สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๕๓

ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง สนับสนุนให้รัฐบาลปรับปรุงงบประมาณให้เหมาะสม เพื่อลดการขาดดุล และลดค่าใช้จ่ายของภาครัฐ โดยวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการใช้จ่ายของรัฐบาลและระบุว่าไม่มีการทําธุรกิจที่มีรายได้ และแสดงความไม่พอใจต่อการนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับงบประมาณของกระทรวงการคลัง นอกจากนี้ยังแสดงความไม่พอใจต่อการนำเสนอผลการดำเนินงานของรัฐบาลโดยระบุว่าไม่ถูกต้องและไม่แม่นยำ และเรียกร้องให้รัฐบาลอธิบายเหตุผลในการจัดสรรงบประมาณ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง แบบสัดส่วน

ไม่หรอก ผมไม่ได้ว่าใคร ท่านประธานฟังก่อน ผมไม่ได้ระบุใคร ผมบอกพวกปัญญาทึบที่แสดงความเห็นอย่างนี้ ทึบอย่างไรครับ ท่านประธานรู้ไหมครับการจัดทํางบประมาณรายจ่ายประจําปีเป็นหน้าที่ สํานักงบประมาณ กระทรวงการคลังไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง กระทรวงการคลังเปรียบเสมือน สามีหาเงินมาได้ก็ให้ภรรยาซึ่งเป็นสํานักงบประมาณ บ้านเราจัดตั้งสํานักงบประมาณ เหมือนกับประเทศสหรัฐอเมริกา โดยสํานักงบประมาณขึ้นต่อทําเนียบไวท์ เฮ้าส์ (White House) ในประเทศสหรัฐอเมริกา บ้านเราขึ้นต่อสํานักนายกรัฐมนตรี ประเทศอังกฤษ เราเอารัฐสภาเขามาใช้ เขาจัดงบประมาณขึ้นต่อกระทรวงการคลัง นี่คือความแตกต่าง ของเราเปลี่ยนสมัยอาจารย์ป๋ วย อึ๊งภากรณ์ ผมต้องบอกอย่างนี้เพราะครั้งหนึ่งผมเคยเป็น รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีทํางานเกี่ยวกับงบประมาณมา ๓ ปี คุณอย่ามาอวดดี อวดเด่น แสดงความโง่เขลาเบาปัญญาว่างบประมาณมันจัดโดยกระทรวงการคลัง มันไม่ใช่ ก่อนที่ผมจะพูดถึงภาพรวมแมคโคร (Macro) และลงลึกคือไมโคร (Micro) และไปเยี่ยมตามกระทรวงต่าง ๆ และหน่วยงานที่จะเอาสตางค์ไปใช้ ผมอยากเรียน ท่านประธานว่ากฎหมายงบประมาณมันก็มี ๓ อย่าง

๑. สมดุล แปลว่าได้เท่าไรใช้เท่านั้น

๒. ขาดดุล ได้น้อยใช้มาก

๓. เกินดุล ได้มากใช้น้อย

มีเท่านี้แหละครับ รัฐบาลจัดทํางบประมาณขาดดุลไม่มีใครว่าหรอกครับ ฝรั่งบอก เมค มันนี มัสท์ สเปนด์ ดอนท์ สเปนด์ นอท ทู เมค (Make money must spend don’t spend not to make) หาเงินต้องใช้เงิน ถ้าไม่ใช้เงินมันหาเงินไม่ได้ พวกผมรู้ไหมครับ พรรคเพื่อไทยรู้ไหมครับ พรรคเสียงมากที่สุดที่ได้มาจากการเลือกตั้งถูกต้องชอบธรรม เมื่อเดือนธันวาคม ปี ๒๕๕๐ ได้คะแนนมากกว่าพรรคแกนนําจัดตั้งรัฐบาล ผมไม่โง่กัน หรอกครับ รู้ครับว่ารัฐบาลจะเอาเงินไปใช้จ่าย แต่มันเป็นกฎหมายคุณต้องมาขออนุมัติ ต่อสภา ผมเอามาวิเคราะห์วันนี้ ผมเอาของรัฐบาลทั้งนั้นละครับ มันไม่มีอะไรมากเลย มี ๓๕ มาตรา ถ้าอนุมัติ มาตรา ๓๕ นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ ทุกปีเป็นอย่างนั้น แต่ปีนี้ผมไม่ทราบว่ารัฐบาลชุดนี้ คิดอย่างไร อ้าว เหมือนเดิม เหมือนกันละครับ ไม่ได้อึกทึกครึกโครม นักเรียนนอกนักเรียนนา จัดทํางบประมาณเก่ง บางคนก็ไม่ได้ทําธุรกิจ ไม่ได้มีอะไรเลย ท่านนายกรัฐมนตรี ด้วยความเคารพ เท่าที่รู้จักมา ผมอ่านข่าวก็มีแต่เพียงว่าเอาที่คุณพ่อไปขายที่หัวหิน แล้วก็ได้กําไรมานิดหน่อย ทําธุรกิจอะไรล่ะครับ ข้าราชการเขาทํางาน รัฐวิสาหกิจ เขาหาเงิน ฝ่ายเอกชนเขาก็ทํามาหากิน นายกรัฐมนตรีก็เสียภาษีครับ ผมเสียไหมครับ เสียครับ ครอบครัวท่านเสียไหม เสียครับ ครอบครัวผมเสียไหม เสียครับ โอ้โฮ นายกรัฐมนตรีชุดนี้ทําธุรกิจเก่ง เคยขายโอเลี้ยงสักแก้วไหมครับ ไม่มี รายได้เอามา จากไหนล่ะครับ

