สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๘ · ๙ กันยายน ๒๕๕๓

อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี คัดค้านกฎหมายที่ผ่านการพิจารณาแล้ว โดยระบุว่าร่างกฎหมายนี้จะทำให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินมีอํานาจใกล้เคียงกับคณะกรรมการกฤษฎีกา และยังหารือเรื่องการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในจังหวัดอุบลราชธานี

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ กฎหมายฉบับนี้ได้มีการพิจารณาในสภานี้ไปแล้วหลายวัน และในทุกคราวที่ผ่านมาผมเอง ก็อภิปรายคัดค้านกฎหมายฉบับนี้มาโดยตลอด ถึงแม้ว่าจะมีการผ่านการพิจารณาไปแล้ว

-๔๖/๑ ผมขอเรียนท่านประธานว่าแรก ๆ ผมมีความกังวลใจมากสองจิตสองใจครับว่ากฎหมาย ฉบับนี้ควรจะโหวตให้ผ่านหรือไม่ผ่านดี พอมาวันนี้ผมมั่นใจว่าโหวตให้ตกไปดีกว่า ก็อภิปรายสนับสนุนข้อเท็จจริงกันอย่างนี้ว่าวันที่จะกดลงคะแนนคราวที่แล้วที่ผ่านมา ในสภาผู้แทนราษฎรของเรา ผมจําเปึนต้องเห็นด้วยเพราะมีความกังวลใจว่า ถ้าผมไม่เห็นด้วยในคราวที่ผ่านมามันจะส่งผลทําให้มีการตั้งผู้ว่าการ สตง. และตั้ง คณะกรรมการ คตง. ไม่ได้ นั่นก็แปลว่าตั้งผู้ว่าการ สตง. ไม่ได้ ตั้ง คตง. คณะกรรมการ ตรวจเงินแผ่นดินไม่ได้ ปัญหาที่ตามมาก็คือว่าจะไม่มีใครตรวจสอบรัฐบาลนี้ ผมเอง แม้จะเปึน ส.ส. ในซีกรัฐบาลก็ต้องยืนยันว่าการตรวจสอบโดยองค์กรอิสระต้องมีครับ เพราะฉะนั้นการโหวตที่ผ่านมาในรอบแรกเราจึงโหวตเห็นด้วยให้กฎหมายฉบับนี้ผ่านไป แต่เอาละครับวันนี้ต้องบอกว่าคิดไม่เหมือนเดิมเพราะมีเหตุผลว่าคณะกรรมการกฤษฎีกา ก็ได้มีการตีความว่าถ้าร่างพระราชบัญญัติ สตง. ฉบับนี้ไม่ผ่านเกิดอะไรขึ้น เขาก็ตอบว่า ตกลงว่าตั้งผู้ว่าการ สตง. ได้นะ ตั้งคณะกรรมการ คตง. ได้นะ อันนี้ละครับจึงเปึน ความบรรเทาใจผมแล้วว่าเอาละการทํางานของผมวันนี้ผมขอโหวตไม่รับกฎหมายฉบับนี้ แต่การตรวจสอบยังคงมีดําเนินอยู่ต่อไปได้นะครับ เพราะการสรรหาผู้ว่าการ สตง. และคณะกรรมการ คตง. นั้นยังคงมีต่อไป มีต่อไปอย่างไรครับ มีต่อไปเพราะว่า กฎหมายรัฐธรรมนูญถึงแม้ว่าในช่วงที่มีการรัฐประหารจะมีการออกระเบียบขึ้นมา ในขณะนั้นเปึนธรรมนูญการปกครอง ได้ยกเลิกหมวดในเรื่องของการสรรหาผู้ว่าการ สตง. หรือยกเลิกหมวดในเรื่องของการสรรหาคณะกรรมการ คตง. เอาไว้ก็จริง แต่รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั้นมีข้อดีอยู่เรื่องหนึ่งก็คือว่าเขาบอกให้เอากฎหมาย