท่านหรือ ลูกน้องไม่กล้าขัด เพราะฉะนั้น การใส่ไว้ตรงนี้ผมไม่ได้บอกทุจริต แต่บอกนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จัดงบฉุกเฉินไว้มากเกิน ความจําเป็นแก่เหตุ

ต่อมาก็มาตรา ๕ งบประมาณรายจ่ายสํานักนายกรัฐมนตรีและหน่วยงาน ในกํากับ ข้อ ๒ กรมประชาสัมพันธ์ ท่านประธานที่เคารพ ผมบอกได้เลยนี่ไม่ใช่ กรมประชาสัมพันธ์ เขาเรียกว่ากรมสร้างความแตกแยกของสังคมไทย เมื่อคืนวานซืน ผมนั่งดูไม่เกรงใจภรรยาจะขว้างโทรทัศน์ให้แตก อ้าย ๒ ดอกเตอร์ไปพูดจาเรื่องเอกสิทธิ์ ในสภา รัฐธรรมนูญอ้างมาตรา ๑๓๑ มาพาดพิงถึงท่านประธานว่าท่านประธานปกป้ อง ผู้แทนราษฎร ไม่ใช่ ก็มันไม่รู้ อีกคนนิติศาสตร์ อีกคนเศรษฐศาสตร์ โอ้โฮ สนุกกันใหญ่ อาจารย์ว่าอย่างไร พี่ว่าอย่างนี้ อาจารย์ว่าอย่างไร พี่ว่าอย่างนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีไม่ต้องไปใช้เงินมากสร้างความปรองดองหรอก ท่านปรามอ้ายพวกนี้ เสียบ้าง บอกรัฐมนตรีของท่านว่าอย่าไปออกรายการบ่อย อ้ายพวกนี้นั่นแหละมันออกที ท่านเสีย ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท แตกแยกหมด มันพูดได้อย่างไรว่าท่านประธานชัยไปปกป้ อง ผู้แทนราษฎร ก็รัฐธรรมนูญเขาเขียน ในระหว่างสมัยประชุมห้ามมิให้จับคุมขังสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา เว้นแต่ได้รับอนุมัติจากสภานั้น ๆ แล้วไหนล่ะ ท่านประธานปกป้ อง โอ๊ย พูดเป็ นตุเป็ นตะ คนฟังไม่รู้เพราะนําหน้าดอกเตอร์ อ้ายดอกเตอร์ที่โง่บัดซบก็มี อ้ายดอกเตอร์ฉลาดก็มี เอางบปรองดองเอางบไปแก้ไขปัญหา ก็ให้พวกเวรตะไลนี่มาออกมันสร้างความแตกแยกตลอด เพราะฉะนั้นกรมประชาสัมพันธ์ เอาเงินไปผมไม่ว่า แต่พฤติกรรมมันสร้างความแตกแยกไม่ใช่กรมประชาสัมพันธ์

ต่อมาข้อ ๖ สํานักข่าวกรองแห่งชาติ อ้ายนี่ได้งบผมไม่ว่าแต่ศักยภาพ ทํางานใช้ไม่ได้ครับ มันทํางานอย่างไร เมื่อวานซืนนายกรัฐมนตรีไปเยี่ยมคนป่ วย โอ๊ย มีคนเอาดอกไม้มาให้ อยู่ ๆ หญิงวัยกลางคนด่าชัดต่อหน้าจะเดินเข้าไปตบ โกรธ บอกเป็ นนายกรัฐมนตรีได้อย่างไรคนตายตั้งเยอะ จะเข้าไปตบนายกรัฐมนตรี อ้ายสํานักข่าวกรองแห่งชาตินี่มึงไม่รู้หรือนี่จะมีคนคิดทําร้ายท่านนายกรัฐมนตรี เพราะฉะนั้นเงินเอาไปผมไม่ว่าแต่สมรรถภาพต้องมี อย่ามาเถียงนะว่าไม่มีหรอกครับ ผมไปเยี่ยมคนป่วยมีแต่คนให้ดอกไม้ แม่ค้าข้างโรงพยาบาลบอกว่าเพิ่งซื้อไปเมื่อตะกี้นี้ นํ้ายังไม่ร่วงจากดอกเลยซื้อเอาไปให้ นายกรัฐมนตรี มีหญิงคนหนึ่งต่อว่า ท่านนายกรัฐมนตรี ได้ยินหรือเปล่าผมไม่รู้เขากันเอาไว้ นี่ท่านไม่อยู่ ผมบอก สํานักข่าวกรองแห่งชาติมันต้องรู้ว่าอะไรจะเกิดกับนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่ไปจังหวัดลพบุรี ขวดเป็นของเมียทหาร รองเท้าเป็นของเมียตํารวจ แล้วก็บอกว่าตํารวจมะเขือเทศ ตํารวจไม่กล้าทํางาน ตํารวจมันรู้กฎหมาย มันรู้ว่าทําแล้วติดคุก ป. วิ. อาญา มาตรา ๑๕๗ เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ ละเว้น มันรู้ว่าติดคุก มันก็ไม่กล้า ผมถึงยํ้าอีกครั้ง อายุความ ๒๐ ปีรอกันไปเถอะ ใครบางคนอาจจะฝันร้าย