๑. กรมสรรพากร

๒. กรมศุลกากร

๓. กรมสรรพสามิต

๔. ได้จากการท่องเที่ยว

ผมไม่ใช่นักปราชญ์ราชบัณฑิตที่อวดรู้เรื่องงบประมาณ แต่มันเรียนรู้กันได้ รัฐบาลได้ขอร่างพระราชบัญญัติทั้งหมด ๓๕ มาตรา รัฐบาลบันทึก วิเคราะห์ สรุปสาระสําคัญ ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ รัฐบาลวิเคราะห์ ผมก็เปิดอ่านครับ นี่เล่มที่ ๒ เล่มที่ ๓ ผมดูงบประมาณโดยสังเขป ผมดูแล้วผมก็แปลกใจว่าท่านนายกรัฐมนตรีที่ได้รับความชื่นชม ชื่นชอบ ท่านเรียน รัฐศาสตร์ ผมไม่ได้เรียนเศรษฐศาสตร์ ท่านไม่ได้จบรัฐศาสตร์ ท่านจบเศรษฐศาสตร์ ก็ลือกันเหลือเกินว่าท่านนายกรัฐมนตรี โอ๊ย ท่านเอกซ์เพิร์ท (Expert) ทางอีโคโนมิค (Economic) ท่านเก่งเหลือเกิน ผมไม่ว่าหรอกครับ แต่สํานักงบประมาณมันจัดทํา งบประมาณอย่างไร งบประมาณสังเขป ท่านนายกรัฐมนตรีกรุณาเปิดตาราง ๑-๑ หน้า ๕ สิครับ นี่มันบ้าแล้วครับ มันบอกว่างบประมาณเศรษฐกิจผลิตภัณฑ์มวลรวม ของประเทศจีดีพีจะโต ๗.๕ เปอร์เซ็นต์ ที่ผมบอกมันบ้าแล้วเพราะอะไรครับ สภาพัฒน์บอก ๓.๕ เปอร์เซ็นต์ ไม่เกิน ๔ เปอร์เซ็นต์ เก่งสุดคือ ๖ เปอร์เซ็นต์ ประเทศกรีซ ทวีปยุโรปเกิดปัญหาก็ไม่รู้จะกระทบค่าเงินบาท ของประเทศไทยหรือไม่ ถ้าเงินบาทมันแข็งการส่งออกลําบาก อันตราย เขียนได้อย่างไรครับ บอกจะโต ๗.๖ เปอร์เซ็นต์ บรรทัดสุดท้าย ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศจีดีพีจะโต ๗.๕ เปอร์เซ็นต์ เขียนมาได้อย่างไร ก็รัฐบาลบอก ๓.๕ เปอร์เซ็นต์ สภาพัฒน์บอกไม่เกิน ๖ เปอร์เซ็นต์ สูงสุดเอสทิเมท (Estimate) เพ้อฝัน อิเมจิน (Imagine) ผมก็เอาตรงนี้ แล้วมาวิเคราะห์ ผมอยากจะเรียนท่านประธานว่างบประมาณปี นี้รัฐบาลจัดทํา งบประมาณแบบขาดดุล โครงสร้างงบประมาณมีเท่านี้ละครับ ๑. ค่าใช้จ่ายประจํา ๒. ในการใช้จ่ายลงทุน ๓. ใช้หนี้ ไม่ได้วิลิศมาหรา ไม่ได้เป็นอย่างอ้ายพวกที่ทํางาน สถาบันการเงิน ทั้งอาชีพหากินในการปั่นหุ้น ทําจนบริษัทล้มหายตายจาก อ้ายผู้เกี่ยวข้อง ต้องหนีไปอยู่ต่างประเทศอยู่เมืองไทยไม่ได้ มาลอยหน้าออกทีวีแป๊ บ แป๊ บ แป๊ บ เก่งเศรษฐศาสตร์คนเกลียดทั้งประเทศ เป็นคนเมืองนอกให้รางวัล พวกผมไม่ให้หรอกครับ พวกผมอยู่ในโลกของความเป็นจริง รัฐบาลจัดทํางบประมาณ ๒,๐๗๐,๐๐๐ ล้านบาท พูดภาษาชาวบ้านง่าย ๆ ครับ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทมีเศษ ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ๒,๐๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ตัวเลขอาจจะผิด อาจจะวิเคราะห์วิจารณ์แต่ละเล่มไม่เหมือนกัน ก็รัฐบาลทํางบประมาณแท้ ๆ ยังแสดงความทึบไปบอกว่าจีดีพีเติบโต ๗.๕ เปอร์เซ็นต์ เสียเหลี่ยม ผมไม่โทษหรอกครับ นายกรัฐมนตรีอาจจะมีภารกิจมากก็อ่านบ้างไม่อ่านบ้าง อย่าให้ผมมีโอกาสเป็นนายกรัฐมนตรีไปนั่งตรงนั้นบ้างนะ ผมไม่ให้พลาดอย่างนี้ครับ อ้ายพรรคเพื่อไทยมันมีคนไม่มีความสามารถ เฉลิมจะเป็นนายกรัฐมนตรี พอใส่ชื่อไปหน่อย ฟ้ำจะถล่มแผ่นดินจะทลาย ปี ที่แล้วก็ใส่ครับ มันเป็ นแคนดิเดท ไพรม์ มินิสเตอร์ (Candidate Prime Minister) ไม่ได้เป็นหรอกนะครับ อภิปรายล้มหายตายจาก ทุจริต ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท รถไฟฟ้ำสายสีม่วง สุดท้ายก็รวมตัวกันมาโกงก็ยกมือให้แก่กัน ผมจะพูดในญัตติไม่ไว้วางใจ ผมบอกว่างบประมาณงบลงทุน งบใช้จ่ายประจําใช้หนี้ ในทางบัญชีพูดได้เลย รัฐบาลก็หลังพิงฝา อภิสิทธิ์ไม่ใช่เทวดา เป็นใครก็ต้องทําอย่างนี้ เพราะมันจํากัดด้วยรายได้ ผมไม่ได้วิพากษ์วิจารณ์ว่านายกรัฐมนตรีไม่เก่ง แต่ว่าท่าน ก็ไม่ได้เก่งเกินพวกผม