สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๙ · ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓

ชวลิต วิชยสุทธิ์ พูดถึงการวิพากษ์วิจารณ์ร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวกับการพิจารณาผลกระทบสิ่งแวดล้อม โดยเสนอกลไกแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมและหารือเรื่องการระงับโครงการลงทุนในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดนครพนม ท่านประธานที่เคารพ กระผมไม่เห็นสอดคล้องกับสิ่งที่ท่านรัฐมนตรี ประจําสํานักนายกรัฐมนตรีได้ให้เหตุผลต่อสภา ถ้าท่านประธานลองอ่านย้อนกลับไปยัง หลักการและเหตุผลของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ สรุปก็คือได้ร่างไว้เพื่อให้สอดคล้องกับ กฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๗ กล่าวคือ เพื่อกําหนดหลักเกณฑ์ในการพิจารณา รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมสําหรับโครงการหรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิด ผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง ทั้งทางด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ การดําเนินโครงการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรงนั้น จะกระทํามิได้ เว้นแต่จะได้มีการศึกษาและประเมินผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม และสุขภาพของประชาชนในชุมชน และจัดให้มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของ ประชาชนผู้มีส่วนได้เสียก่อน รวมทั้งได้ให้องค์การอิสระซึ่งประกอบด้วยผู้แทนองค์การ เอกชนด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ และผู้แทนสถาบันอุดมศึกษาที่จัดการศึกษา ด้านสิ่งแวดล้อมหรือทรัพยากรธรรมชาติ หรือด้านสุขภาพ ให้ความเห็นประกอบ ก่อนมีการดําเนินการ

ท่านประธานจะเห็นได้ว่าหลักการและเหตุผลของร่างกฎหมายฉบับนี้ กําหนดไว้ชัดเจนสอดคล้องกับกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๗ แต่ในขั้นรายละเอียด หากจะมีสาระที่มันแตกต่างกันไป ผมคิดว่าสามารถที่จะพัฒนาหรือปรับปรุงแก้ไขใน ชั้นแปรญัตติได้ การที่จะถอนร่างกฎหมายฉบับนี้ออกไปหลังจากที่ได้ยื่นไว้ตั้งแต่ เดือนตุลาคม ปี ๒๕๕๒ ๔ เดือนกว่ามาแล้ว เป็นสิ่งที่ผมคิดว่าเราเหมือนกับมานับหนึ่ง ใหม่ ร่างกฎหมายฉบับนี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์โดยนักวิชาการ รวมทั้งกลุ่มเอ็นจีโอที่สนใจ และให้คําวิพากษ์วิจารณ์ไว้หลายประการครับท่านประธาน ยกตัวอย่าง

๑. การกําหนดให้องค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อมอยู่ภายใต้การควบคุม ของรัฐมนตรีและให้อํานาจรัฐมนตรีเพิกถอนการจดทะเบียนองค์การอิสระ ด้านสิ่งแวดล้อมได้ เป็นการขัดต่อหลักความเป็นอิสระตามรัฐธรรมนูญ

๒. การกําหนดให้องค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อมต้องพิจารณาให้ความเห็น ต่อรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม อีไอเอ และรายงานผลกระทบด้านสุขภาพ เอชไอเอ ภายใน ๙๐ วัน หากล่าช้ากว่านั้นให้ถือว่าเห็นชอบ

ท่านประธานครับรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้เราสามารถแก้ไขได้ ในขั้นแปรญัตติหรือการกําหนดให้องค์การอิสระเป็นนิติบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่ต้อง ประกอบด้วยเอ็นจีโอ ด้านสิ่งแวดล้อมหรือด้านสุขภาพ และผู้แทนสถาบันอุดมศึกษา ที่จัดการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อมหรือด้านสุขภาพจึงจะมีสิทธิมาจดทะเบียนเป็ น องค์การอิสระต่อกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีหน่วยงานน้อยแห่ง ที่จะมีองค์ประกอบครบตามที่กําหนด นับว่าเป็นการปิดกั้นหน่วยงานที่มีศักยภาพ แต่ไม่ครบองค์ประกอบดังกล่าว นี่นักวิชาการหรือเอ็นจีโอเขาทักท้วงไว้ ผมก็คิดว่า ในขั้นแปรญัตติหรือในการตั้งกรรมาธิการ เราก็เอานักวิชาการหรือเอ็นจีโอที่เขาสนใจ ด้านนี้เข้ามาเป็นกรรมาธิการเสีย แล้วก็เอามาร่วมแก้ไขปัญหานี้ดีกว่าที่จะมีการถอน เรื่องนี้ออกไป ไปเริ่มนับหนึ่งใหม่ ความเชื่อมั่นจากผู้ลงทุน ความเชื่อมั่นจากผู้ที่เกี่ยวข้อง ในทุกภาคส่วนจะหดหายไปครับ