หน้าที่ ๔ ข้อ ๘ สํานักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ได้ไม่มากหรอกครับ ๑๙๔ ล้านบาท ให้น้อยไป ก็อ้ายนี่ไม่ใช่หรือที่เอาใจท่าน อ้ายนี่ไม่ใช่หรือที่ชง อ้ายนี่ผู้ก่อการร้าย ๆ ระวังท่านนายกรัฐมนตรีตื่นขึ้นมาจะบอกภรรยาที่บ้านคุณ เป็นผู้ก่อการร้าย ตกใจตื่นนึกว่าเมียเป็นผู้ก่อการร้าย มันไม่ใช่ครับ คนเขายังรักท่านก็มี คนเกลียดก็เยอะ แต่หลัง ๒๒ พฤษภาคมผมบอกได้เลยเขาเกลียดท่านมากขึ้นกว่ารัก คนกรุงเทพฯ อาจจะรักตอนนี้เพราะดูผิวเผิน กาลเวลาผ่านไปหัวใจคนเปลี่ยน

ต่อไปผมพาท่านประธานมาในมาตรา ๖ งบประมาณรายจ่ายของ กระทรวงกลาโหมและหน่วยงานในกํากับ กระทรวงกลาโหมผมไม่พูดถึง เป็นหน้าที่ของ พรรคพวก ผมเรียนท่านประธานแล้วผมไม่เปิดศึกเพราะผมเปิดศึกต้องได้เสีย อายุมาก ชีวิตนี้เรื่องแพ้ไม่คิด ไม่พูดถึงกระทรวงกลาโหม บรรดามิตรรักนักเพลงที่รอฟังต้องขอโทษ วันนี้ไม่อภิปรายถึงกระทรวงกลาโหม

ต่อมาหน้า ๑๕ ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ มาตรา ๑๓ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และหน่วยงานในกํากับ ท่านประธานที่เคารพด้วยความเคารพจริง ๆ นายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกับผมรักกันชอบกัน วันนี้ที่ต้องพูดถึงเม็ดเงินผมไม่ว่า แต่นายสุวิทย์ คุณกิตติ ต้องตอบว่าที่นายเทพไท เสนพงศ์ บอกกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแต่งตั้ง โยกย้าย มีคอร์รัปชัน มีการเรียกเก็บเงิน ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๑๐ ล้านบาท กี่ล้านก็แล้วแต่ นี่พรรคร่วมรัฐบาล กล่าวหา ถ้านายสุวิทย์ไม่ตอบ แปลว่าจริง ถ้านายสุวิทย์ตอบ นายเทพไทต้องยืนยันว่า กระทรวงเรียกรับเงินทองจริง

ต่อไปผมพาท่านประธานไปหน้า ๑๘ มาตรา ๑๖ ผมเจ็บใจแทน กระทรวงพาณิชย์ ยุทธศาสตร์รัฐบาลเขียนชัด ส่งเสริมการส่งออก พัฒนาเศรษฐกิจยั่งยืน พัฒนาเศรษฐกิจในประเทศ เศรษฐกิจรากหญ้า แต่ท่านไม่เคยดูแลโอทอป ไม่สนใจ โก อินเตอร์ (Go inter) จะพัฒนาการส่งออกให้งบกรมการค้าต่างประเทศ ๕๑๐ ล้านบาท ทําไมท่านตั้งงบน้อยหรือส่งเดชไปอย่างนั้น เขียนยุทธศาสตร์ เลขาธิการสภาพัฒน์ ก็นกแก้วนกขุนทอง อวดรู้สู่ฉลาด มีเซนส์ (Sense) แหม ๑ ๒ ๓ มันรู้จริงหรือเปล่า รู้จริง ทําไมจัดทํางบอย่างนี้ล่ะ ผมไม่เห็นด้วย ท่านจัดเม็ดเงินขัดแย้งกับนโยบายยุทธศาสตร์ ยุทธวิธี ที่ท่านกําหนด

