อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หารือเรื่องการสร้างความปรองดองในสังคม โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการสร้างความไว้วางใจและความเข้าใจระหว่างกลุ่มต่างๆ และยืนยันว่ารัฐบาลมุ่งหวังที่จะหลีกเลี่ยงการสูญเสียชีวิตประชาชน และไม่มีกรณีที่จะสั่งทำร้ายประชาชน แต่ไม่ให้กลุ่มใดใช้ความรุนแรงและยึดบ้านยึดเมืองตามใจชอบ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบคุณข้อเสนอของ เพื่อนสมาชิกที่เพิ่งอภิปรายเสร็จในบางประเด็นนะครับ ที่ผมคิดว่าเป็นประโยชน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเดินหน้าในเรื่องของการสร้างความปรองดอง สมานฉันท์ สิ่งที่ท่าน สะท้อนมาเป็นการสะท้อนเป็นอย่างดีว่าบ้านเมืองของเรามีช่องว่างในเรื่องของความเชื่อ ความเข้าใจค่อนข้างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของความไว้วางใจที่มีต่อกลุ่มบุคคล ต่าง ๆ ที่ท่านเปรียบเทียบไม่ว่าจะเป็นกรณีของทหาร ตํารวจ แล้วก็ได้มีการเสนอแนะว่า จะต้องดึงคนทุกกลุ่มรวมทั้งพระสงฆ์ หรือองค์กรทางศาสนา และองค์กรอื่น ๆ เข้ามาร่วม ในการดําเนินการในเรื่องของแผนปรองดอง ตรงนี้ผมคิดว่าเป็นข้อเสนอซึ่งคงจะมองตรงกัน แล้วก็จะมีการดําเนินการเพื่อให้การเดินหน้าของการปรองดองนั้นเป็นอยู่ในบรรยากาศ ที่ทุกฝ่ายมีความไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกัน ซึ่งเป็นหัวใจของความสําเร็จนะครับ
อย่างไรก็ตามท่านได้อภิปรายพาดพิงถึงกระผม เอาละครับ อาจจะต้องการ ให้คนคิดไปอย่างหนึ่งอย่างใด แต่ผมขอเรียนยํ้าอีกครั้งนะครับ จุดยืนที่ผมเคยแสดงไว้ ในวันที่ ๗ วันที่ ๘ วันที่ ๙ ตุลาคม ตลอดจนการปฏิบัติหน้าที่ของผมจนถึงปัจจุบันนี้ ผมยืนยันนะครับว่าไม่ได้ขัดแย้งกันหรอกครับ ผมอยากจะยํ้าอีกครั้งว่าจุดยืนในวันนั้น สิ่งแรกที่ผมได้แสดงก็คือว่าเมื่อมีการมาประท้วงเรียกร้องชุมนุม โดยเฉพาะเป็ น การเรียกร้องที่มีข้อเรียกร้องทางการเมือง ผมพูดชัดครับว่าคนเป็นรัฐต้องรับฟัง และผม ก็ยังไม่ได้พูดด้วยซํ้าครับว่าไม่จําเป็นที่จะต้องเชื่อฟัง ความหมายวันนั้นก็คือว่าขณะนั้น มีการเรียกร้องอย่างมากให้รัฐบาลในขณะนั้นลาออก ไม่อยากให้ยุบสภา อย่างนี้เป็นต้น ผมยืนขึ้นอภิปรายในสภาให้ความคิดเห็นผมก็บอกว่าการจะให้ท่านนายกรัฐมนตรีสมัคร ในขณะนั้นลาออกหรือนายกรัฐมนตรีสมชายในขณะนั้นลาออก ผมก็ไม่เห็นด้วย เพราะจะเป็นปัญหาที่เกิดความคลางแคลงใจว่าถ้ามีคนกลุ่มหนึ่งมาเรียกร้องชุมนุม และกดดันสามารถให้ดําเนินการตามนั้นได้ ก็จะมีคนอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งอาจจะมีมากกว่า หรือน้อยกว่าในสังคมที่ไม่เห็นด้วย แล้วเราก็จะมีการสร้างบรรทัดฐานซึ่งอาจจะผิดไปก็ได้ ซึ่งอันนี้ก็เป็นจุดยืนชัดของท่านนายกรัฐมนตรีสมัครเช่นเดียวกัน แต่การรับฟังผมคิดว่า มันแสดงออกได้ครับ ผมได้ยํ้าไปแล้วว่าช่วงระยะเวลา ๒ เดือนของเหตุการณ์ ผมได้ แสดงออกทั้งในเรื่องของการที่เข้าไปเจรจาโดยตรงกับแกนนําก็ดี การเสนอแผนปรองดอง ที่ได้รับฟังความคิดเห็นในข้อเรียกร้องเรื่องของการยุบสภาก็ดี อย่างที่ผมเชื่อว่าไม่ได้มี นายกรัฐมนตรีท่านอื่นเคยดําเนินการมาก่อน อันนี้ก็เป็นจุดหนึ่งซึ่งผมได้แสดง
