ชลน่าน ศรีแก้ว หารือเรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ โดยเสนอให้ตั้งกรรมาธิการร่วมกันพิจารณาและใช้ฐานข้อมูลที่ชัดเจน ชี้แจงว่าเบี้ยยังชีพควรเปลี่ยนเป็นเบี้ยดํารงชีพ และเรียกร้องให้เปลี่ยนคําว่า ยังชีพให้เป็น สิทธิดํารงชีพ ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ และยังพูดถึงปัญหาการจัดการงบประมาณที่ไม่ชัดเจน และเรียกร้องให้รัฐมนตรีปฏิบัติตามคำสั่งการ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ที่ท่านประธานได้บรรจุระเบียบวาระการประชุม การที่วุฒิสภามีมติให้แก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ส่งกลับมาให้สภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาตามมาตรา ๑๔๗ (๓) ผมขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานครับ ฟังเพื่อนสมาชิกได้อภิปราย ผมขออนุญาตใช้ความเห็น ของผมเองว่าผมมีความเห็นเป็นอื่น ตามมาตรา ๑๔๗ (๓) ความเห็นเป็นอื่นของกระผม หมายความว่า ไม่ได้มีความเห็นว่าจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับการเติมหรือไม่เติม แต่ความเห็นเป็ นอื่นของผม ผมอยากจะให้สภาแห่งนี้ได้ตั้งกรรมาธิการร่วมกัน ไปพิจารณาในรายละเอียดเพื่อความรอบคอบ เหตุผลที่บอกว่าการเขียนว่า มีรายได้ ไม่เพียงพอต่อการยังชีพ ยากต่อการปฏิบัตินั้น ผมคิดว่าสภาแห่งนี้อาจจะใช้เป็นเหตุผลได้ ในขณะนี้ แต่ถ้าเขียนเป็นตัวบทกฎหมายที่จะใช้ไปตลอดชีวิตนี้แล้วผมคิดว่าเหตุผลนี้ ไม่ชอบธรรม มันจําเป็นและสมควรอย่างยิ่งนะครับที่เราต้องมีฐานข้อมูลที่ชัดเจน และเพียงพอ ไม่ต้องให้มีใครไปตัดสินหรอกครับว่าคนนั้นมีรายได้ไม่มีรายได้ ถ้าเป็น อย่างนี้ทุกสิ่งทุกอย่างมันพูดกันบนพื้นฐานข้อเท็จจริง กรรมาธิการร่วมกันอาจจะมี ความเห็นเหมือนวุฒิสภาก็ได้นะครับ นั่นหมายความว่าผมเองให้ตั้งกรรมาธิการร่วมกัน นั่นกรณีที่ ๑ ว่าการที่วุฒิสภาเขียนตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญนั้นจะชอบหรือไม่ชอบ ก็แล้วแต่ จริงอยู่ครับเราทํานอกเหนือจากรัฐธรรมนูญได้ แต่บนพื้นฐานของความเป็นจริง ทุกคนได้รับการสนับสนุนที่เพียงพอ มีข้อมูลฐานข้อมูลที่เพียงพอ มหาเศรษฐีร้อยล้าน เขาไม่เอาแน่นอนครับ ท่านพูดเองครับ ๑,๒๐๐,๐๐๐ คนไม่รับ นั่นหมายความว่าถ้าเรามี ฐานข้อมูลดี ๆ คน ๑๐ ล้านคนจะมีประมาณ ๑,๕๐๐,๐๐๐ คนที่จะเป็นผู้มีรายได้ ที่เพียงพอและอีกประมาณเกือบล้านคน ประมาณ ๓๐๐,๐๐๐-๔๐๐,๐๐๐ คนในขณะนี้ ต่อไปตัวเลขก็เพิ่มขึ้น มีสวัสดิการเขาได้รับอยู่แล้ว สิ่งเหล่านี้ต้องแยกให้ชัดครับถึงแม้ ไม่เขียนในกฎหมายท่านก็ไปเขียนในระเบียบอยู่แล้วครับ อันนี้ผมฝากเป็นประเด็น