ท่านจัดตั้งงบประมาณรายจ่ายประจําปีทั้งหมด ๒,๐๗๐,๐๐๐ ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณที่แล้ว ๓๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าเป็นบริษัทใครเป็นผู้จัดการนี่ เถ้าแก่ไล่ออก ทําไมไล่ออกครับ ท่านมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ผมอ่านดูเหตุดูผล บางส่วนควร บางส่วนไม่ควรครับ นายกรัฐมนตรีไม่ได้เอาสตางค์ไปให้เมียนี่ครับ ไม่ได้ไปแจกเพื่อน เอาไปบริหารราชการแผ่นดิน พี่น้องประชาชน ๖๓ ล้านคน ๗๖ จังหวัดรวมกรุงเทพมหานคร นายกรัฐมนตรีต้องมีเงินตรงนี้ไปเพราะนโยบายรัฐบาลจะสู่เป้ำหมาย แอบโซลูท ทาร์เกต (Absolute target) ได้ต้องมีบัดเจท (Budget) รู้ไหมครับ รู้ครับ ให้ไหมครับ ต้องวิพากษ์ ต้องวิเคราะห์ รัฐบาลใช้จ่ายประจําทั้งหมด ๑,๖๖๖,๐๐๔,๒๐๐,๐๐๐ บาท ถามว่าทําไม ใช้จ่ายประจํา เพราะมันมีภารกิจประจํา คําว่า จ่ายประจํา ผมไม่ได้จบบริหาร ผมไม่ได้จบ เศรษฐศาสตร์ แต่บังเอิญไปเรียนมินิ เอ็มบีเอ (Mini MBA) จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อาจารย์เขาสอนเหมือนกัน ใช้จ่ายประจําแปลว่าสูญเปล่า หรือออกซ์ฟอร์ด (Oxford) ว่าไม่จริง ใช้จ่ายประจําสูญเปล่าคือจ่ายแล้วหมดเลย นั่นคือจ่ายประจํา ต่อมารัฐบาล ก็บอกว่าเป็นหนี้เงินคงคลังอยู่ก็เอาไปใช้ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาทเศษ ๆ ต้องทําไหมครับ ต้องทํา ตอนนี้ก็มาถึงงบลงทุน รัฐบาลกําหนดไว้จํานวน ๓๔๔,๔๙๕,๑๐๐,๐๐๐ บาท รัฐบาลเพิ่มจากปีที่แล้วในปี ๒๕๕๓ ของงบประมาณ ๑๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมเอาตัวเลข กลม ๆ เพิ่มเท่าไรครับ ร้อยละ ๖๐.๗ ถามว่าทําไมต้องเพิ่ม เพราะรัฐบาลมีภารกิจ มีพันธกิจ ได้กําหนดนโยบายที่ต้องทํางานให้สอดคล้องรองรับกับนโยบายรัฐบาล ถึงจะต้องเอาเงินไปใช้ รัฐบาลได้กําหนดยุทธศาสตร์ไว้หลายยุทธศาสตร์ แต่ในหลายยุทธศาสตร์รัฐบาลเขียนเอกสารทะเลาะกันเองครับ รัฐบาลโดยการนํา ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่ผมพูดเมื่อสักครู่ ท่านไม่ได้เก่งกาจสามารถตามที่คนเชื่อ ฝรั่งมังค่าจะเชื่อท่านก็เชื่อ แต่พวกผม พรรคเพื่อไทยไม่เชื่อ ผมไม่เชื่อว่าท่านเก่งกาจสามารถ ท่านบอกว่าจะพัฒนาประเทศ โดยการส่งเสริมการส่งออก ท่านประธานรู้ไหมครับกรมส่งเสริมการส่งออกอยู่ที่ไหน ก็อยู่กระทรวงพาณิชย์ ใครทําหน้าที่ กรมการค้าต่างประเทศ ทั้งที่กระทรวงท่านให้งบเขา ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท ในเอกสารท่านผมไม่อยากพูดว่าเอกสารที่เขียนมาเป็นเอกสาร เฮงซวย เพราะเดี๋ยวจะประท้วง ทําไมบอกว่าเฮงซวย มันเฮงซวยจริง ๆ ยุทธศาสตร์ อย่างนี้จะส่งเสริมการส่งออกเพื่อเอาเงินอินคัม (Income) ต้องส่งออกไป ต้องคํานึงถึง เสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ต้องขยายการพัฒนาเศรษฐกิจสู่รากหยั่งลึกแบบยั่งยืน เกลียดนัก พันตํารวจโท ทักษิณ แล้วที่พรํ่าพูดนโยบายต่าง ๆ นี่ก็เอามาจาก พันตํารวจโท ทักษิณ ทั้งนั้น ผมไม่ว่าท่านลอกเลียนลิขสิทธิ์หรอกครับ เป็นสิทธิ หรือตํารามันอาจจะตรงกัน ท่านส่งเสริมการส่งออกทําไมท่านถึงจัดงบประมาณให้กรมการค้าต่างประเทศนิดเดียวครับ เดี๋ยวตอนเยี่ยมกระทรวงผมจะบอกประธานไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีว่าตั้งอย่างนี้ ได้อย่างไร ท่านบอกว่าประเทศมั่นคงดู ๔ เรื่อง ๔ ราวสุดท้ายผมจะวิจารณ์ให้ฟัง ๓ เล่ม ของท่านผมนั่งอ่านมาในรถ เสียดายพรรคเขาบอกว่าไม่มีเวลาให้ผม พอมาถึงก็ปรับเปลี่ยน ถ้าได้เตรียมตัวกว่านี้น่าจะดีกว่านี้ ผมจะวิเคราะห์งบประมาณ ปี ๒๕๕๔ ในภาพรวม หรือแมคโคร

