สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๕๓

ชาดา ไทยเศรษฐ์ หารือเรื่องงบประมาณที่มีปัญหาการจัดสรร และเรียกร้องการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ โดยเฉพาะเรื่องการหักภาษีมูลค่าเพิ่มที่ให้ตาม พ.ร.บ. การกระจายอํานาจ ซึ่งผิดกฎหมาย

นายชาดา ไทยเศรษฐ์ อุทัยธานี

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ชาดา ไทยเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุทัยธานี พรรคชาติไทยพัฒนา ต้องขอขอบคุณท่านประธานครับ งบประมาณ ๒,๐๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งใช้เวลา ๗ นาทีก็ลําบากใจนะครับ กราบเรียนท่านประธานว่างบประมาณรายจ่ายประจําปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ นั้นมีการตั้งงบประมาณไว้ ผมคงจะไม่พูดเรื่องรายจ่าย พี่น้องสมาชิกได้พูดกันไปมากแล้ว แต่สิ่งที่ผมอยากจะบอกมีประมาณ ๕ ประเด็นก็คือ ประเด็นรายรับ แล้วก็ประเด็นในเรื่องวิธีการงบประมาณของสํานักงบประมาณ ซึ่งผมถือว่า เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง แล้วก็เรื่องงบท้องถิ่น แล้วก็รัฐวิสาหกิจต่าง ๆ เรียนท่านประธาน ที่เคารพว่ารายรับในปี ๒๕๕๓ นั้นจัดเก็บได้เกิน ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ถ้าดูแล้ว ก็น่าชื่นใจถือว่าเก่ง แต่มันไม่ใช่ครับ มันเป็นอุปสรรคในการพัฒนาประเทศนี้ ถ้ามีการตั้ง รายรับ ย้อนกลับไปดูตั้งแต่ปี ๒๕๕๐ มา การตั้งรายรับเรียกว่ายิ่งกว่าคลื่นวิทยุอีกนะครับ สูง ๆ ตํ่า ๆ ด้วยเหตุผลใดผมก็ไม่ทราบ แต่ผมเชื่อว่าผู้ที่มีอํานาจหน้าที่ผู้กําหนดตรงนี้รู้ดีก็ คือฝ่ายข้าราชการประจํา มันเหมือนเป็นการตัดตอนการโตของประเทศนี้ แล้วประการสําคัญ ท่านประธานที่เคารพครับ การปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอยู่ที่นี่พอดี มีปัญหาครับ ก็คือว่ารัฐธรรมนูญกําหนด เรื่องการชี้แจงเรื่องเงินนอกงบประมาณก็ไม่มีการดําเนินการกันหลังจากสิ้นปีงบประมาณ แล้ววิธีการทํางบประมาณของสํานักงบประมาณก็ฉ้อฉลครับ ผมใช้คําว่าฉ้อฉล หลบเลี่ยง สิ่งแรกก็คือแผนงานกว้างมาก แล้วงบบุคลากร งบเงินเดือน ในงบดําเนินงานนั้น จะมีค่าจ้างเหมาบริการ ผมรวมมาได้ในปีนี้งบทั้งหมดประมาณ ๙,๐๐๐ กว่าล้านบาท เกือบหมื่นล้านบาท เป็นงบค่าจ้างเหมา ถ้าพี่น้องสมาชิกดูแล้วจะเห็นเลยว่ามีอยู่ ในทุกโครงการ ค่าจ้างเหมารวม เป็นเงินเดือนค่าจ้างลูกจ้างชั่วคราวในอดีต แต่ปัจจุบัน เรียกว่าจ้างตามภารกิจ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีปัญหามาก แล้วก็ไม่สามารถจะรู้ได้ ว่า ปัจจุบันนี้กรมใด กระทรวงใด มีข้าราชการเท่าไร ค่าตอบแทนเท่าไร เพราะไปอยู่ ในแต่ละแผนงาน ในโครงการงบก้าวหน้าทั่วไปก็จะมีเรื่องเงินเดือน รายจ่ายประจํา งบดําเนินงาน แล้วก็มีวัสดุ มีครุภัณฑ์ วัสดุการเกษตร ครุภัณฑ์การเกษตร ถ้าตํ่ากว่า ๒๐,๐๐๐ บาทเรียกว่าวัสดุ ถ้าเกิน ๒๐,๐๐๐ บาทไปเรียกว่าครุภัณฑ์ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น แต่รายจ่ายพวกนี้จะโตขึ้นทุกปี งบพัฒนาที่บอกว่า ๑๐ กว่าเปอร์เซ็นต์นั้นไม่ใช่ ๑๑ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ถ้าตัดกันจริง ๆ แล้วเอามาพัฒนาบ้านนี้เมืองนี้ แต่สิ่งหนึ่ง