ประเด็นที่ ๒ ที่ผมอยากจะให้ความเห็นเป็ นอื่นของผมมีประโยชน์ กับกรรมาธิการร่วมกันนะครับ ผมเคยเสนอต่อสภาแห่งนี้เรื่องคําว่า เบี้ยยังชีพ ผมต่อสู้ มาตลอดแต่ว่ากรรมาธิการในชั้นของสภาผู้แทนราษฎรเราไม่เห็นด้วย ท่านเขียนเบี้ยยังชีพ ให้กับทุกคน แม้กระทั่งเป็นเศรษฐี แม้กระทั่งเป็นคนมีรายได้ แต่ท่านก็ยังใช้คําว่า เบี้ยยังชีพ ผมเคยเสนอเปลี่ยน ฝากท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีนะครับ ถ้าจะกรุณา ถ้าผมเป็นกรรมาธิการร่วมกันผมก็จะสู้ให้ ก็คือเปลี่ยนเป็น เบี้ยดํารงชีพ ไม่ดีหรือครับ บําเหน็จดํารงชีพ เราเคยเขียนมาแล้วในกฎหมายในสภาแห่งนี้ จริงอยู่ครับ ผมเอา เบี้ย ออกก็ได้ครับเพราะ เบี้ย มันเหมือนตัวเงิน แต่คําว่า ยังชีพ เขาเขียนไว้สําหรับ มาตรการการให้การสงเคราะห์เมื่อก่อนซึ่งผมต่อต้านมาก คําว่า สงเคราะห์ ควรเอา ออกไปมันเป็นสิทธิที่เขาพึงจะได้นะครับ เมื่อเราให้สิทธิแล้วเราต้องเป็นสิทธิจริง ๆ อย่าแฝงด้วยคําว่า สงเคราะห์ อยู่ ก็ฝากครับประเด็นเรื่องของคําว่า ยังชีพ ถ้ากรรมาธิการ ร่วมกันจะกรุณาแก้ผมคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับผู้สูงอายุ ผมไม่ได้ขัดว่าผู้ สูงอายุ ควรจะได้รับ แต่ได้รับด้วยศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ ไม่ได้รับเพราะว่าศักดิ์ศรีของการที่ มีคนมีความเอ็นดูรักใคร่ในฐานะที่เป็นที่เป็นผู้ทําประโยชน์ให้กับบ้านกับเมือง ไม่ใช่ อย่างนั้นครับ สิทธิตามรัฐธรรมนูญเขา ก็ฝากเป็น ๒ ประเด็นครับ ประเด็นที่ ๑ เรื่องของ บทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๕๓ ที่บัญญัติไว้ เมื่อก่อนพรรคไทยรักไทยทําเรื่องบัตร ๓๐ บาทรักษาทุกโรค เราให้สิทธิของคนที่ไม่มีสวัสดิการทุกคน ไม่ว่าจะมีเงินหรือไม่มีเงิน แต่เราทําตามรัฐธรรมนูญ อย่างมาตรา ๕๑ ที่เขียนไว้นะครับ บุคคลย่อมมีสิทธิเสมอกัน ในการรับบริการทางสาธารณสุขที่เหมาะสมและได้มาตรฐาน นี่เขาไม่ระบุว่าเป็นใคร เว้นแต่ยากไร้รักษาฟรี ชัดเจนครับ เพราะฉะนั้นบทบัญญัติรัฐธรรมนูญเองก็ต้องเอามาดู เพื่อเป็นแนวทางบรรทัดฐานต่อไปในอนาคต
ประการสุดท้ายครับ ที่ผมฝากไว้ก็คือว่าการขึ้นทะเบียนที่ถูกต้องที่จําเป็น จะต้องดําเนินการให้ชัดเจนเพราะว่าท่านเองจะเหมาจ่าย เอาฐานประชากรแล้วก็ตั้ง งบประมาณ ถ้ามีผู้สละสิทธิถามว่างบประมาณเหล่านั้นไปไหน ผมไม่แน่ใจครับว่า งบประมาณเหล่านั้นจะเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนหรือไม่ แล้วฐานงบประมาณ ที่ตั้งไว้จะเป็นงบประมาณที่ตั้งจากส่วนกลางแล้วก็ยกไปให้ท้องถิ่นเขาดูแลบริหารจัดการ หรือไม่ ผมก็ไม่แน่ใจ เพราะเท่าที่ผ่านมาเราอุตส่าห์เขียนว่ามีรายเดือน แก้จากทั่วไป เป็นรายเดือน ที่แก้ตรงนั้นต้องการแก้เป็นรายเดือนนะครับ แต่ขณะนี้ ๓ เดือนแล้วยังไม่ได้ มันไม่มีประโยชน์ใด ๆ ครับ ท่านประธานครับ ฝากไปยังท่านรัฐมนตรีเขียนแล้ว ปฏิบัติไม่ได้ไม่เกิดประโยชน์ใด ๆ เพราะฉะนั้นเขียนแล้วต้องทําให้ได้ ถ้าทําไม่ได้ ก็อย่าไปเขียน ถ้ามันผิดที่กระบวนการบริหารจัดการ ท่านต้องไปกํากับดูแลครับ ถ้าไม่มีเงินท่านต้องหาเงินมาให้ได้ ผมฝากไป ๓ ประเด็น ขอบคุณครับ เห็นด้วยกับการตั้ง กรรมาธิการร่วมกัน