ในประการที่ ๑ งบประมาณฉบับนี้เป็นงบประมาณขาดดุล ๔๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าไม่จริงท่านนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ตอบได้ว่าไม่จริง ถ้าเท็จก็แปลว่าท่านเขียนเอกสารไม่ถูกต้อง เหมือนกับบอกจีดีพีจะโต ๗.๖ เปอร์เซ็นต์ เอามาจากไหน สภาพัฒน์บอกว่า ๓.๕ เปอร์เซ็นต์ ไม่เกิน ๖ เปอร์เซ็นต์ รัฐบาล กระทรวงการคลัง ก็แป๊ บ แป๊ บ แป๊ บ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังท่านหลอกคนอื่นได้ แต่ท่านหลอกพรรคเพื่อไทยไม่ได้หรอก ท่านทํางบประมาณไม่เป็ น ผมก็ไม่เป็ น คุณอภิสิทธิ์ก็ไม่เป็น กระทรวงการคลังทั้งกระทรวงไม่เป็นเพราะมีหน้าที่หาเงิน ที่นั่งกันอยู่ หน้าสลอนถึงเวลาก็เจ้าหน้าที่งบประมาณเขียนเลคเชอร์ (Lecture) ฟุตโน้ต (Footnote) เลฟโน้ต (Leftnote) ชอร์ต โน้ต (short note) ส่งมาทั้งนั้น เพราะเขารู้ ผมกล้าพูดได้ นักการเมืองเมืองไทยถึงผมไม่ทอป เทน (Top ten) แต่ผมก็ทอป ไฟว์ (Top five) เก่งที่สุด ท่านบุญชู โรจนเสถียร ตายแล้ว รองลงมาอันดับ ๒ อันดับ ๓ ต้องถ่ายรูปคือ ท่านชัย ชิดชอบ ท่านบรรหาร ศิลปอาชา พรรคประชาธิปัตย์ให้คนหนึ่ง พิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล นอกนั้นผมไม่เห็น พวกท่านนั่นแหละในสายตาพวกผมไม่มีเรทติ้ง (Rating) ไม่รู้เรื่องหรอก ท่านนายกรัฐมนตรีโชคดีนะครับจากสํานักนายกรัฐมนตรีจัมพ์ อัพ (Jump up) เป็นนายกรัฐมนตรีเลย โอ๊ย คนชื่นชอบ แหมเขาส่งผมมามันตัวปลอมแท้ ๆ ๖ กระทรวง จะขึ้นนายกรัฐมนตรี โอ๊ย กินไม่ได้นอนไม่หลับ พรรคท่านก็ออกมาว่าเฉลิมเป็นไม่ได้ อ้าว ทําไมเป็นไม่ได้ ผมส่วนสูงไม่ถึงหรือ หรือไม่มีปริญญาตรี ครั้นจะบอกว่าจบตรงนั้นตรงนี้ เดี๋ยวก็หาว่ามาโอ้อวด รับดุษฎีบัณฑิตพร้อมกันนะท่านนายกรัฐมนตรีกับผม ท่านดุษฎีบัณฑิต ท่านกิตติมศักดิ์ทางนิติศาสตร์ ขอบคุณที่ให้เกียรติสถาบันผม สถาบันผมก็ให้เกียรติ ท่านนายกรัฐมนตรีมอบให้ท่านรับวันแรก ผมวันที่สอง ท่านรับเวลาสั้น ๆ ผมใช้เวลา ๕ ปี แต่ถามท่านมีเกียรติไหม มีเกียรติ ท่านต้องห้ามลูกพรรค มันไม่ได้เป็นอยู่แล้ว โอ๊ย ด่าผม เช้า สาย บ่าย เย็น อ้ายพวกไม่มีงานทํา ท่านประธานครับ ผมจะวิเคราะห์งบประมาณ ปี ๒๕๕๔ สมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

ประการที่ ๑ งบนี้ขาดดุล ๔๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ ฉบับนี้ประกอบด้วยงบรายจ่าย ๒,๐๗๐,๐๐๐ ล้านบาท แบ่งเป็นรายจ่ายประจํา ค่าใช้จ่ายบุคลากร ๑,๖๖๒,๖๐๔.๒ ล้านบาท ถามว่าสูงกว่ารายรับของงบประมาณท่านเอสทิเมทเอาไว้ ว่าท่านจะรับ ๑,๖๕๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่รายจ่ายประจํา ๑,๖๖๒,๖๐๔.๒ ล้านบาท จ่ายมากกว่ารับ งบประมาณที่ท่านทํารายรับอย่างนี้ภาษาชาวบ้านในท้องตลาดเขาบอกไม่พอค่าโสหุ้ย จะนับทั้งค่าเยียวยาที่ท่านบอกท่านต้องไปดูแลคนนั้นคนนี้ เอาเถอะทําเถอะ ผมไม่พูดเรื่องนี้ ผมเข้าใจนายกรัฐมนตรี ผมไม่ได้เกลียดท่านนะ แต่อะไรที่ท่านทําผิดผมบอกผิด อะไรที่ทําไม่ได้ผมกล้าคริทิไซส์ (Criticize) ผมไม่เกรงใจท่าน บางคนบอกไม่ได้นะ ไปว่าอภิสิทธิ์เดี๋ยวชาวบ้านเกลียด ผมบอกบางคนเขาบอกถ้าไม่ด่าอภิสิทธิ์ชาวบ้านเกลียด มันก็ไปวัดกันการเลือกตั้งครั้งหน้า แม่น บ่ นายกรัฐมนตรีว่าสิ่งที่พูดนั้นจริงเท็จแค่ไหน