ที่ผมอยากจะฝากบอกกับท่านรัฐมนตรีที่นั่งอยู่ตรงนี้ ปีนี้ผมทราบมาว่า ๔๕,๐๐๐ ล้านบาท ที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้ให้สภาพัฒน์ไปพิจารณา เหมือนกับว่าเป็นเงินที่เก็บภาษีเกินมา แต่จริง ๆ ไม่ใช่ครับ ถ้าดูในวิเคราะห์งบประมาณจะเห็นได้ชัดเลยว่าการตั้งงบประมาณ รายได้จะสรุปมาว่ารายรับมีอะไรบ้าง มาจนถึงว่าทั้งหมดได้ตัวเลขแล้ว แล้วก็เป็น รายได้สุทธิ ในปี ๒๕๕๓ ก็ทํามาครั้งหนึ่ง ผมก็บอกแล้วว่าอย่าทําอย่างนี้อีก รายได้รวม ๑,๖๒๕,๖๐๐ ล้านบาท แต่ปรากฏว่ามีการหักการคืนภาษีของสรรพากร การจัดภาษีให้ อบจ. แล้วก็การกันเงิน เพื่อชดเชยภาษีสําหรับสินค้าส่งออก อันนี้ไม่เป็นไรครับ แต่ปรากฏว่ามาหักอีกทีบอกว่า รายได้สุทธิแล้วก็ยังมีหักภาษีมูลค่าเพิ่มที่ให้ตาม พ.ร.บ. การกระจายอํานาจ อันนี้ ผิดกฎหมายชัด ๆ ปี ที่แล้วผมก็พูดครั้งหนึ่งแล้ว ผิดกฎหมายตรงไหน เพราะไม่ถึง ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ถ้าเอาตัวเลขตรงนี้ไปใส่ ตัวเลขนี้อย่างปี ๒๕๕๓ นี่ ๓๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ก็เอาตัวเลขนี้ไปหักอีกทีหนึ่ง ใครก็ได้ปีนี้ตั้งมาอีก ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท วันนี้ผมหลับตาได้เลยว่า เก็บภาษีตามเป้ำ ปีหน้าก็จะมีเหลือ ๗๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ถ้าหวนกลับมาคิดตัวเลข เท่ากับรัฐบาลไม่ได้ปฏิบัติตามกฎหมาย พ.ร.บ. การกระจายอํานาจ ผมไม่โทษท่านรัฐมนตรี แต่ผมโทษสํานักงบประมาณว่าวิธีการนี้ทําไมต้องเอามาใช้อีก คนในสภาแห่งนี้มองเห็น ไม่ใช่มองไม่เห็น เป็นวิธีการที่ผิดเห็น ๆ เลย ปีที่แล้ว ๒๕.๐๒ เปอร์เซนต์ ท่านประธาน ที่เคารพ นี่คือปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคมไทย ถ้างบกระจายอํานาจมาเป็นอย่างปัจจุบันนี้ วันนี้สิ่งที่พี่น้องท้องถิ่นจะเกิดปัญหา ปัญหาการพัฒนาประเทศต้องมีแน่นอน เพราะวันนี้ เราให้ท้องถิ่นเป็นตัวหลักแต่การจัดสรรงบประมาณมีงบประมาณต่าง ๆ ที่ลงไปในเรื่อง นโยบายของรัฐบาลทําให้ท้องถิ่นถูกตัดไปมากมาย ท้องถิ่นก็จะเหมือนหน่วยราชการ บางหน่วยที่อยู่ที่สํานักงานแล้วทําอะไรไม่ได้ เพราะบอกว่ากระจายให้ปีนี้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่กลายเป็นว่าเป็นไปรษณีย์ไปเบิกค่า อสม. ไปเบิกค่าผู้สูงอายุ ไปเบิกค่านม ไปเบิก สิ่งต่าง ๆ พวกนี้ แล้วจะเกิดมาตรฐานที่แตกต่างกันระหว่างคนชนบทกับคนในเมือง ปัญหาพวกนี้เกิดขึ้น เหมือนกับวันนี้เราต้องยอมรับอยู่อย่างหนึ่งว่าการจัดทํางบประมาณ ในอดีตเขาจะไม่ตั้งงบประมาณรายรับไว้เยอะเพื่ออะไร เพื่อกลัวนักการเมืองไปใช้มาก ในอดีตนั้นเงินก็จะเหลือเป็นเงินคงคลัง แต่ปัจจุบันนี้มันไม่ใช่ เงินนั้นกลายเป็นไม่เก็บ จากบริษัทยักษ์ใหญ่ไม่กี่บริษัท กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ด้วยระยะเวลาเพียง ๗ นาที ผมก็คงจะพูดได้แค่นี้นะครับ แล้วก็ฝากไว้ด้วยครับว่ามันต้องดูสาระและดู ความเป็นจริง ถ้าเป็นผู้แทนราษฎรแล้วดูงบ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทด้วยเวลาเพียง ๗ นาที ผมว่ากลับไปอยู่บ้านดีกว่าครับ เพราะไม่สามารถจะปกป้ องสิ่งที่น่าจะชี้แจงให้กับ พี่น้องประชาชนได้ กราบเรียนท่านประธานก็คงจะเจอกันในวาระที่สองอีกครั้งหนึ่ง