สตง. ป้ ๒๕๔๒ นั้น มาใช้บังคับ ก็แปลว่าการสรรหาคุณสมบัติต่าง ๆ ของผู้ว่าการ สตง. ก็ดี คุณสมบัติ ของ คตง. ก็ดี สามารถใช้พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๒ ว่าด้วย เรื่อง สตง. ใช้ไปพลางก่อนได้ จึงนําความโล่งใจมาสู่ผมว่าแม้เราโหวตไม่ผ่านกฎหมาย ในวันนี้ไปของ สตง. นั้น การสรรหาคณะกรรมการ คตง. และผู้ว่าการ สตง. ยังคงมีต่อไป การตรวจสอบรัฐบาลยังคงมีต่อไปอย่างต่อเนื่องได้ เพราะฉะนั้นวันนี้ก็ขออภิปรายในมุม ที่ต้องบอกว่าทําไมไม่เห็นด้วยกับพระราชบัญญัติฉบับนี้ครับ ท่านประธานที่เคารพ เรื่องที่ผมยืนอภิปรายมาตลอดในวาระอื่น ๆ ที่ผ่านสภาผู้แทนราษฎรนี้มาก็คือว่า อํานาจของสํานักงานตรวจเงินแผ่นดินจะมีเปึนตามมาตรา ๒๕๓ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งก็จะผูกพันเฉพาะแต่เรื่องวินัยทางการเงิน การคลัง เท่านั้น จริง ๆ ครับ อํานาจอื่น ๆ เขาไม่ได้เขียนเอาไว้ แต่ด้วยความที่องค์กรอิสระนั้นก็พยายาม ที่จะประสงค์ดี ผมขอใช้คําว่าประสงค์ดีครับ ก็พยายามเขียนโดยให้ตัวเองนั้นมีอํานาจ เพิ่มมากขึ้นในการปราบคนขี้โกง แต่ผมก็ต้องเรียนว่าอํานาจนี้มันซ้ําซ้อนกับอํานาจ ของ ป.ป.ช. หลายท่านไม่ค่อยพอใจนักว่า ป.ป.ช. ปัจจุบันก็มีอํานาจล้น อํานาจท่วม แต่ผมต้องเรียนท่านว่าเราอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ซึ่งในนี้เขาเขียนชัดว่า ให้ ป.ป.ช. นั้นทําหน้าที่เปึนพนักงานสอบสวนชัดเจน เรื่องของการสั่งฟัองเขาก็สามารถ ที่จะสั่งฟัองตั้งแต่เปึนพนักงานสอบสวนยาวไปจนกระทั่งถึงคนฟัองคดีเอง แต่ในส่วนของ สตง. เขาไม่ได้เขียนอย่างนั้นครับ สิ่งที่น่ากลัวก็คือว่ากฎหมายฉบับนี้ผู้ร่างนั้น มีความประสงค์ที่จะนําอํานาจของ ป.ป.ช. มาล้อให้ สตง. มีอํานาจใกล้เคียงกัน คําตอบก็คือว่ามันเลยธงครับท่านประธาน เลยธงครับ เพราะว่ามาตรา ๒๕๓ นั้น ให้ดูเฉพาะแต่วินัยทางการเงิน การคลัง เท่านั้น ไม่ได้ยกระดับ สตง. รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ไม่ได้มีวัตถุประสงค์ในการยกระดับ สตง. ให้เปึนเจ้าพนักงานสอบสวน คํานี้แปลว่าอะไรครับ ของเดิม สตง. เขาจะมีอํานาจเพียงแค่ไปตรวจ ผิดวินัยการเงิน การคลังไหม ถ้าผิดเขาก็ต้องไปแจ้งความ แจ้งกับใครครับ ก็ต้องแจ้งกับ ป.ป.