ข้อ ๒ งบประมาณฉบับนี้รัฐบาลต้องก่อหนี้ ๔๒,๐๐๐ ล้านบาทนี่ไม่รวม พระราชกําหนด ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่รวมพระราชบัญญัติ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท หรือพระราชกําหนด ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท พระราชบัญญัติ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านมั่วหมด ตอนกู้บอกมีไพรออริตี้ (Priority) พออยู่ไปหน่อยเก็บภาษีได้เพิ่ม เฮ้ย ไม่เอาแล้ว นี่นโยบายขายขนมครก ไม่ได้นะ ตอนกู้ต้องคิดให้รอบคอบ ต้องตรวจสอบ ให้สมบูรณ์ว่าเราจะกู้เพราะอะไร และถ้าจะเลิกเพราะอะไร นี่พอเก็บภาษีได้เพิ่ม เศรษฐกิจดีท่านก็บอกว่าที่ขอกู้ไม่เอาแล้ว พระราชกําหนดมันจบแล้ว ก็เหลือพระราชบัญญัติ ทีนี้งบประมาณปีนี้ท่านต้องกู้ ๔๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ชดเชยส่วนที่ขาดดุล นายกรัฐมนตรี เข้าใจตรงกันนะ ขาดดุลก็แปลว่าขาดทุน เสร็จเรียบร้อยเงินกู้ดังกล่าวนี้ท่านเอาไป ชําระหนี้เดิม พูดกันให้ชัด กู้มาไปชําระหนี้เดิม พอปีนี้ท่านบริหารราชการบ้านเมืองอย่างนี้ พอปี หน้ากู้อีกขาดดุลอีก ตั้งงบรายจ่ายประจํามากอีกเพราะยุคโกลบัลไลเซชัน (Globalization) การพัฒนาทางการเมืองต้องใช้เงินเพิ่มขึ้นเพื่อพัฒนาประเทศก็ต้องกู้ กู้เสร็จกู้ปี นี้ใช้ปี ที่แล้ว ปี ต่อไปก็ใช้หนี้ อยู่ในสภาพของงูกินหาง ท่านประธานครับ งบประมาณรายจ่ายฉบับนี้ ๒,๐๗๐,๐๐๐ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๒๐ ที่รัฐบาลจะต้อง ดําเนินการ ท่านบอกว่าขาดดุล จํานวน ๔๒๐,๐๐๐ ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ ๔.๑ ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ นายกรัฐมนตรีต้องบอก รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังต้องพูด ๔.๑ เปอร์เซ็นต์ นี่มันใกล้ครึ่งเข้าไปแล้ว อันตรายครับ ประเทศกรีซมีปัญหา ยุโรปมีปัญหา เงินยูโร (Euro) ลด เงินปอนด์ลด เงินดอลลาร์ ต่อไปเงินไทยเราแข็งขึ้น ๆ ส่งออกไม่ได้เอาเงินที่ไหน หรือนายกรัฐมนตรีรู้ล่วงหน้าว่า จากนี้ต่อไปมันส่งออกไม่ได้ก็เลยไม่ให้งบกรมการค้าต่างประเทศ รู้หรือ ถ้าไม่รู้ก็หมั่นไส้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์หรือ สวยนัก สวยเริด สวยเจ็บ เลยให้งบน้อยหน่อย อย่างนั้นหรือเปล่า ท่านอาจจะไม่คิดแต่ผมมีสิทธิ สตางค์ของผม สตางค์พวกผม สตางค์ พ่อแม่พี่น้องของผม โดยเฉพาะคนส่วนใหญ่ของประเทศคนภาคอีสาน คนภาคเหนือ มีสิทธิ ท่านอาจจะเป็นปอปปูลาริตี้ (Popularity) ในฮาร์ท ออน ทาวน์ (Heart on town) ก็เรื่องของท่าน ท่านอาจจะเป็นพระเอกลูกกรุง ผมอาจจะเป็นพระเอกลูกทุ่ง ก็แล้วแต่ การแบ่งตลาดทางการเมือง ท่านก่อหนี้ทั้งหมดคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ ๔.๑ ของผลิตภัณฑ์ มวลรวมภายในประเทศ ตัวเลขฟังดูเผิน ๆ ต่อไปสัดส่วนกู้ยืมเงินรัฐบาลต่อผลิตภัณฑ์ มวลรวมภายในประเทศ ผมเอสทิเมทไว้ถ้าท่านอยู่ถึงปีหน้าจะพุ่งถึง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ฝรั่งบอกแดนเจอรัส (Dangerous) คนไทยบอกอันตรายนะ ถ้าขึ้นถึง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ผมก็รู้ว่าท่านนายกรัฐมนตรีไม่อยากให้เป็ น ถ้าผมเป็ น นายกรัฐมนตรีก็ไม่อยากให้เป็น แต่ท่านกรุณานิดหนึ่งเถอะ รัฐบาลบริหารเศรษฐกิจดี รัฐบาลจะแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ คนในรัฐบาลพร้อม ท่านรู้ไหมคนของท่านบางคน พ่อให้สมบัติหมู่บ้านไว้บริหารจนเจ๊งแล้วมาเป็นทีมเศรษฐกิจ ผมไม่อยากพูด นโยบาย ทั้งหมดเรื่องชุมชนเข้มแข็งออกมาจากข้างบน มีคนกลางมารับงาน มีลูกน้องไปวางงาน มีเจ้าหน้าที่ มีสมาชิกพรรคไปทํามาหากิน เขาเอา ๑ บอก ๒ เขาเอา ๔ บอก ๕ ต้องเฉ่งปี๋กัน ตอนญัตติไม่ไว้วางใจ นี่เพียงแต่บอกว่าอย่ามาคุยว่าทีมเศรษฐกิจเลอเลิศ ไม่มีทาง พวกท่านไม่ได้ครึ่งหนึ่งทีมเศรษฐกิจของพรรคเพื่อไทย ผมเรียนนะครับ งบประมาณฉบับนี้ ถือว่ากู้หนี้ใหม่ไปใช้คืนหนี้เก่า เถียงผมมาสิ ต่อมาก็งบประมาณการก่อหนี้ ๔๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ด้านหลักก็เพื่อให้เศรษฐกิจขยายตัวต่อเนื่อง อัตราการเติบโตท่านมองเอาไว้ว่า ปี ๒๕๕๔ จะคาดการณ์ไว้ที่ ๓.๕-๔.๕ เปอร์เซ็นต์โดยประมาณ สภาพัฒน์บอก ๗.๕ เปอร์เซ็นต์ ผมเชื่อรัฐบาลครับ ขอประทานโทษ งบประมาณใส่มาในงบประมาณ โดยสังเขปบอก ๗.๕ เปอร์เซ็นต์ ท่านบอกเลย ๓.๕-๔.๕ เปอร์เซ็นต์นี่พอไปได้ ทีนี้ท่าน ก่อหนี้ จํานวน ๔.๑ เปอร์เซ็นต์ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศเพื่อสร้างส่วนเพิ่ม ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศร้อยละ ๓.๕ ไม่ว่าจะพิจารณาด้วยทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ ทฤษฎีใด ไม่ต้องออกซ์ฟอร์ดหรอกครับ เอามินิ เอ็มบีเอจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นี่แหละ ท่านนายกรัฐมนตรีก็จะรู้ได้ชัดว่ารัฐบาลกําลังดําเนินนโยบายแผ่นดินที่ไม่มี ประสิทธิภาพและไม่มีประสิทธิผล ท่านเขียนเอกสารวิเคราะห์งบประมาณ หน้า ๒ ย่อหน้าที่ ๒ รัฐบาลก่อหนี้ ๔.๑ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี คิดว่าเศรษฐกิจจะขยายตัว ๓.๔-๔.๕ เปอร์เซ็นต์ นี่ท่านเขียนของท่านไว้มันคอนทราสต์ (Contrast) กันกับ ที่สํานักงบประมาณได้วิเคราะห์เอาไว้ ท่านประธานที่เคารพ เพื่อความชัดเจน หนี้สาธารณะ พี่น้องประชาชนจะได้รู้ คือหนี้ของรัฐบาลที่กู้ทั้งในและนอกประเทศ หากรวมงบประมาณ ปี ๒๕๕๔ บวกเข้าแล้วจะมีหนี้ปริ่ม ๆ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ คนที่เคยทํางานบริษัทซื้อหุ้น บริษัทขายหุ้น พวกผมไม่ให้แต้มครับ คุณไม่ได้มีศักยภาพเหนือพวกผมหรอก แต่บังเอิญ โชคช่วย แล้วเลิกพูดสักทีเถอะอ้ายที่มาลูกคนนั้นหลานคนนี้ อย่าให้ผมพูดนะ ผมนี่ อภิปรายในสภาจนพ่อนักการเมืองคนหนึ่งท่านนายกรัฐมนตรีปลดออก ผมนี่เป็น คนอภิปราย แต่ผมอาภัพ ศัตรูเยอะ ทําคุณงามความดีไว้คนก็ลืม ส.ป.ก. ๔-๐๑ ก็น็อก (Knock) เสียกลางสภาก็ยุบสภาไป พ่อนักการเมืองคนหนึ่งก็โดนน็อกกลางสภา ผมนี่แหละอภิปราย บริษัทหนึ่งที่ทําธุรกิจการเงินเจ้าของโยงไปโยงมาเอาเงินออกซ้าย เข้าขวา หน้า หลัง คนในรัฐบาลชุดนี้ก็ทํางานอยู่ด้วย วันนี้หนีไปอยู่ที่ประเทศอังกฤษ ฝีมือเฉลิมนี่แหละครับ ผมอภิปราย โอ๊ย มีคนมาด่ามีคนมาติดต่อ คุณเฉลิมด่านี่ยั้งให้ที ผมบอกไม่มีหรอก การเมืองต้องตรงไปตรงมา ไปทางไกลรู้กําลังม้า นานเวลารู้นํ้าใจคน

