สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๙ · ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓

ฐิติมา ฉายแสง หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ และเรียกร้องการแก้ไขปัญหาการลงทุนในมาบตาพุดอย่างรวดเร็ว พร้อมเสนอแนะให้มีองค์การอิสระรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับอีไอเอ เอชไอเอ และรัฐบาลควรเข้ามามีส่วนร่วมเพื่อไม่ให้เกิดความกังขาในหมู่ประชาชน

นางฐิติมา ฉายแสง ฉะเชิงเทรา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคเพื่อไทย กราบขอบพระคุณท่านประธานที่ให้โอกาสดิฉันได้ขึ้นมาอภิปรายในวันนี้ในประเด็นเรื่อง ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีได้มาแถลงเพื่อที่จะขอมติถอนออกจาก ระเบียบวาระการประชุม ท่านประธานที่เคารพคะ ประเทศไทยนั้นเป็นประเทศที่ขณะนี้ มีปัญหาเรื่องภาพลักษณ์เป็นอย่างมาก ภาพลักษณ์ของประเทศไทยเรานี้เสียหายมา ในหลาย ๆ เรื่องด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ร้ายแรงมาก ๆ คือเรื่องของการยึดสนามบินนี่ ถือว่าเสียหายมากอยู่แล้ว หลายประเทศก็ไม่อยากที่จะมาเที่ยวเมืองไทย การเมืองก็เป็น เรื่องที่เราวิตกกังวลอยู่มาก แต่แล้วเรื่องของการลงทุน เรื่องของคําว่า มาบตาพุด นี่ค่ะ มันแทงใจในหลาย ๆ คนเหลือเกิน เรื่องการลงทุนจากต่างชาติในเรื่องของมาบตาพุดนั้น ทําให้ภาพลักษณ์ของประเทศเสียหาย ถามว่าเสียหายอย่างไร หลายคนไม่เชื่อมั่น ไม่เชื่อมั่นว่ารัฐบาลไทยนั้นจะสามารถดําเนินการแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างรวดเร็ว บางคน บอกว่านักลงทุนนั้นตระหนก แต่ไม่ได้ตระหนกถึงคําสั่งของศาล แต่กลับกลายเป็น ตระหนกถึงจากการที่รัฐบาลไม่มีทางออกที่ชัดเจนแน่นอนว่าจะดําเนินการโครงการ ในเรื่องของมาบตาพุดอย่างไร นี่คือเรื่องที่ดิฉันอยากหยิบยกขึ้นมา ท่านประธานคะ เรื่องของร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... นั้นมันมีอยู่ ๓ ช่วงเวลาด้วยกัน ช่วงเวลาแรก ท่าน ส.ส. จากจังหวัดพิษณุโลก ก็บอกแล้วว่ามันเริ่มมาตั้งแต่เดือนกันยายน ๒๕๕๐ แล้ว แต่รัฐบาลชุดนี้ก็ปล่อย มันปะทุมาตอนนี้ แต่จริง ๆ แล้วเวลามันเริ่มกันมา อยากจะให้ฟังถึงเรื่องของ เดือนมิถุนายนถึงเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๒ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ ๒ ที่ดิฉันอยากพูดถึงว่า ในช่วงเดือนมิถุนายน ๒๕๕๒ ถึงเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๒ นั้นรัฐบาลไม่ได้ดําเนินการ อะไรใด ๆ เท่าไรนักที่จะให้เกิดความชัดเจน ตามมาตรา ๖๗ วรรคสอง เพื่อให้เกิด ความสมดุลระหว่างคุณภาพสิ่งแวดล้อม คุณภาพของประชาชนหรือประโยชน์ ทางด้านเศรษฐกิจเลย แม้จะมีคําเสนอแนะมากมาย แต่รัฐบาลดําเนินการต่าง ๆ ไป อย่างช้าและไม่มีประสิทธิภาพ นี่คือสิ่งที่สําคัญมาก มันทําให้ผลกระทบความเสียหายนั้นมันแพร่กระจายออกไปสู่วงกว้างทีเดียว แต่ท่านประธานคะ มาบตาพุดก็เกิดเป็นเรื่องที่เสมือนหนึ่งว่ารัฐบาลทํามันเป็นเรื่อง การเมืองค่ะท่านประธาน บางคนเขามองว่ารัฐบาลหรือนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์นี่ทํามันเป็น เรื่องการเมือง คือเล่นเกมบ้างละ เขารู้สึกอย่างนั้น จะเตะถ่วงบ้างละ หรือซื้อเวลาบ้างละ โดยอ้างว่าต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ท่านก็พูดไว้ดีนะคะ พิจารณาอย่างรอบคอบ วิเคราะห์ผลกระทบทุกภาคส่วน สร้ำงการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน เคารพกระบวนการยุติธรรม สุขภาพของประชาชนต้องมาก่อน ประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ถ้าเป็นเรื่องไม่ดีก็อย่าไปประนีประนอม ล้วนแล้วแต่เป็นคําพูดที่สวยหรูอยู่บนโพเดียม (Podium) เท่านั้นเอง แต่มันไม่ได้ช่วยฝ่ายไหนเลย มันไม่ได้ช่วยตัวท่านนายกรัฐมนตรีเอง ไม่ได้ช่วยประเทศชาติเลย การพูดแบบนั้นแล้วไม่ทําอะไรเลยนี่มันเสียหาย ถึงแม้จะมี คณะกรรมการ ๔ ฝ่าย ๓ ฝ่าย หรือจะกี่ฝ่ายก็แล้วแต่มันก็ไม่ได้ช่วย ถูกด่าข้างเดียว ดิฉันรู้สึกว่าท่านรัฐมนตรีถูกด่าข้างเดียวจริง ๆ ท่านอาจจะถูกภาคประชาชนด่า หรือทาง ประธานเจโทร ที่เมื่อสักครู่ท่าน ส.