วินัย สมพงษ์ เสนอแผนงานด้านการขนส่งและบริการของรัฐบาลโดยเน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ เช่น รถไฟ ๔ รางทางคู่และรถไฟความเร็วสูง ที่มีการเตรียมการมาอย่างยาวนานเกือบ ๒๐ ปี
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม พันเอก วินัย สมพงษ์ ขออภิปรายงบประมาณของรัฐบาลในปี ๒๕๕๔ ในประเด็น กว้าง ๆ ทั่ว ๆ ไป ๑ ประเด็น แล้วก็แตะลงไปในแผนงานด้านการขนส่งคมนาคมสั้น ๆ อีกนิดหนึ่งครับ ท่านประธานครับ ผมจะใช้วิธีการที่เข้าใจให้ง่ายที่สุด ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ ของพี่น้องประชาชนซึ่งเป็นเจ้าของภาษีที่อาจจะนั่งฟังอยู่ที่บ้านได้เข้าใจภาพรวม ของเศรษฐกิจไปพร้อม ๆ กับพวกเราครับ ท่านประธานสภาครับ กระผมอาจจะพูด ให้ข้อพึงสังวร ให้ข้อท้วงติง ให้ข้อคิดเห็น พูดให้คิด มองเผิน ๆ ฟังแล้วผมคัดค้าน ไม่เห็นด้วยกับงบประมาณของรัฐบาลปีนี้หรือเปล่า มิได้ครับ ผมขอกราบเรียนว่าผมพร้อม ที่จะให้การสนับสนุนงบประมาณของรัฐบาลปีนี้อย่างเต็มที่ แต่ด้วยความเป็นห่วงเป็นใย จึงอยากจะตั้งข้อพึงสังวรพูดให้คิด รัฐบาลนั้นได้ผ่านวิกฤตการณ์ทางสังคม ทางการเมือง นอกสภาเมื่อวันที่ ๑๙ พฤษภาคมมาหมาด ๆ ใหม่ ๆ และหลังจากเหตุการณ์ที่ผ่านมา วิกฤตการณ์ที่ผ่านไป เราทุกคนก็ทราบว่าภาระ อันหนักหน่วงของรัฐบาลที่นอกเหนือจากงบประมาณที่ท่านเขียนมาในปี นี้ก็คือ ข้อเรียกร้องค่าเยียวยาต่าง ๆ ของสังคมที่ได้รับความเสียหาย ต่างก็เรียกร้อง ความเสียหาย เรียกร้องค่าเยียวยาจากรัฐบาลอย่างมากมายมหาศาล ซึ่งมันอยู่ นอกเหนือจากงบประมาณที่ท่านได้ตั้งเอาไว้ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ด้วยภาระ ที่ท่านต้องรับอย่างมากจึงเป็นความห่วงใยของกระผมว่าในภาวการณ์อย่างนี้มีอะไร ที่กระผมจะท้วงติงให้ข้อคิดท่านได้บ้างก็จะขออนุญาตให้ในตอนนี้ ท่านประธานสภาครับ ภาพรวมของงบประมาณของรัฐบาลในปี ๒๕๕๔ ถ้าพูดง่าย ๆ ให้ชาวบ้านเข้าใจก็คือ งบประมาณทุก ๆ ๑๐๐ บาทรัฐบาลหามาได้ด้วยนํ้าพักนํ้าแรงของรัฐบาลเองจริง ๆ เพียงประมาณไม่ถึง ๘๐ บาท เกือบ ๘๐ บาท ทํางานตัวเป็นเกลียวเก็บภาษีแต่ก็ได้ไม่ถึง ๘๐ บาท ไม่ถึง ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ที่เหลืออีก ๒๐ เปอร์เซ็นต์กว่า ๆ รัฐบาลต้องตากหน้าไปกู้เขา มาใช้ แปลความว่าบ้านเราหลังใหญ่ หากินไม่คุ้มปากคุ้มท้อง มันแปลความว่า รายรับนั้นไม่พอกับรายจ่าย มันต้องกู้เขามาประมาณ ๒๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ท่านประธานสภา ที่เคารพครับ สิ่งที่กระผมมีความเป็ นห่วงเป็ นใยอย่างยิ่งว่าในภาวการณ์อย่างนี้ ทําอย่างไรรัฐบาลจึงจะผ่านวิกฤติการเงิน การคลัง ที่จะต้องเผชิญอย่างหนักหน่วง ในปี ๒๕๕๔ นี้ได้ ผมหวังว่ารัฐบาลคงต้องคิดเหมือนผม แต่เราจะต้องเน้นถึงวินัยการเงิน การคลัง อย่างยิ่งยวด อย่างยอดเยี่ยมจริง ๆ จึงจะผ่านวิกฤตการณ์ของบ้านเมือง ในปี ๒๕๕๔ ได้ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ หนี้ที่ต้องไปกู้เขามาประมาณ ๒๐ กว่าเปอร์เซ็นต์นี้ ถ้าเผื่อเรามองว่าหนี้เก่า ๆ ที่สะสมกันอยู่เมื่อนับถึงประมาณต้นปีนี้ หนี้สาธารณะก็คือประมาณ ๓.๔ ล้านล้านบาทเศษ ๆ ครับ และถ้าปีนี้รัฐบาลกู้เขามาอีก ประมาณ ๔๒๐,๐๐๐ ล้านบาท หรืองบ ๑๐๐ บาทกู้เขามาอีกประมาณ ๒๐ กว่าล้านบาท เพื่อเอามาใช้มันแปลว่าหนี้สาธารณะจะต้องเพิ่มขึ้นประมาณ ๓.๘ ล้านล้านบาทเศษ ๆ ๓.๘ ล้านล้านบาทมันแปลความว่าอย่างนี้ครับ เด็กอุแว้ออกจากครรภ์มารดาจนกระทั่ง คนแก่ไม่ว่าหญิงหรือชายก่อนจะสิ้นใจต้องแบกภาระหนี้สาธารณะคนหนึ่งก็ประมาณ ๖๐,๐๐๐ กว่าบาทครับ ท่านประธานสภาที่เคารพ การกู้หนี้ยืมสินนั้นไม่ใช่เป็นเรื่องที่สนุก ผมมั่นใจรัฐบาลก็ไม่พึงประสงค์จะกู้หนี้ยืมสินเอามาใช้แม้จะจําเป็นเพียงใดก็แล้วแต่