ประการที่ ๒ เรื่องปัญหาการเสียชีวิตของพี่น้องประชาชน กระผมก็ได้ กราบเรียนครับว่าอยู่ในกระบวนการที่จะต้องมีการตรวจสอบ แต่สิ่งหนึ่งซึ่งผมยืนยันได้ ในนโยบายของรัฐบาลและ ศอฉ. ของกองทัพด้วย ก็คือว่าเราพยายามอย่างยิ่งในการหลีกเลี่ยง ไม่ให้เกิดการสูญเสีย และไม่มีกรณีใด ๆ หรอกครับที่จะไปสั่งทําร้ายพี่น้องประชาชน อันนี้เป็นเรื่องที่มีแนวทางซึ่งก็คงจะได้มีการพิจารณาอภิปรายกันต่อไป อย่างไรก็ตาม ท่านได้เปรียบเทียบกรณีการเสียชีวิตของน้องโบว์ ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงของการเคลื่อนไหว ของกลุ่มพันธมิตรกับพยาบาลอาสาท่านหนึ่งที่เกิดขึ้นเข้าใจว่าที่วัดปทุมวนาราม ผมก็ขอกราบเรียนนะครับว่าตั้งแต่เกิดเหตุการณ์มาจนถึงทุกวันนี้ ผมยังไม่เคยไปกล่าวหา บุคคลหนึ่งบุคคลใดที่เสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บว่าคนคนนั้นจะต้องเป็นผู้ก่อการร้าย ผมเพียงแต่บอกว่าการชุมนุมเคลื่อนไหวในครั้งนี้น่าจะแตกต่างจากครั้งอื่น ๆ และเห็นได้ชัด ก็คือว่ามีกลุ่มบุคคลซึ่งใช้อาวุธ แม้กระทั่งอาวุธสงครามต่อเจ้าหน้าที่ แม้กระทั่ง ต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์ รวมไปถึงในบางกรณีเชื่อได้ด้วยครับว่ามีการให้กองกําลัง ทําร้ายประชาชนแม้กระทั่งผู้ชุมนุมด้วยกันเอง คนที่ได้รับความสูญเสียนั้นเราไม่ได้ไป กล่าวหาเขาเลยครับ และผมก็ได้ลุกขึ้นมาชี้แจง ๒ ครั้งแล้วในการประชุมในวันนี้ว่า เราไม่ได้ไปกล่าวหาบุคคลที่มาชุมนุมด้วยความบริสุทธิ์ และต้องไม่ลืมนะครับ เหตุการณ์ความสูญเสียไม่เคยเกิดขึ้นในบริเวณราชประสงค์คือตรงเวทีเลยครับ เพราะนั่นคือจุดยืนของรัฐบาลที่ดําเนินการมา ๒ เดือนด้วยความระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง กรณีของพยาบาลอาสานั้นก็เป็นกรณีซึ่งเรากําลังค้นหาข้อเท็จจริงกันอยู่ครับ ผมทราบว่า เหตุที่เกิดขึ้นที่วัดปทุมวนารามมีบุคคลที่ถูกยิง แล้วก็กลุ่มพยาบาลอาสาหรือกลุ่มแพทย์อาสา พยายามเข้าไปช่วยเหลือครับ แล้วก็นําบุคคลที่ถูกยิงในช่วงแรกเข้าไปในเต็นท์ที่อยู่ ในวัดครับ แล้วก็มีการกราดยิงในเต็นท์เช่นเดียวกัน แต่ขณะนี้ก็อยู่ในช่วงที่มีการสอบสวน กันอยู่ว่าใครเป็นผู้กระทําอย่างไร และผมไม่ได้กล่าวหาพยาบาลอาสาแน่นอนเลยครับ ผมพูดคุยกับคนที่เข้าไปทํางานที่เป็นอาสาสมัครด้วยความเข้าใจกันนะครับว่าแต่ละคน มีหน้าที่ทําอะไร อย่างไร เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมขอยืนยันในจุดยืนเดิมนะครับ และขอเรียนครับว่าเรื่องต่าง ๆ ต้องมีการพิสูจน์ และผมพร้อมให้มีการพิสูจน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของผู้ที่ทํางานในระดับนโยบายก็ดี แม้กระทั่งระดับผู้ปฏิบัติ ที่มีการซักซ้อมกัน ผมขอยืนยันว่าทุกคนพร้อมที่จะให้มีการพิสูจน์ข้อเท็จจริงต่าง ๆ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เป็ นความเชื่อของท่าน สิ่งที่ท่านอาจจะพยายามจะบอกกับ พี่น้องประชาชนอีกจํานวนหนึ่งจะจริงจะเท็จอย่างไรก็ต้องมีการพิสูจน์กัน
ผมก็อยากจะยืนยันว่า ณ วันนี้รัฐบาลมีความตั้งใจจริงในการที่จะสร้าง กระบวนการปรองดอง เราเดินหน้าในการทําในสิ่งที่เราคิดว่ามีความจําเป็นสําหรับ บ้านเมืองของเราแต่เราต้องไม่ปล่อยให้คนกลุ่มหนึ่งซึ่งใช้ทุกอย่าง ทั้งความรุนแรง แม้กระทั่งประชาชนผู้บริสุทธิ์มาเป็นโล่มนุษย์ มาทําการยึดบ้านยึดเมืองได้ตามใจชอบ ผมจึงอยากให้พวกเราทุกคนแยกแยะครับ ผมได้พูดไปในการแถลงต่อพี่น้องประชาชนครับว่า อย่างไรเสียพวกเราอยู่ในบ้านเดียวกันแต่เราต้องจัดการกับคนที่เผาบ้านครับ ส่วนคน ที่อยู่ในบ้านแล้วคิดแตกต่างกันว่าบ้านควรจะเป็นอย่างไร เราก็มาพูดคุยกันในฐานะ คนบ้านเดียวกัน ขอบคุณครับ