บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ หารือเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับสมาชิก สภานิติบัญญัติ และการบริการประชาชนในจังหวัดบางแห่ง โดยแสดงความห่วงใยและขอความเข้าใจจากสมาชิกว่าการจัดสรรงบประมาณในปี 2554 เป็นกระบวนการที่ตามหลักเกณฑ์ของคณะกรรมการการกระจายอำนาจ และไม่ใช่การได้รับงบประมาณเยอะ ๆ เพื่อแก้ปัญหา
ท่านประธานที่เคารพ กระผม บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ต้องขออนุญาตใช้เวลาเพื่อที่จะตอบข้อซักถามของเพื่อนสมาชิกที่เกี่ยวกับ กระทรวงมหาดไทย และผมเห็นว่าเป็นความห่วงใยของเพื่อนสมาชิก
ประเด็นแรก ก็คือท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดยโสธร และจังหวัดนครราชสีมาเมื่อสักครู่คือคุณประนอม โพธิ์คํา นั่นก็คือความห่วงใยพี่น้อง เกษตรกร ที่อยากจะให้พี่น้องเกษตรกรนั้นได้มีไฟฟ้ำลงสู่ไร่นาเหมือนดั่งเช่นพี่น้องประชาชน มีไฟฟ้ำใช้ตามครัวเรือน เรื่องนี้เป็ นความเป็ นจริงครับ และท่านนายกรัฐมนตรีนั้น ก็ให้ความห่วงใยไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการให้ประชาชนได้มีกระแสไฟฟ้ำใช้ทุกครัวเรือน รวมตลอดทั้งพี่น้องประชาชนที่เป็นเกษตรกรชาวไร่ชาวนาที่ปลูกผลไม้ วันนี้โดยข้อเท็จจริง มีอยู่หลายพื้นที่ไม่ว่าจังหวัดภาคใดก็ตาม พี่น้องประชาชนได้ใช้ไฟฟ้ำโดยวิธีการใช้ เครื่องปั่นไฟไม่ว่าจะเป็นเครื่องคูโบต้า (Kubota) หรือใด ๆ ก็ตาม สุดท้ายเครื่องปั่นไฟ เหล่านี้ก็จะผูกติดอยู่กับราคานํ้ามัน ถ้าราคานํ้ามันสูงนั่นก็เป็นต้นทุนของพี่น้องประชาชน เรื่องนี้จึงเป็นนโยบายของท่านนายกรัฐมนตรี โดยมอบหมายให้การไฟฟ้ำส่วนภูมิภาค ซึ่งอยู่ในกํากับดูแลของกระทรวงมหาดไทยได้จัดทําโครงการไฟฟ้ำเพื่อเกษตรกร ท่านประธานที่เคารพครับ คนเป็นผู้แทนราษฎรนั้นอยู่ใกล้ชิดพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะ ผู้แทนราษฎรที่อยู่ต่างจังหวัด สิ่งหนึ่งประชาชนจะร้องทุกข์อยู่เป็นประจําก็คือว่าช่วยขยาย ไฟฟ้ำลงที่ไร่ที่นาให้กับเขาด้วย เราอยากจะทําหลายครั้งแต่ทําไม่ได้ แต่วันนี้ด้วยนโยบาย ตรงนี้ครับ งบประมาณ ปี ๒๕๕๔ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการไฟฟ้ำส่วนภูมิภาคก็ได้เตรียม โครงการนี้ให้กับพี่น้องประชาชนไว้ ๓๐,๐๐๐ ครัวเรือน โดยมีวิธีการดําเนินการว่าถ้าพี่น้อง ประชาชนครัวเรือนใดที่เป็นเกษตรกรต้องการเข้าร่วมโครงการนี้ก็รวมกลุ่มกันแล้วก็ไปที่ การไฟฟ้ำส่วนภูมิภาคใกล้บ้านตัวเอง วิธีไม่มีอะไรยุ่งยาก บัตรประจําตัวประชาชน สําเนาทะเบียนบ้าน เอกสารสิทธิที่ดิน จากนั้นอยู่ในพื้นที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใด ก็ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น ๆ มารับรองให้ว่าเป็นที่ดินที่ถูกต้อง มีเอกสารสิทธิ หรือไม่ เพราะก็ต้องป้ องกันว่าอาจจะเป็ นที่ดินที่รุกที่สาธารณะหรือรุกที่ป่ำสงวน ตรงนี้ก็ไม่สามารถบริการได้ ซึ่ง ๓๐,๐๐๐ กว่าครัวเรือนนั้นได้มีการจัดเตรียมงบประมาณ ให้ครัวเรือนหนึ่งไม่เกิน ๔๕,๐๐๐ บาท ก็จะใช้งบประมาณประมาณ ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท นี่คือโครงการขยายเขตไฟฟ้ำเข้าไร่นาพี่น้องประชาชน ก็ขอตอบประเด็นนี้ให้กับ เพื่อนสมาชิกที่ตั้งข้อสงสัยและมีความห่วงใยให้กับพี่น้องประชาชนทั้งหลาย
ประเด็นที่สอง เป็นประเด็นข้อห่วงใยของท่าน ส.ส. ที่อยู่จังหวัดอุดรธานี คุณเชิดชัยได้สอบถามเกี่ยวกับโครงการอาสาสมัครปกป้ องสถาบันพระมหากษัตริย์ ว่าโครงการนี้กระทรวงมหาดไทยได้จัดตั้งขึ้นมีเป้ำหมายและวัตถุประสงค์อย่างไร และได้ จัดเตรียมงบประมาณในการรณรงค์ให้พี่น้องประชาชนมีส่วนร่วมกับโครงการนี้หรือไม่ ผมต้องเรียนว่าในปีงบประมาณ ๒๕๕๔ กระทรวงมหาดไทยได้จัดตั้งงบประมาณไว้จํานวนหนึ่ง เพื่อที่จะทําโครงการอาสาสมัครปกป้ องสถาบันพระมหากษัตริย์ ให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ ในหมู่บ้าน ในชุมชน นั้นได้เข้าร่วมกัน ไม่ว่าคนคนนั้นจะมีตําแหน่งใดก็ตาม เป้ำหมายนั้น อําเภอหนึ่งประมาณ ๑,๐๐๐ คนทั่วทั้งประเทศไทยเป็นอย่างน้อยแต่ละอําเภอ จากนั้น ก็จะมีการอบรมให้ ความรู้ เกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็ นประมุข ที่สําคัญอย่างยิ่งมีการทําความเข้าใจกับ พี่น้องประชาชนเป็นเครือข่ายสร้างความสมานฉันท์ สร้างคุณงามความดีอยู่ในพื้นที่ ซึ่งโครงการนี้ขอยืนยันว่าจะเกิดขึ้นในปี งบประมาณ ๒๕๕๔ และที่สําคัญได้เตรียม งบประมาณไว้แล้ว ก็เรียนท่านสมาชิกที่สอบถามประเด็นนี้
