สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๕๓

วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ หารือเรื่องงบประมาณที่ไม่เหมาะสม โดยเฉพาะงบประมาณกระทรวงกลาโหมที่มีความสูงเกินไป และร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ ที่ไม่สมควรอนุมัติ เนื่องจากการบริหารจัดการภายใต้การนําของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ทำให้ประเทศไทยเกือบจะเป็นประเทศที่ล้มเหลว

นางสาววิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ เชียงราย

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย วันนี้เรามาพูดถึงร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ แต่ดิฉันเองไม่สามารถที่จะให้ความเห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้ เพราะอะไรนะหรือคะท่านประธาน นั่นก็เพราะการบริหารจัดการภายใต้การนําของ ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีนี่ละค่ะ ท่านประธานจะทราบไหมคะว่า ประเทศไทยเราทุกวันนี้เกือบจะเป็นประเทศที่เรียกว่าเฟลด์ สเตทแล้วค่ะ เฟลด์ สเตท หรือรัฐที่ล้มเหลว รัฐที่ล้มเหลวหมายถึงอะไรคะ หมายถึงประเทศที่มีความขัดแย้ง ทางการเมืองและทางสังคมอย่างรุนแรงและยืดเยื้อ หมายถึงประเทศที่มีการเปลี่ยนรัฐบาล อย่างบ่อยครั้ง หมายถึงประเทศที่ทางรัฐบาลและกลไกของรัฐบาลขาดความมั่นคง และประสิทธิภาพที่จะแก้ไขปัญหาให้เกิดผล ยกตัวอย่าง เช่น ประเทศอิรัก ประเทศศรีลังกา หรือประเทศปากีสถาน เป็นต้น นี่อย่างไรละคะท่านประธานผลของการที่ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เลือกที่จะใช้การทหารนําการเมือง นี่อย่างไรละคะที่ท่านเลือกที่จะสลาย การชุมนุมพี่น้องประชาชนมือเปล่าด้วยกําลังทหาร สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ในเมื่อท่านเป็น นายกรัฐมนตรีท่านคงจะปฏิเสธความรับผิดชอบเหล่านี้ไม่ได้ ความสูญเสียในชีวิต บ้านเมืองที่ต้องลุกเป็นไฟ ภาพลักษณ์ของประเทศไทยได้เสียหายต่อสายตาต่างประเทศ ไปมากมาย