ส. บางท่านก็พูดอยู่ว่าเจโทรก็ด่า หอการค้าไทยก็ด่า ถามว่าเขาด่าว่าอย่างไร ประธานหอการค้าไทยเขาบอกว่า ต่างชาติเขาไม่กล้าพูด หรือต่อว่าแรง ๆ หรอก เพราะว่าไม่อยากจะมีปัญหากับรัฐบาลไทย เมื่อลงทุนด้วยเงิน จํานวนมาก แต่กับตัวประธานหอการค้าไทยเองเวลาเขาไปประชุมเขาถูกด่าเต็ม ๆ เขาบอกอย่างนั้น เขาบอกว่ามีเรื่องเกี่ยวกับมาบตาพุดนี่ด่าเขารุนแรงมาก เพราะฉะนั้น นอกจากประเทศญี่ปุ่ น นอกจากเจโทรนี้จะด่า ประเทศสหรัฐอเมริกาก็ด่า ประเทศออสเตรเลียก็ด่า ไม่พอใจกันทั้งนั้นเลย เขาอึดอัดมาก แล้ววันที่ ๑๒-๑๕ มีนาคมนี้เขาก็ต้องไปประชุมกับประเทศญี่ปุ่ นอีก ยังไม่รู้ว่าจะออกมาไม้ไหนเลย ในเมื่อรัฐบาลชุดนี้กําลังถอนร่างพระราชบัญญัติอันนี้ออก จะตอบกันอย่างไร จะเอาเข้า เมื่อไรก็ไม่รู้ เพราะฉะนั้นจึงไม่มีความมั่นใจอะไรเลยหนักเข้าไปอีก เขาบอกด้วยว่า ในส่วนตัวนี่ถ้าใช้เวลาแก้ปัญหามาบตาพุดนานถึง ๙ เดือน จบเห่แน่ ปีนี้อาจจะไม่เห็น แต่อีก ๓ ปี ๔ ปี ๕ ปีข้างหน้าประเทศไทยจะแย่ที่สุด สิ่งที่เสียหายไม่ได้เสียหายเฉพาะ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่คนบางคนบอก แต่มันยังเสียหายไปเป็นล้านล้านเลยก็ว่าได้ ท่านประธานคะ การตรากฎ ระเบียบ หรือข้อบังคับ หรือการเสนอร่างกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นพระราชบัญญัติหรือพระราชกําหนดนั้นเป็นเรื่องด่วนย่อมทําได้ แล้วก็ทํา มาแล้วด้วย แต่ในช่วงเวลาที่ ๓ ที่ดิฉันพูดถึงก็คือว่าในเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๒ ถึงเดือนมกราคม ๒๕๕๓ เป็นช่วงของการปิดสมัยประชุมสภา แต่รัฐบาลชุดนี้กลับไม่ใช้ โอกาส จึงต้องเรียกว่าพลาดโอกาสอย่างสิ้นเชิง ถามว่าพลาดโอกาสอย่างไร พลาดโอกาส จากการที่จะออกเป็นพระราชกําหนดแก้ไขพระราชบัญญัติคุณภาพสิ่งแวดล้อม เพื่ออะไร เพื่อจะกําหนดหลักเกณฑ์ให้ชัดเจน ก่อนที่จะไปพูดถึงกําหนดว่าอะไร ดิฉันต้องการที่จะ บอกว่ารัฐบาลนั้นสามารถใช้ศักยภาพของตนเองออกเป็นพระราชกําหนดเสียให้มันด่วน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและแก้ปัญหาไปในตัวด้วย ทีเวลาพระราชกําหนดที่จะให้อํานาจ กระทรวงการคลังกู้เงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท รีบออกเสียด่วนจี๋เชียว หรือพระราชบัญญัติ กู้เงินอีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็สามารถทําได้ใน ๓ วาระรวด ทําไมจึงทําได้ อย่าทํา แบบนี้ให้คนเขารู้สึกว่าทําได้เพราะมันมีผลประโยชน์อะไรรออยู่ข้างหน้าหรือเปล่า อย่าทํา แบบนั้น คนเขาคิดไปในทางลบได้มันไม่ดี หรือคอมมิชชัน (Commission) อะไรก็แล้วแต่ เขาไม่อยากคิดแบบนี้ เขาอยากให้ประเทศชาติเจริญ เพราะฉะนั้นช่วงเวลาที่ ๓ ที่ดิฉัน พูดถึงคือเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนมกราคม ๒๕๕๓ นั้นสามารถออกเป็นพระราชกําหนด แต่ก็ไม่ออก ถามว่าออกเป็ นพระราชกําหนด กําหนดอะไร กําหนดไปเสียเลย เพราะมาตรา ๖๗ วรรคสอง ก็พูดไว้ละเอียดอยู่แล้วว่าต้องมีอะไรบ้าง ก็กําหนดไปเลยสิว่า ประเภทกิจการที่มีลักษณะเข้าข่ายโครงการที่มีผลกระทบรุนแรงมันเป็นอย่างไรเอาให้ มันชัดเจนไปเลย เพราะยังสงสัยกันอยู่ว่ามันรุนแรงนี่มันรุนแรงอย่างไร

อันที่ ๒ กําหนดให้มีองค์การอิสระขึ้นมารับฟังความคิดเห็นเรื่องอีไอเอ เอชไอเอเสียเลยสิ้นเรื่อง ในเมื่อรัฐธรรมนูญกําหนดว่าทําได้เลยโดยไม่ต้องมาบอกว่า ตามแต่ที่กฎหมายกําหนด ไม่ได้พูดอย่างนั้นก็สามารถทําได้เลย จริง ๆ ก็กําหนดได้

อันที่ ๓ ต้องไม่ลืมว่าการมีส่วนร่วมของประชาชนหรือชุมชนทุกขั้นตอนนั้น สําคัญอย่างมาก เพราะฉะนั้นก็กําหนดไปเสียว่าให้ประชาชนนั้นเข้ามามีส่วนร่วมอย่างไร อย่ามองข้ามภาคประชาชน

สิ่งที่ดิฉันพูดมาทั้งหมดก็ยังเป็นที่ทําให้ดิฉันเองยังสงสัยในเรื่องที่รัฐบาล บอกขอถอนออกไปและจะเข้ามา ดิฉันไม่ทราบเหมือนกันว่าจะเข้ามาอีกเมื่อไร นี่เข้าไป กี่เดือนแล้วยังจะมาทําความกังขาให้กับสภาแห่งนี้และประชาชนอีก เพราะฉะนั้น ถ้ารัฐบาลชุดนี้ไม่รู้ว่าทําอะไรก็ให้พรรคเพื่อไทยเขาทําเถอะค่ะท่านประธาน ขอบคุณค่ะ