ก่อนที่ผมจะพูดถึงเรื่องการกู้หนี้ยืมสินครับ ผมอยากจะเล่าในอดีตในสมัย หลายร้อยหลายพันปีที่ผ่านมา ประเทศจักรวรรดินิยม ประเทศล่าเมืองขึ้น สมัยก่อน เขาล่าเมืองขึ้นทั่วโลก ส่วนใหญ่ก็เป็นประเทศทางซีกโลกตะวันตก ยามที่ประเทศของเขา มีความเดือดร้อนทางเศรษฐกิจ เศรษฐกิจตกตํ่า ประเทศที่ล่าเมืองขึ้นจักรวรรดินิยม ก็ไปเที่ยวขูดรีดภาษีเก็บทรัพย์สมบัติต่าง ๆ มาทํานุบํารุงประเทศของตน ครั้นต่อ ๆ มา ประเทศที่เคยเป็ นเมืองขึ้นได้เป็ นเอกราช ไปบีบบังคับหรือไปเบียดเบียนเขาไม่ได้ ประเทศตะวันตกก็จึงได้ใช้วิธีหาเงินกู้มาทํานุบํารุงบ้านเมืองของตนเองในยามที่ เศรษฐกิจยํ่าแย่ นั่นเป็ นค่านิยมของทางซีกโลกตะวันตก ซึ่งผมอยากจะกราบเรียน ให้ทางรัฐบาลได้คิดใคร่ครวญ พูดให้คิดว่าค่านิยมอย่างนี้มันก็คงจะต้องแตกต่าง จากทางโลกตะวันออก ไม่ว่าจะเป็นประเทศจีนหรือว่าประเทศมาเลเซียเพื่อนบ้านของเรา ในยามที่เศรษฐกิจยํ่าแย่ ประเทศทางซีกตะวันออกเป็ นประเทศที่ถูกล่าเมืองขึ้น เป็นประเทศที่ถูกล่า ประเทศทางซีกตะวันออกไม่ได้คิดกู้ครับ ส่วนหนึ่งของซีกตะวันออกก็คือ ในยามเศรษฐกิจตกตํ่าเขาจะสอนให้คนอดทน ขยัน ประหยัด ใช้วิธีการเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่ยํ่าแย่ ผมพูดอย่างนี้เพื่อให้ท่านได้คิดว่าค่านิยมตะวันตกนั้นยามเศรษฐกิจยํ่าแย่ กู้ กู้ กู้ แล้วก็กู้ แต่ค่านิยมทางโลกตะวันออกนั้นเศรษฐกิจตกตํ่าไม่พยายามกู้ครับ แต่อดทน ประหยัด ขยัน พอกิน พอใช้ เศรษฐกิจพอเพียง ท่านประธานสภาที่เคารพครับ รายได้สุทธิ ของรัฐบาลในปี ๒๕๕๔ คิดแล้ว ๑,๖๕๐,๐๐๐ ล้านบาท นี่มันก็ยังตํ่ากว่ารายจ่ายประจํา รายจ่ายประจํานั้นมากกว่า มันท่วมกับรายได้สุทธิของรัฐบาล แปลว่าอย่างนี้ครับ แปลว่า ค่าเงินเดือนข้าราชการ เบี้ยเลี้ยง ค่านํ้า ค่าไฟฟ้ำ ประปา โทรศัพท์ ของราชการมันมากกว่า รายได้สุทธิของรัฐบาล อันนี้เป็นข้อที่น่าห่วงใย ปีนี้งบประจําของท่าน ๘๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ผมทราบว่ารัฐบาลพยายามจะบีบให้มันน้อยลง ๆ แต่ท่านทําได้เพียงเท่านี้ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ เป็นสิ่งที่น่าห่วงใยนะครับ ภาวะเศรษฐกิจอย่างนี้ เราจําเป็นจะต้องต่อห้องนํ้า ต่อห้องครัว เพราะครอบครัวที่ใหญ่โตแม้หาได้น้อยกว่า รายจ่ายก็ต้องไปเที่ยวกู้เขามา กู้ ๔๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมกราบเรียนว่าจะเป็นภาระ ให้กับลูกหลานวันข้างหน้า ก็ขอกราบเรียนว่าเป็นข้อห่วงใยที่กระผมอยากจะให้ท่าน ได้ตระหนักถึงวินัยการเงิน การคลัง ของเศรษฐกิจในขณะนี้
ประเด็นต่อไป ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผมอยากจะขอก้าวไป เรื่องที่ ๒ ประเด็นสั้น ๆ นิดหนึ่ง แผนงานทางด้านการขนส่งและบริการของรัฐบาล ทรานสปอร์เทชัน (Transportation) แล้วก็โลจิสติกส์ ผมกราบเรียนอย่างนี้ครับว่า รัฐบาลคงมีความตั้งใจที่จะทํารถไฟ ๔ รางทางคู่ ทํารถไฟความเร็วสูง ซึ่งเรื่องนี้ มันบ่มเพาะตัวมาตั้งแต่เกือบ ๒๐ ปีแล้ว