เอาละค่ะท่านประธานดิฉันคงจะไม่มาอารัมภบทหรือไม่มาพูดมากนะคะ เพราะว่าเวลามีจํากัด ก่อนที่จะโดนประท้วงดิฉันอยากจะเจาะเข้าถึงกระทรวงกลาโหมค่ะว่า งบประมาณกระทรวงกลาโหมปี นี้ดิฉันเรียกว่ามันเป็ นการให้งบประมาณ กระทรวงกลาโหมสูงเกินไป เนื่องจากรัฐบาลได้เลือกใช้กําลังทหารกับผู้ชุมนุมแทนที่จะไป เจรจากับพวกเขาเพื่อที่จะให้บ้านเมืองเกิดความสงบสุข งบประมาณกระทรวงกลาโหม ปีนี้ได้ตั้งไว้สูงถึง ๑๗๒,๐๐๐ ล้านบาท หรือถ้าให้เปรียบเทียบกับงบประมาณปีที่แล้ว สูงกว่าปี ที่แล้ว ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท หรือจะให้เทียบเฉลี่ยเป็ นเปอร์เซ็นต์ก็อยู่ที่ ๘.๒ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณ ปี ๒๕๕๔ นี้ เมื่อวานมีท่านผู้อภิปรายลุกขึ้นมาพูด หลายท่าน มีท่าน ส.ส. ได้เปรียบเทียบแล้วว่าการที่ให้งบประมาณกระทรวงกลาโหม มันเปรียบเทียบไม่ได้เลยกับกระทรวงอื่น ๆ กระทรวงพาณิชย์เป็นกระทรวงสําคัญ กระทรวงหนึ่งที่เรียกว่าพี่น้องเกษตรกรชาวไร่ชาวนาก็มุ่งหวังกับกระทรวงนี้ละค่ะ ได้แค่ ๗,๓๐๐ ล้านบาท หรือคิดเป็นเปอร์เซ็นต์แค่ ๐.๔ เปอร์เซ็นต์ กระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬาได้ ๕,๘๐๐ ล้านบาท คิดเป็น ๐.๓ เปอร์เซ็นต์ หรือกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ได้ ๙,๘๐๐ ล้านบาท คิดเป็น ๐.๕ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณ ทั้งหมด เท่าที่ดิฉันได้ยกตัวอย่างขึ้นมานี้เป็นเฉพาะบางกระทรวง และมีอีกหลายกระทรวง เล็ก ๆ ที่ถือว่าเป็นกระทรวงสําคัญแล้วก็มีประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน หลาย ๆ กระทรวง ที่ดิฉันได้พูดไป ถ้าสมมุติกระทรวงเล็ก ๆ เหล่านี้งบประมาณของเขารวมกันทั้งหมด ๑๐ กระทรวงก็ยังไม่ได้เท่ากับงบประมาณกระทรวงกลาโหมเพียงกระทรวงเดียวเลย ตอนแรกดิฉันเองก็คิดว่าจะไม่พูด แต่ว่าพอฟังท่านนายกรัฐมนตรีได้ตอบคําถาม ของพี่ ๆ ส.ส. หลายท่านแล้ว ท่านนายกรัฐมนตรีได้ตอบคําถามว่าจริง ๆ แล้วท่านก็ให้ กระทรวงกลาโหมเพียงน้อยนิดเพียงแค่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง แต่กระทรวงเล็ก ๆ อื่น ๆ บางกระทรวงท่านให้มากกว่าด้วยซํ้า บางกระทรวงได้ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ๑๘ เปอร์เซ็นต์ หรือ ๒๐ เปอร์เซ็นต์บ้าง ท่านคะ พอพูดอย่างนี้ฟังแล้วก็เจ็บใจ เพราะฟังดูแล้ว มันเปรียบเสมือนหรือว่ามันเปรียบเสมือนกับคําคําหนึ่งที่พี่น้องเสื้อแดงได้พูดกัน เรื่องของอํามาตย์กับไพร่อย่างไรละคะ กระทรวงกลาโหมนี้เปรียบเสมือนอํามาตย์ ที่เรียกว่าเป็นกระทรวงยักษ์ใหญ่ในวงการงบประมาณ ถามว่าให้เขาแค่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ว่าขึ้นไปถึง ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท เรียกว่าเยอะมากเลยนะคะ แต่พอมาเปรียบเทียบกับ กระทรวงเล็ก ๆ ที่เปรียบเสมือนไพร่นี่ละค่ะ ไม่ว่าจะให้เงินเขาตั้ง ๒๐ เปอร์เซ็นต์หรือว่า ให้มากเท่าไร มันก็เปรียบเทียบกับกระทรวงใหญ่ ๆ ไม่ได้ อย่างนี้อย่างไรละคะเขาถึงว่า อํามาตย์ก็ยิ่งรํ่ารวยขึ้นไปทุกวัน ส่วนคนจนหรือว่าไพร่ก็ไม่มีทางที่จะเงยหน้าขึ้นมาอ้าปาก ได้เลย ท่านคะ ถ้าคิดแนวคิดอย่างนี้แล้วกระทรวงพวกนี้ที่มีประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน ในเรื่องการทํากินหรือว่าในเรื่องชีวิตความเป็นอยู่เมื่อไรจะโตคะ งบประมาณที่เขาได้รับ ทําไมไม่ให้งบประมาณที่สมกับภารกิจของกระทรวงแต่ละกระทรวงนั้นเพื่อที่จะไปช่วย พี่น้องประชาชนคนยากคนจน ประเทศไทยเราจะต้ องเอางบประมาณไปให้ กระทรวงกลาโหมอีกมากเท่าไรคะ วันนี้คิดอย่างนี้ไม่ได้แล้วค่ะ โลกเราได้เปลี่ยนไปแล้ว ถามว่าวันนี้เราเอาเงินไปให้ กระทรวงกลาโหมเราจะไปต่อสู้ไปรบกับใครคะ ถามว่าเราจะไปแย่งดินแดนใครหรือเปล่าก็ไม่ วันนี้เราสู้กันด้วยสมอง สู้กันในเชิงเศรษฐกิจ คนโง่เท่านั้นที่ใช้กําลังแต่ว่าไม่ใช้สมอง แทนที่จะให้กระทรวงกลาโหมดิฉันว่าน่าจะให้กระทรวงการต่างประเทศด้วยซํ้าค่ะ ท่านอาจจะแปลกว่าทําไมวันนี้ดิฉันเปลี่ยนใจมาเชียร์กระทรวงการต่างประเทศ ยังยืนยัน คําเดิมว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศคงจะต้องเปลี่ยน เพราะว่าวันนี้ท่านก็ ไม่มีผลงาน มัวแต่เอาเวลาไปตามล่าคนคนหนึ่ง แต่ดิฉันเชื่อแล้วก็มั่นใจว่าในกระทรวง การต่างประเทศยังมีข้าราชการที่ดี ๆ และเก่ง ๆ อีกหลายท่าน และอีกไม่นานรัฐมนตรี ก็ต้องหมดวาระแล้วก็ต้องออกไป แต่ว่าองค์กรนี้ก็ยังต้องอยู่ทํางานต่อไป วันนี้ดิฉัน จึงเล็งเห็นความจําเป็นของกระทรวงการต่างประเทศ เพราะมันเปรียบเสมือนเป็นหน้าเป็นตา ของพี่น้องประชาชนชาวไทยให้ได้ไปทําหน้าที่แทนคนไทยในต่างประเทศ วันนี้กระทรวงการต่างประเทศเท่านั้นที่จะสร้างภาพลักษณ์ให้กับประเทศไทยเรา ดูจากสถานการณ์ประเทศไทยเราปัจจุบันนี้สิคะ ในสายตาต่างชาติก็เรียกว่าไม่ได้ดีนัก มีการประโคมข่าวเต็มที่ของสื่อต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็นซีเอ็นเอ็น (CNN) เอบีซี (ABC) ประเทศออสเตรเลีย ที่เขาบอกว่ารัฐบาลไทยได้เข้าสลายการชุมนุมพี่น้องประชาชน และมีผู้ล้มตาย บาดเจ็บ ไปมากมายเหลือเกิน