ท่านประธานครับ รัฐบาลบอกว่าถ้าลดความเหลื่อมลํ้าทางสังคมจะให้สังคม มีมาตรฐานเดียวกัน ท่านนายกรัฐมนตรีไปพูดหลายที่ ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่า จะทําเมืองไทยให้เป็นเวลแฟร์ (Welfare) รัฐสวัสดิการ ใครเขียนตําราให้ท่าน ท่านต้องให้ มันไปอยู่ไกลท่านที่สุด จนกว่าท่านจะพ้นจากตําแหน่งหน้าที่ ประเทศที่จะเป็นเวลแฟร์ หรือรัฐสวัสดิการได้นั้นเขาต้องเก็บภาษี ๗๕ เปอร์เซ็นต์ถึง ๘๐ เปอร์เซ็นต์ เมืองไทยสูงสุด ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ๓๕ เปอร์เซ็นต์ มันเป็นรัฐสวัสดิการไม่ได้ ท่านนายกรัฐมนตรีเพ้อ ท่านฝัน ถ้าท่านคิดว่าจะแอบโซลูท ทาร์เกตนั่นได้ แต่ไม่ใช่ปัจจุบัน รัฐสวัสดิการต้องเก็บภาษี ๗๕-๘๐ เปอร์เซ็นต์ เขาปูพื้นฐานในประเทศแถบสแกนดิเนเวีย ประเทศสวีเดน ประเทศเดนมาร์ก และอีกประเทศหนึ่ง ๓ ประเทศ ทําไมผมถ่องแท้ล่ะ ผมรู้ดีเพราะผมเคยไปลี้ภัยที่นั่น ผมเข้าใจดีกว่านายกรัฐมนตรีไหม ดีกว่า อยู่ไม่ห่างกันเท่าไรหรอก แต่ประเทศอังกฤษมันเมืองเปิด ประเทศเดนมาร์ก เขาเมืองปิด เขาเป็นรัฐสวัสดิการ เขาฝังรากหยั่งลึกลงมานับร้อย ๆ ปี ท่านอภิสิทธิ์มาเป็น นายกรัฐมนตรีปีกว่าจะเป็นรัฐสวัสดิการ หาเสียงอย่างอื่นก็หาเถอะ อย่าทําเลยอย่างนี้ คนไม่รู้นักข่าวก็เขียน โอ อภิสิทธิ์อวตารมาเกิดจะพลิกประเทศ จะพิค อิท อัพ (Pick it up) เมืองไทย จะดําเนินการเป็นรัฐสวัสดิการ ท่านทําไม่สําเร็จ แล้วโอกาสรอบหน้าท่านมา ทําเนียบไม่ถูกแล้ว หาเข็มทิศยังมาไม่ถูกผมจะบอกให้ ไปเถอะท่านต้องไปตรงอื่น ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านบอกว่าจะลดความเหลื่อมลํ้าทางสังคม ท่านเปิดงบประมาณดู ผมเอาของท่านมาวิพากษ์วิจารณ์ ยํ้าอีกครั้งหนึ่ง ไม่ได้เตรียมตัว เพราะเขาให้ไปคิว ไม่ไว้วางใจ ในกลุ่มงานจังหวัดกําหนดเอาไว้ ๑๘,๐๐๐ ล้านบาทเพื่อจะแก้ปัญหา ความเหลื่อมลํ้าทางสังคม แต่ปรากฏว่าร้อยละ ๘๐ ของ ๑๘,๐๐๐ ล้านบาทเป็นการจ่ายประจํา ร้อยละ ๘๐ หารไปสิท่านนายกรัฐมนตรี ๑๘,๐๐๐ ล้านบาทเอา ๘๐ หาร จะเหลือ เงินนิดเดียวครับ เหลือ ๔,๐๐๐ ล้านบาทใน ๗๕ จังหวัด หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ เขาไม่เอาของท่านเพราะเขามีงบของเขา เหลือ ๔,๐๐๐ ล้านบาทที่จะแก้ปัญหา ความเหลื่อมลํ้าตํ่าสูงเฉลี่ยแล้วจังหวัดได้จังหวัดละ ๕๓ ล้านบาทเศษ สํานักงบประมาณ ก็ซื่อบื้อใส่มา ๑๘,๐๐๐ ล้านบาท ดูงบประจํา ๘๐ เปอร์เซ็นต์ใน ๑๘,๐๐๐ ล้านบาท มันเหลือทั้งหมด ๔,๐๐๐ ล้านบาท เอา ๗๕ จังหวัดหารไป เหลือจังหวัดละ ๕๓ ล้านบาทไม่พอ ทําไมไม่คิดล่ะ หรือมัวไปออกทีวี ศอฉ. เลดี้ แอนด์ เจนเทิลเมน (Lady and Gentlemen) กู๊ด มอร์นิ่ง (Good morning) กู๊ด อาฟเตอร์นูน (Good afternoon) กู๊ด อีฟวนิ่ง (Good evening) เลยไม่ได้อ่านงบประมาณครับ ผมก็เลยเรียกท่าน จอมพล อภิสิทธิ์ แล้วก็เรียก พลเอก ปณิธาน บางคนเขาถามว่าเหน็บแนมไหม บอกไม่ใช่ ไปอยู่นานเหลือเกินนี่ก็เลย ต้องตั้งให้เป็นจอมพล อ้ายนั่นก็ออกรายการ เลดี้ แอนด์ เจนเทิลเมน ด่าคนอื่นเขาด่าได้ เวลาใครเขาด่าบ้างบอกนักวิชาการ คุณมาเป็นรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี คุณทําหน้าที่ โฆษกรัฐบาลคุณเป็นนักการเมืองเต็มตัว แล้วคุณมาบอกเวลาใครด่า โอ๊ย ไปด่า นักวิชาการ อ้ายนักวิชาการคําจํากัดความคืออะไร ต้องเรียนจบแค่ไหน ปริญญาตรี เป็นได้ไหม ปริญญาโทเป็นได้ไหม ปริญญาเอกเป็นได้ไหม มันก็อยู่ที่พวกคุณจะยกย่อง ส่งเสริม แล้วไปบอกพรรคเพื่อไทยหาคนเป็นนายกรัฐมนตรีไม่ได้ บอกท่านประธานผ่านไป นายกรัฐมนตรี พรรคผมนะตั้งแต่ภารโรงพรรคยันหัวหน้าพรรคพร้อมเป็นนายกรัฐมนตรี ทุกคนเพราะภารโรงพรรคผมจบปริญญาโทเป็นตับเป็นได้