ต่อมาหน้า ๑๙ มาตรา ๑๗ กระทรวงมหาดไทย ผมเป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย ๗ เดือนเศษ ๆ ในบรรพกาล ในบรรพบุรุษ มีอยู่ ๒ กระทรวง ๑. สมุหกลาโหม ๒. สมุหนายก สมุหกลาโหมคือกระทรวงกลาโหม สมุหนายก คือกระทรวงมหาดไทย ตั้งแต่ปฐมเสนาบดี ท่านเจ้าคุณกรมพระยาดํารงราชานุภาพ ไม่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยคนไหนเลวร้ายเท่ากับรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยคนปัจจุบัน ไม่ว่าจะเรื่องสอบเรียนนายอําเภอ ที่ผมพูดอย่างนี้ เพราะเอาสตางค์ผมไปใช้ ผมต้องวิจารณ์คนไม่ดีเอาสตางค์ไปทําลายหมด ต้องเอางบ ทั้งหมด ๒๓๑,๖๘๕ ล้านบาท กระทรวงมหาดไทยวิบัติ เลวร้าย ท่านปฐมเสนาบดีต้องเสีย พระทัยอย่างแน่นอน

๑. เรื่องสอบนายอําเภอ

๒. คอมพิวเตอร์ ๓,๐๔๐ ล้านบาท

๓. แต่งตั้ง โยกย้ายทุกระดับ ผู้ว่าราชการจังหวัด ๘ ๑๐ ๑๒ อธิบดี ๒๐๐-๓๐๐ นายอําเภอ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท มีคนบอก ผู้ว่าราชการจังหวัดเอาสตางค์จากไหน ด้วยเคารพท่านประธาน ท่านประธานมองผม เหมือนลูกหลานต้องให้โอกาสผมอภิปราย ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์อาจจะไม่เข้าใจว่า เขาไปเอาสตางค์กันตอนไหน เขาไปเอาหลังจากแต่งตั้งเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดแล้ว งบฉุกเฉินเมื่อก่อนจังหวัดมี ๑๐๐ ล้านบาท ขอประทานโทษ สมัยผม ๕๐ ล้านบาท คุณจะใช้คุณต้องบอกปลัด ปลัดจัดการได้จัดการไป เดี๋ยวนี้เพิ่มเป็น ๑๐๐ ล้านบาท พระสยามเทวาธิราชมีจริง มันคิดกัน ๑๕-๒๐ เปอร์เซ็นต์หลังจากเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดแล้ว อธิบดีพอไปก็เอางานมา เดี๋ยวนี้ไม่ได้ให้ตั๋วงาน แคช (Cash) เงินสด ผู้รับเหมางานได้ ต่างจังหวัด วางกรุงเทพฯ ใครได้หรือไม่ เอากันอย่างไร เขาจะจัดการกันวันที่ ๓๑ ถึงวันที่ ๑ วันนี้ไม่พูด

๔. ๒๗ ปี ที่ผ่านมาไม่มีการเปิ ดร้ำนค้าอาวุธปื น รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยคนนี้เปิดร้านค้าอาวุธปืนเพิ่มเติม ๑๙๓ แห่ง เขาลือกันร้านละ ๔.๕ ล้านบาท เอามาเข้างบประมาณหรือเปล่า ไม่ใช่ ใครรับ ใครจ่าย เขาจะว่ากัน ท่านประธานที่เคารพ ปืนลูกซอง วันที่ ๑๖ เมษายน วันที่ ๑๗ เมษายน ไปเอามาจาก ต่างจังหวัดทั้งหมด ๒ วันรวมกัน ๓,๐๐๐ กระบอก เอากระสุน ๒,๐๐๐ นัด เดิมผมไม่พูด เพราะเอกสารยังไม่มี วันนี้เอกสารอยู่ในกระเป๋ำหลุยส์ วิตตอง (Louis vuitton) แล้วครับ เรียบร้อยหมดจังหวัดนี้กี่กระบอก ๆ ได้มาหมด เอาไว้เฉ่งปี๋ญัตติไม่ไว้วางใจ เพราะฉะนั้น กระทรวงมหาดไทยเงินไม่เสียดายแต่เสียดายโอกาสในฐานะผมเป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยไม่เคยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยคนไหนนะ