อรุณี ชํานาญยา หารือเรื่องงบประมาณปี 2554 และยุทธศาสตร์การสร้างความเชื่อมั่นของประเทศ โดยวิพากษ์วิจารณ์แผนงานของนายกรัฐมนตรีและเสนอแผนงานใหม่เพื่อส่งเสริมการเผยแพร่ธรรมะและสร้างความสงบในจิตใจของประชาชน
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน อรุณี ชํานาญยา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพะเยา พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันได้รับมอบหมายให้อภิปรายงบประมาณรายจ่ายประจําปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ ในหัวข้อยุทธศาสตร์การสร้างความเชื่อมั่นของประเทศ ซึ่งรัฐบาลได้ตั้งงบไว้ ๑๖๑,๙๘๙ ล้านบาท แล้วก็ยุทธศาสตร์การรักษาความมั่นคงของรัฐ รัฐบาลได้ตั้งงบประมาณไว้ ๑๘๖,๓๖๔.๕ ล้านบาท ทั้ง ๒ ยุทธศาสตร์นั้น ที่ดิฉันสนใจ อยากอภิปรายนั่นก็คือ ในเรื่องของแผนการปลุกจิตสํานึกให้ประชาชนมีความจงรักภักดี ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ เทิดทูนและพิทักษ์รักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ แผนสร้างความสมานฉันท์สามัคคีของคนในชาติ การรักษาความมั่นคงของรัฐ การรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ ท่านประธานที่เคารพคะ งบประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงบประมาณอีก ๔๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่รัฐบาลจะต้องกู้มาเพิ่มเพื่อใช้จ่ายในงบขาดดุลที่รัฐบาลตั้งไว้ เพราะรายได้จากการ ประมาณการของรัฐบาลนั้นอยู่ที่ ๑,๖๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งดิฉันเองก็ยังไม่คาดหวังว่า รัฐบาลจะเก็บภาษีหรือเก็บรายได้เข้าเป้ำ ๑,๖๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เพราะฉะนั้น เป็นความกังวลค่ะท่านประธาน ในยุทธศาสตร์ที่ดิฉันจะได้อภิปรายนั้นเกี่ยวข้อง กับแผนงานทั้ง ๒ แผนงาน ซึ่งได้ตั้งในหัวข้อของกระทรวง ทบวง กรม ต่าง ๆ หลายหน่วยงานด้วยกัน ชื่อแผนงาน การสร้างค่านิยมในการปกป้ องสถาบันพระมหากษัตริย์ และเสริมสร้างความสมานฉันท์ของคนในชาติ แบ่งออกเป็น ๒ ส่วน ส่วนแรก ก็คือ การสร้างค่านิยมในการปกป้ องสถาบันพระมหากษัตริย์ และส่วนที่สอง ก็คือเสริมสร้าง ความสมานฉันท์ของคนในชาติ ท่านประธานที่เคารพคะ เราคงจะจําได้ว่าในอดีตที่ผ่านมานั้น เมื่อไม่นานนี้เอง ปี ๒๕๔๙ เป็นปีแห่งการเฉลิมฉลอง ๖๐ ปีแห่งการครองราชย์ของในหลวง รัชกาลที่ ๙ ของพวกเราพสกนิกรชาวไทยทุกคนต่างปลื้มปีติยินดีเป็นล้นพ้น และปีนั้นเอง ก็เป็นปีที่ตรงกับประเทศไทยมีนายกรัฐมนตรีที่ชื่อ พันตํารวจโท ดอกเตอร์ทักษิณ ชินวัตร ท่านประธานที่เคารพคะ ท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลได้จัดงานเฉลิมฉลองยิ่งใหญ่ที่สุด ในประเทศไทยให้แก่สถาบันพระมหากษัตริย์อย่างที่ในชีวิตของดิฉันไม่เคยเห็นมาก่อน ไม่มีคนไทยคนไหนที่ไม่มีความรู้สึกปลื้มปี ติยินดี ทุกคนต่างล้วนปลื้มปี ติยินดี เป็นล้นพ้นทั้งสิ้น งบประมาณที่ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณเอาไปใช้ในการจัดงาน มันคุ้มค่ามหาศาลค่ะ จะกี่ร้อย กี่พัน กี่หมื่นล้านบาท ดิฉันคงไม่ติดใจสงสัย เพราะนั่นคือ ภารกิจที่ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณและรัฐบาลชุดนั้นได้กระทําให้คนไทยทั้งประเทศ รวมทั้งชาวโลกได้มีความรัก ความเทิดทูน และหวงแหนสถาบันพระมหากษัตริย์ ได้อย่างยอดเยี่ยม ท่านประธานที่เคารพคะ แต่น่าเสียดายว่ามันเกิดอะไรขึ้นในบ้านเมืองเรา เมื่อทุกครั้งที่มีปัญหาการเมืองนี่มักจะมีคนกลุ่มหนึ่งที่มีความพยายามที่จะเอาประเด็น คําว่าความจงรักภักดีมาเป็นเครื่องมือในการทําลายล้างกัน เพราะหลังจากที่รัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณได้ใช้งบประมาณในการจัดงานเฉลิมฉลองไม่ถึงปี รัฐบาล ชุดนั้นก็ถูกยัดเยียดข้อหาหมิ่นสถาบัน ซึ่งเป็นข้ออ้างข้อหนึ่งของการทําการปฏิวัติ รัฐประหารค่ะ มีคนกลุ่มหนึ่งที่พยายามยัดเยียดข้อหาให้ หลังจากนั้นก็เกิดความวุ่นวาย มาตลอดจนผ่านไปถึงรัฐบาลท่านสมัคร สุนทรเวช ผ่านไปถึงรัฐบาลท่านสมชาย วงศ์สวัสดิ์ และปัจจุบันรัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ความวุ่นวาย ก็ยังไม่จบสิ้น ท่านประธานคะ กลุ่มคนเสื้อแดงหรือที่เรียกว่า นปช. และส่วนหนึ่งที่ถูก ยัดเยียดข้อหาว่าเป็นผู้ก่อการร้ายนั้น เบื้องต้นได้มาทําการเรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภา คืนอํานาจให้ประชาชน แต่ในที่สุดก็ไม่พ้นอีกนั่นแหละกลับถูกยัดเยียดข้อหาขบวนการ ล้มเจ้าเข้ามาอีก พูดมาถึงตรงนี้ดิฉันจึงอยากจะเสนอให้รัฐบาลที่ได้ตั้งงบประมาณไว้ ตรงนี้ว่าให้เรารัก เทิดทูน หวงแหน พระมหากษัตริย์ ท่านใช้งบประมาณเหล่านี้ได้ไหม ในการที่จะไปไล่ล่ากลุ่มคนที่พยายามจะดึงเอาสถาบันที่เรารัก เทิดทูน หวงแหนนี้ มาทําลายล้างกันทางการเมือง ดิฉันขอเสนอนะคะ และดิฉันก็ยังเชื่อในความบริสุทธิ์ใจ และมีความสงสัยว่ารัฐบาลชุดของท่านนี่จะเป็นบุคคลที่มีกลุ่มคนเหล่านี้อยู่ในนั้น หรือเปล่า ท่านลองใช้ความพยายามดูนะคะท่านประธาน อันนี้เป็ นประเด็นหนึ่ง ในยุทธศาสตร์ที่จะนําไปสู่การที่จะสร้างความเชื่อมั่นของประเทศและทําให้เกิด ความมั่นคงของรัฐไทยของเราได้
ท่านประธานที่เคารพคะ ในอีกประเด็นหนึ่งก็คือเรื่องของแผนงาน การสร้างความสมานฉันท์ ความปรองดอง ของคนในชาติ ท่านตั้งงบประมาณไว้ หลายหน่วยงานมากเลยนะคะ ไม่ว่าจะเป็นที่สํานักงานปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี ท่านตั้งไว้ ๕๑ ล้านบาท ท่านตั้งไว้อยู่ในสํานักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ๒๕ ล้านบาท ในสํานักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ๑๐ ล้านบาท กองบัญชาการกองทัพไทย ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท กองทัพบก ๓๐ ล้านบาท กองทัพเรือ ๑๐ ล้านบาท กองทัพอากาศ ๐.๖ ล้านบาท สํานักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ๑๑.๒ ล้านบาท กรมการปกครอง ๔๐.๓ ล้านบาท สํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรมอีก ๔.๕ ล้านบาท ให้ท่านแบ่ง งบประมาณในส่วนนี้ไปรักษาเทิดทูนสถาบันของเราให้ดีนะคะ แต่แผนงานการปรองดอง ที่ท่านจะใช้ในงบประมาณส่วนนี้ดิฉันค่อนข้างไม่เห็นด้วย ที่ไม่เห็นด้วยนั้นเพราะว่า มันมีความรู้สึกที่เชื่อโดยบริสุทธิ์ใจว่าหน่วยงานเหล่านี้ ณ วันนี้ยังถูกประชาชน ครึ่งค่อนประเทศมีความสงสัยว่าจะทําให้เกิดความปรองดองได้หรือไม่ หน่วยงานทหาร กองทัพ ไม่ว่ากองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ หน่วยงานสภาความมั่นคง กอ.รมน. เหล่านี้ที่ท่านตั้งงบประมาณไว้นั้นมันจะไปสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชน คนไทยครึ่งค่อนประเทศได้อย่างไร แล้วในขณะที่ตัวนายกรัฐมนตรีเองวันนี้ท่านก็ยังถูกสงสัย และประชาชนทั่วประเทศ ค่อนประเทศยังเชื่อโดยบริสุทธิ์ใจว่าท่านเป็นผู้สั่งการในการสลายการชุมนุมจนเกิด การตายเกือบร้อยศพ มันจะนําไปสู่การปรองดองได้อย่างไร ตรงนี้เป็นสิ่งที่น่าตั้งข้อสังเกต ร่วมกันไหมคะท่านประธานที่เคารพ หน่วยงานทหารจะมีความสามารถได้อย่างไรที่จะไป ทําเรื่องของการปรองดอง เพราะทหารต้องอยู่ในค่าย และทหารก็ต้องไปรบอยู่ชายแดน ปกป้ องผู้รุกราน หํ้าหั่นกับผู้ร้ายต่างประเทศที่จะมารุกรานบ้านเมืองของเรา ทหารไม่ใช่ ที่จะต้องมาทําหน้าที่นี้ ท่านควรจะใช้งบประมาณตรงนี้ไปให้สํานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ให้พระสงฆ์องค์เจ้าเป็นผู้นําธรรมะไปสั่งสอน ไปเผยแพร่ ทําให้พี่น้องประชาชนไทย มีความสงบในจิตใจและเกิดการปรองดองขึ้นมันไม่ดีกว่าหรือคะ ดิฉันเองขออนุญาตนะคะ มีความคิดเห็นที่ต่างกับอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตเอ่ยนาม ด้วยความเคารพท่าน คือท่านชวน หลีกภัย ท่านบอกว่าวันนี้ประชาชนรู้สึกไม่ดีกับตํารวจ แต่เชื่อมั่นกับทหาร แต่ในความเห็นส่วนตัวของดิฉันแล้วเท่าที่ดิฉันได้สัมผัส กับพี่น้องประชาชน ดิฉันมีความรู้ สึกว่าเขาเชื่อมั่นในตํารวจแต่ไม่ไว้วางใจทหาร ความเห็นของฝ่ายการเมืองเรายังแตกต่างกันได้ แต่ล้วนแล้วเป็นข้อมูลที่ต้องมาพูดกัน ฉะนั้นแผนการปรองดองนั้น ท่านประธานที่เคารพคะ มันเป็นสิ่งที่เราจะต้องมาขบคิดร่วมกัน วันนี้ภาวะผู้นําของประเทศของเราจะต้องประกอบไปด้วยในหลาย ๆ เรื่องที่จะนํา การปรองดองแล้วก็ใช้งบประมาณมาสู่แผนปฏิบัตินั้น นายกรัฐมนตรีหรือผู้นําประเทศ ต้องมีความยุติธรรม มีจริยธรรม มีคุณธรรมที่สูงส่ง และที่สําคัญความจําต้องดีด้วย ท่านประธานคะ อันนี้เป็นเรื่องสําคัญ เพราะบางคนขึ้นสู่ที่สูงไปแล้วมักจะจําอะไรข้างหลัง ไม่ค่อยได้ เช่นเดียวกันค่ะ ท่านคงจําได้นะคะ การปรองดอง ท่านนายกรัฐมนตรี ในขณะที่ท่านเป็นอดีตผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรท่านได้พูดมาตลอดอยากเห็น การปรองดอง ท่านจําได้ไหมว่าเมื่อวันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๕๑ ที่มีกลุ่มพันธมิตรมาล้อม รัฐสภาแห่งนี้ แล้วมีตํารวจไปสลายการชุมนุมโดยใช้แก๊สนํ้าตา และวันนั้นก็มีการสูญเสียชีวิต ๒ ชีวิตเกิดขึ้น ท่านนายกรัฐมนตรีได้พูดไว้หลังจากเกิดเหตุการณ์ได้ ๒ วัน ท่านพูดต่อสื่อค่ะ ดิฉันติดตามการทํางานของท่านในฐานะที่ท่านก็เคยเป็นอดีตที่ดิฉันได้ตั้งความหวัง ไว้กับประเทศไทยคนหนึ่งเช่นเดียวกัน แต่วันนี้ความหวังนั้นฝันสลายไปแล้ว ท่านประธาน ที่เคารพ วันที่ ๙ ตุลาคม ท่านนายกรัฐมนตรีในขณะที่เป็นผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ได้พูดบอกว่าผมไม่นึกไม่ฝันเลยว่าเราจะมีรัฐที่ทําร้ายประชาชนถึงขั้นเสียชีวิต บาดเจ็บสาหัส และยังมีรัฐที่พยายามยัดเยียดความผิดกลับไปให้ประชาชนอีก เป็นพฤติกรรมที่รับไม่ได้ครับ ณ บัดนี้เขาสูญเสียไปแล้ว นายกรัฐมนตรีไปยัดเยียดข้อหา ใส่เขาอีก พฤติกรรมอย่างนี้ไม่มีทางนําพาซึ่งความสมานฉันท์ ปรองดอง ไม่มีทางนําพา ซึ่งความสมานฉันท์ ปรองดอง นี่เป็นคําพูดของนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันซึ่งตอนนั้น เป็ นผู้นําฝ่ำยค้านในสภาผู้แทนราษฎร ได้แสดงทัศนคติความเห็นต่อเหตุการณ์ การสลายการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรเมื่อวันที่ ๗ ตุลาคม เช่นเดียวกันค่ะท่านประธาน ถ้าท่านนึกถึงคําพูดวันนั้นนิดหนึ่ง ท่านคงจะไม่ยัดเยียดข้อกล่าวหาโดยผ่าน ศอฉ. ว่าพี่น้องประชาชนที่เป็นการ์ด (Guard) นปช. ๕๐๐ คนนั้นเป็นผู้ก่อการร้าย แล้วตัวดิฉันเอง ซึ่งเป็น ส.ส. ท่านทราบไหมคะ ยังถูกเหวี่ยงแหยัดเยียดข้อหาว่าเป็นท่อนํ้าเลี้ยงให้กับ กลุ่มผู้ก่อการร้ายอีก เป็น ๑ ใน ๑๐๖ คนที่ถูกไม่ให้ทําธุรกรรมการเงิน ดิฉันเดือดร้อนค่ะ เพราะดิฉันอาจจะไม่รํ่ารวยเหมือนท่านประธาน ไม่รํ่ารวยเหมือนท่านรัฐมนตรี แต่ดิฉัน ก็เป็น ส.ส. คนหนึ่งที่ใช้เงินค่าตอบแทนแต่ละเดือนต้นเดือนชนปลายเดือน แต่วันนี้ตอนนี้เดือดร้อนเพราะการเหวี่ยงแหของท่าน ท่านประธานที่เคารพคะ นั่นยังไม่เท่านะคะ ความเห็นของท่านนายกรัฐมนตรีในขณะที่เป็ นผู้นําฝ่ำยค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรที่จะนํามาซึ่งการปรองดองวันนี้มีความเห็นและคําพูดต่อการเสียชีวิต ของผู้หญิงคนหนึ่งที่ชื่อโบว์ ขออนุญาตเอ่ยนามของท่านต่อวิญญาณของท่าน ที่เสียไปแล้ว ท่านบอกว่าเขาเป็นเด็กสาวซึ่งจบการศึกษาดี ไปชุมนุมด้วยความเชื่อ อย่างบริสุทธิ์ว่าเขาไปพิทักษ์ความถูกต้อง แล้วรัฐบาลเป็นคนหรือเปล่ากระทํากับบุคคล ถึงขั้นเสียชีวิตแล้วยังยัดเยียดปรักปรําใส่ร้ายบอกว่าเขาพกพาอาวุธอีก วันนี้เหตุการณ์ เปรียบขึ้นไม่ต่างกันเลยค่ะท่านประธานที่เคารพ คงจําได้นะคะวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ที่ผ่านมามีเหตุการณ์ที่น่าสลดใจ มีผู้หญิงสาวที่ชื่อคุณเกศเป็นผู้ช่วยอาสาพยาบาล ถูกยิงเสียชีวิตอยู่ในทุ่งสังหารหมู่ก็คือวัดปทุมวนาราม ซึ่งวัดปทุมวนารามนั้นท่านเจ้าอาวาส บอกว่าเป็นเขตอภัยทาน แต่กลับกลายเป็นทุ่งสังหารหมู่ไปแล้ว เด็กผู้หญิงคนนั้น เป็นผู้ช่วยอาสาพยาบาลถูกยิงเสียชีวิตในขณะที่ยังเป็น