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมบอกว่ารัฐบาลกําหนดยุทธศาสตร์ ในข้อ ๓ รัฐบาลบอกว่าจะสร้างสรรค์งบประมาณ ๖๒๔,๔๑๘ ล้านบาทเพื่อดําเนินยุทธศาสตร์ การพัฒนาสังคมคุณภาพชีวิต และลดความเหลื่อมลํ้าทางสังคม ผมอ่านทบทวน ยุทธศาสตร์พบแต่นโยบาย ยู แฮฟว เดอะ โพลิซี โอนลี่ (You have the policy only) คุณมีนโยบาย รัฐบาลไม่มีมาตรการ ไม่ว่าจะมาตรการวัฒนธรรม ศาสนา กีฬา นโยบาย ประชาสงเคราะห์และประชาสังคมเป็ นสําคัญ ไม่พบนโยบายมาตรการส่งเสริม ให้ประชาชนมีโอกาสสูงเหมือนกับที่ท่านทักษิณเขาทํากองทุนหมู่บ้าน พักชําระหนี้เกษตรกร เอสเอ็มอี เอสเอ็มแอล รักษาฟรี ดูแลพี่น้องประชาชน จึงเป็นขวัญใจคนยากคนจนตลอดมา มันจัดนโยบายกําหนดเม็ดเงินสู่เป้ำหมาย มันคนละชั้น คนละวิชัน (Vision) พันธกิจ ภารกิจ มันต่างกันด้วยสติปัญญา ท่านประธานที่เคารพ ต่อมาก็บอกว่าจะให้ความเป็นธรรม ทางเศรษฐกิจ ความไม่เป็นธรรมทางกฎหมาย จะทํามาตรฐาน เขากล่าวหาท่าน ๒ มาตรฐาน ด้วยความเคารพท่านประธาน นายกรัฐมนตรีรู้เต็มอก ผมนี่รู้จักกับท่านมานาน ผมหวังดีกับท่านนะ ท่านเป็นนายกรัฐมนตรีก็ไม่ได้อิจฉาก็บุญทํากรรมแต่ง ปี ๒๕๒๖ ผมปราศรัยให้พรรคประชาธิปัตย์ที่สนามหลวง ท่านก็บอกว่าท่านจะมาช่วย หาเสียง พักเรียนจากประเทศอังกฤษ เขาบอกท่าน ๒ มาตรฐาน ผมกําลังบอกว่า นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ไม่มีมาตรฐาน ๒ มาตรฐานยังดี ยังมี ๑ มี ๒ นี่ท่านไม่มี มาตรฐาน ผมเรียนนะครับ รัฐบาลไม่ได้จัดงบประมาณให้คนยากจน อะไรจะไปซํ้า ที่ท่านทักษิณทําไว้ กลัวเลียนแบบทักษิณ อ้ายนี่ไม่ได้ คนจําทักษิณได้ เขาไม่รู้จักอภิสิทธิ์ คิดได้อย่างไร อ้ายคลังก็เก่งนัก ไม่รู้หรอก ไม่เชื่อออกทีวีดีเบท (Debate) กันไหม ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังท่านกับผมเอาช่องไหนก็ได้ยกเว้นช่อง ๑๑ ผมไม่อยากไปเพราะไปแล้วซวยผมไม่ไปช่องนี้ ท่านประธานครับ รัฐบาลไม่มีความจริงใจ แก้ไขปัญหา ความเป็นธรรม แผนปรองดอง มันเกิดไม่ได้