ส่วนประเด็นที่สาม คือประเด็นเกี่ยวกับการสอบถามของ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่อยู่จังหวัดอุบลราชธานี โดยเฉพาะความห่วงใย ที่ศาลากลางถูกเผา ซึ่งความจริงศาลากลางถูกเผาในช่วงที่ผ่านมานั้นมีอยู่ ๔ แห่ง แล้วก็มีบ้านพักผู้ว่าราชการจังหวัดบ้าง ซึ่งขณะนี้ขอเรียนว่ากระทรวงมหาดไทย ไม่ได้นิ่งนอนใจครับ การบริการแม้ศาลากลางถูกเผาก็ต้องมีสถานที่รองรับ พี่น้องประชาชน วันนี้มีความพร้อมในการรองรับ ในขณะเดียวกันศาลากลางที่ถูกเผานั้น วันนี้ก็ได้มีการของบประมาณเป็นไปตามกระบวนการ โดยเฉพาะจังหวัดอุบลราชธานีนั้น ได้จัดของบประมาณไปประมาณ ๔๐๐ ล้านบาท ซึ่งขณะนี้อยู่ในกระบวนการ ของบประมาณ ที่สําคัญก็จะไปสร้างในศูนย์ราชการแห่งใหม่ของจังหวัดอุบลราชธานี ก็ขอเรียนให้เพื่อนสมาชิกที่มีความห่วงใยจะได้ตอบพี่น้องประชาชน
สุดท้ายเป็นประเด็นที่เพื่อนสมาชิกจากจังหวัดชัยภูมิได้สอบถามพาดพิงถึง ตัวกระผมที่อยู่จังหวัดนครราชสีมา โดยเฉพาะความจริงงบประมาณที่ซักถามวันนี้ เป็นงบประมาณ ปี ๒๕๕๔ แต่ท่านก็กล่าวถึงงบประมาณ ปี ๒๕๕๒ โดยเฉพาะก็มอง ในประเด็นว่างบประมาณปีนั้นไปอยู่ที่จังหวัดนครราชสีมาจํานวนมากถึง ๙๐๐ ล้านบาท กรอบเขานั้นอยู่ประมาณ ๖๐๐ กว่าล้านบาท ทําไมจึงไปอย่างนั้น ผมต้องเรียน เพื่อนสมาชิกด้วยความเคารพ ด้วยความเข้าใจครับว่าวันนี้จังหวัดนครราชสีมานี่พื้นที่ แตกต่างจากจังหวัดนครพนมครับ ๓๒ อําเภอ ประชากร ๒,๘๐๐,๐๐๐ คน มีองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นเกือบ ๔๐๐ แห่ง จังหวัดนครราชสีมาก็ไม่แตกต่างจากจังหวัดอื่น ในภาคอีสานครับ แต่ละอําเภอเขาจะมีปัญหาเรื่องความเจริญเรื่องถนนหนทาง อย่างน้อย ถนนดินลูกรังไม่ตํ่ากว่า ๔๐-๕๐ กิโลเมตรแต่ละอําเภอ เรื่องนํ้า เรื่องประปา ฉะนั้น ทั้งหมดนี้คือปัญหาโครงสร้างพื้นฐานไม่แตกต่างจากพี่น้องจังหวัดนครพนม ทั้งหมดนี้ ผมต้องเรียนว่าจังหวัดนครราชสีมามี ส.ส. ทั้งหมด ๒๗ คนนะครับ เฉพาะ ส.ส. เขต ๑๗ คน ส.ส. แบบสัดส่วนในกลุ่ม ๕๐ คน และกระบวนการพิจารณางบประมาณ ปี ๒๕๕๒ นั้น ก็เป็นกระบวนการพิจารณาตามหลักเกณฑ์ของคณะกรรมการการกระจายอํานาจ มีคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการ จากนั้นเสร็จที่ท่านบอกว่าเขามีเกณฑ์อยู่ ๕๐๐-๖๐๐ ล้านบาท ทําไมจึงไป ๙๐๐ ล้านบาท นั่นคือเกณฑ์ที่คณะกรรมการกลั่นกรอง เขาวางไว้ แต่ถ้าโครงการใดมีความจําเป็น มีความเหมาะสม เป็นประโยชน์ต่อประชาชน เขาก็เข้าคณะกรรมการการกระจายอํานาจชุดใหญ่ครับ นี่คือกระบวนการ ต้องขอเรียน ให้ทราบว่าถ้ามาเปรียบเทียบกับจังหวัดนครพนมนี่มันต่างกัน ๓ เท่าครับ จริง ๆ แล้ว ถ้าได้งบประมาณเยอะ ๆ มันก็ยังไม่สามารถแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนได้ เรียนเพื่อความเข้าใจครับ ขอบคุณครับ