ช. ในฐานะ เปึนเจ้าพนักงานสอบสวน ถ้าในคดีอาญาปกติก็คือเปึนตํารวจเท่านั้นเองครับ แต่เที่ยวนี้ เขาเขียนอํานาจเขามาต้องการที่จะเปึนเจ้าพนักงานสอบสวน ซึ่งผมค้านมาโดยตลอดว่า ถ้าลงไปตรวจในสํานักงานเอง เปึนเจ้าพนักงานสอบสวนเอง ฟัองคดีเองเสียอีกนะครับ มันเท่ากับว่าระบบการตรวจสอบของในชั้นสอบสวนนั้นไม่มีเลย แล้วนี่คืออํานาจที่น่ากลัว ๑ อย่าง ที่ผมใช้คําว่าร่างฉบับนี้ สตง. เลยธงครับท่านประธาน เลยธงรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ผมจึงไม่อาจที่จะเห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ในชั้นนี้ได้ครับ ส่วนชั้นที่ผ่านมา ผมเรียนแล้วว่าผมมีความกังวลใจเรื่องว่าจะตั้งผู้ว่าการไม่ได้ จะตั้งคณะกรรมการ ตรวจเงินแผ่นดินไม่ได้ แต่อันนี้เขาถูกเคลียร์ (Clear) แล้วเคลียร์ใจไปเรียบร้อย โดยคณะกรรมการกฤษฎีกา เพราะฉะนั้นวันนี้ผมยืนขึ้นพูดได้อย่างเต็มที่ ผมไม่เห็นด้วย กับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้

ส่วนประเด็นสุดท้ายที่จะมามองกันว่าเราจะพิจารณากันอย่างไร จะมองว่า ตกไปในชั้นวุฒิสภาหรือจะให้มันตกในชั้นนี้สมมุติว่าไม่เอานะครับท่านประธาน นี่ตั้งโจทย์ ก่อนว่าถ้าไม่เอา แต่ถ้าถือว่าตกในชั้นวุฒิสภา แล้วเราบอกว่าเราไม่พิจารณาเพราะว่า เสียงของวุฒิสภาเห็นชอบไม่ถึงกึ่งหนึ่ง ผมก็เรียนท่านประธานว่ามันก็จะเปึนการสร้าง ปัญหาซ้ําซ้อนครับ ถ้าเราโหวตกันให้จบไปในชั้นนี้เลยครับ เอาหรือไม่เอาว่ากันในชั้นนี้ แล้วถ้าผลออกมาว่าไม่เอาข้อโต้แย้งทางกฎหมายมันก็จะลดลงหรือเรียกว่าแทบจะไม่มี แต่ถ้าวันนี้ทางฝ์ายค้านเองถ้าท่านไม่เห็นด้วย แต่ท่านเลือกโดยวิธีการที่บอกว่าไม่เปึนไร ถือว่าตกในชั้นวุฒิสภา ผมเรียนท่านนะครับว่ามันอาจจะมีปัญหาเรื่องของรัฐธรรมนูญ ตามมาทีหลังได้ เพราะว่ามาตรา ๓๐๒ ก็หมิ่นเหม่มากว่าอยู่ในบทเฉพาะกาล โดยหลักแล้ว บทเฉพาะกาลมันจะใช้คราวแรกเท่านั้นที่มีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ แล้วก็ พิจารณาไปแล้วในสมัย สนช. ผมจึงเรียนท่านละครับว่าถ้าท่านเห็นว่าร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้มีอํานาจมากเกินไป แล้วก็เลยธงรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ แล้วจะไม่รับก็ขอว่า ให้เลือกโดยวิธีการโหวตในสภาแห่งนี้ว่าไม่รับ แต่อย่าใช้มติวุฒิสภานะครับ เพราะถ้า ท่านยืนตามมติวุฒิสภาไปปัญหาของมันก็มีปัญหาตามมาว่าข้อกฎหมายมันจะเกิดขึ้นอีก แล้วก็มันจะไม่จบไม่สิ้นครับท่านประธาน ผมก็เท่านี้ครับ ขอบคุณครับ