ประการที่ ๓ นายกรัฐมนตรี รัฐกําหนดนโยบาย ปี ๒๕๕๔ ไว้ไร้ทิศทาง ไม่แน่นอน ท่านจะไปไหน ช่วยคนจน พัฒนาสังคม ลดความเหลื่อมลํ้า แก้ปัญหา การว่างงาน แก้ปัญหาเศรษฐกิจ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม เป็นปัจจัยสําคัญทางด้าน เศรษฐกิจ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาท่านให้เขานิดเดียว ผมไม่อยากพูด เดี๋ยวพรรคเพื่อแผ่นดินถอนตัวผมต้องเป็นนายกรัฐมนตรีเร็วกว่ากําหนด ไม่ครับ ยังไม่ใช่ คิวผม ผมรอได้ เพราะผมกะเล่นการเมืองอีก ๒ ปี ปีนี้ผม ๖๓ ปี วันเกิดครบพรุ่งนี้ อีก ๒ ปี ผม ๖๕ ปี ถ้าไม่ได้เป็นก็เป็นรัฐมนตรี ๖ สมัยพอแล้ว ผมไม่มีเรื่องทุจริต ใครจะเกลียด จะชังบ้างไม่เป็ นไร ผมมีหลักของผม ผมมีสเตตัส (Status) ผมเป็ นตัวของตัวเอง ผมทํางานทางการเมืองผมมีความสุข ผมเรียนท่านประธานว่าความเป็นธรรมของรัฐบาล ชุดนี้ เดี๋ยวผมจะไปเยี่ยมดีเอสไอตอนเอางบประมาณ เวลาพวกผมพูดถึงท่านทักษิณ ท่านบอกเป็นทายก เป็นสาวก แล้วอยู่ปักษ์ใต้มึงหาเสียงไม่ชูพี่ชวนใครเลือกล่ะ ปักษ์ใต้ ๑๔ จังหวัด ถ้าไม่ชูพี่ชวนมึงเป็ นผู้แทนราษฎรได้ไหม พี่ชวนย้ายไปตั้งพรรค พรรคประชาธิปัตย์ก็เรียบร้อยแพ้หมด เขาเคารพใคร พูดถึงใคร เป็นสิทธิ ผมเคารพ