ท่านประธานที่เคารพครับ เป็ นที่ทราบกันดีว่าขณะนี้ประเทศไทย เรามีปัญหากรณีศาลปกครองมีคําสั่งให้ระงับ ๗๖ โครงการที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ส่งผลกระทบต่อภาพรวมของเศรษฐกิจของประเทศไทย และทําให้นักลงทุน ทั้งในและนอกประเทศขาดความเชื่อมั่นในการลงทุนในประเทศไทย ท่านประธานครับ ความเชื่อมั่นมีผลสําคัญอย่างยิ่งต่อภาพลักษณ์ของประเทศ หากนักลงทุน ขาดความเชื่อมั่นถึงขั้นย้ายฐานการผลิต ผมไม่อยากจะคาดเดาว่าเราจะใช้เวลาอีกกี่สิบปี ที่จะฟื้นความเชื่อมั่นของประเทศของเรา หรือรัฐบาลเห็นว่าเรื่องนี้ไม่สําคัญ ต่อความเชื่อมั่น ซึ่งผมเห็นตรงข้าม ท่านประธานที่เคารพครับ เวลาเป็นปัจจัยสําคัญยิ่ง อย่างหนึ่งในการสร้ำงความเชื่อมั่น ขณะนี้มีนักวิชาการอิสระซึ่งอดีตเป็ นถึง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นรองนายกรัฐมนตรี ถึงขนาดเสนอให้รัฐบาลออกเป็น พระราชกําหนดจัดตั้งองค์การอิสระตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ เพื่อเข้ามาช่วยสนับสนุน หลักเกณฑ์การจัดทําเอชไอเอและอีไอเอ งบหลายแสนล้านบาท นักวิชาการ นักลงทุน เขามองตรงนี้อยู่ แต่รัฐบาลกลับไม่รู้ร้อนรู้หนาวในเรื่องเวลาซึ่งเป็นปัจจัยสําคัญอย่างยิ่ง ผมเห็นว่าเรื่องนี้กระทบต่อความเชื่อมั่น กระทบต่อภาพลักษณ์ของรัฐบาล แต่ไม่สําคัญ เท่ากับกระทบต่อความเชื่อมั่นที่มีต่อประเทศไทย สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนเพิ่มเติม ก็คือความเห็นของนักลงทุนต่างประเทศ ท่านประธานครับ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่ น ประจําประเทศไทยกล่าวว่าหลังจากที่ศาลได้สั่งระงับโครงการลงทุน ๗๖ โครงการในพื้นที่ มาบตาพุด ได้ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและเสถียรภาพของประเทศไทย อย่างไรก็ตาม ขอให้รัฐบาลไทยใช้ความพยายามแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเร่งด่วน ผมขีดเส้นใต้คําว่า ขอให้รัฐบาลไทยใช้ความพยายามแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเร่งด่วนในฐานะที่ ประเทศไทยเป็นผู้นําและเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของอาเซียน นี่ประเทศญี่ปุ่นเขาให้ ความเห็นไว้ในส่วนของเอกอัครราชทูต ทีนี้มาในส่วนของประเทศญี่ปุ่ นอีกเช่นกัน ประธานเจโทร (JETRO) นายมุเนโนริ ยามาดะ กล่าวว่า อยากให้ประเทศไทยมองปัญหา และแนวทางแก้ปัญหาพื้นที่มาบตาพุดในระดับสากล เพื่อให้นักลงทุนสามารถนําไปชี้แจง นักลงทุนในเวทีระดับโลกได้ ประธานหอการค้าญี่ปุ่ นให้ความเห็นไว้ดังนี้ครับท่านประธาน ปัญหาสิ่งแวดล้อม ของประเทศไทยถือเป็นเรื่องอ่อนไหว แต่โครงการที่ถูกระงับเป็นอุตสาหกรรมต้นนํ้า ที่ส่งผลต่อเนื่องถึงอุตสาหกรรมปลายนํ้าด้วย อยากขอร้องให้ผู้ที่เกี่ยวข้องของรัฐ เร่งจัดทําโรด แมป (Road map) ให้ชัดเจน เพราะหอการค้าอยากเห็นภาพรวมของ การแก้ไข เนื่องจากภาพขณะนี้ยังมองไม่เห็นความชัดเจนในการแก้ไขปัญหา อยากให้ แก้ไขปัญหาในเรื่องนี้โดยเร็ว โครงการของบริษัทญี่ปุ่นที่ถูกระงับล้วนได้รับมาตรฐาน ระดับโลก เขาบอกเลยนะครับ โครงการของเขาล้วนได้รับมาตรฐานระดับโลก เราจึงมีคําถามว่า ทําไมโครงการเหล่านี้จึงถูกระงับในประเทศไทย ท่านประธาน พวกผมไม่ได้มองในเรื่องของการลงทุนจากนอกประเทศ แต่ในขณะเดียวกัน ก็ให้ความสําคัญต่อชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน ดังนั้นร่างกฎหมายฉบับนี้ ผมเห็นว่าหลักการและเหตุผลออกมาสอดคล้องกับกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๗ แล้ว เพียงแต่อย่างไรเราจะมาแก้ไขเพิ่มเติมในขั้นแปรญัตติ ผมจึงไม่เห็นด้วยที่จะให้มีการถอน ร่างกฎหมายฉบับนี้ออกไป ขอบคุณครับ