สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๖ · ๑ กันยายน ๒๕๕๓

ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย หารือเรื่องการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์กรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผล และเสนอแก้ไขกฎหมายเพื่อเพิ่มบทบัญญัติเกี่ยวกับสถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน รวมถึงการจัดตั้งสถาบันนี้ด้วย

นายชลน่าน ศรีแก้ว กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ในหมวด ๖ ที่กรรมาธิการเสียงข้างมากได้เพิ่มเติม ขึ้นมาใหม่นะครับท่านประธาน แล้วมีบทบัญญัติขึ้นมารองรับ ๒ มาตรา คือมาตรา ๕๑/๑ กับมาตรา ๕๑/๒ กระผมขออนุญาตท่านประธานที่จะอภิปรายในเรื่องนี้ และในการ สงวนความเห็นของผมในคราวเดียวกันทั้งหมด ถ้านับเปึนรายมาตรา ท่านประธานครับ ๓๖ มาตรา ที่เปึนความเห็นของผมที่สงวนไว้ ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนที่จะลง รายละเอียดที่ผมสงวนความเห็นเอาไว้ ต้องขออนุญาตใช้สิทธิกรรมาธิการที่จะต้อง ขออนุญาตกราบเรียน ถึงแม้จะเปึนกรรมาธิการเสียงข้างน้อยแต่ก็มีสิทธิ มีเสียง มีส่วนร่วม ในการที่จะเสนอความเห็นในคราวการประชุมคณะกรรมาธิการ ประเด็นที่คณะกรรมาธิการ เพิ่มขึ้นใหม่ในรายละเอียดกรรมาธิการเสียงข้างมากคงจะชี้แจงนะครับ แต่ประเด็น ที่ผมขออนุญาตจะต้องนําเรียนในเรื่องพาดพิงที่เปึนข้อเสียหาย ถ้าผมไม่พูดผมคิดว่า น่าจะมีข้อเสียหายและเข้าใจผิดกันมากขึ้น ต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน ในประเด็นนี้ก่อน เรื่องที่คณะกรรมาธิการได้ใช้รูปแบบขององค์การมหาชนและเสนอ เข้ามาในร่างกฎหมายฉบับนี้ เพื่อให้มีหน่วยงานขึ้นมารองรับที่เราเรียกว่าสถาบันส่งเสริม ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน ซึ่งเปึนที่คาดหวังของ ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงโดยเฉพาะภาคแรงงาน ท่านประธานที่เคารพครับเราต้อง ยอมรับว่าระบบบริหารราชการแผ่นดินของเรามาถึงยุคนี้ มาถึงตอนนี้ก็มีการเปลี่ยนแปลง มีการพัฒนาในเรื่องขององค์กร ในโครงสร้างขององค์กรกันอย่างมากมาย ยุคหนึ่งสมัยหนึ่ง เราพยายามที่จะกระจายอํานาจ พยายามให้ผู้คนที่เขาเกี่ยวข้องโดยตรงเข้ามามีส่วนร่วม และมอบความเปึนอิสระในการบริหารจัดการให้มากที่สุด โดยคํานึงถึงประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ผลกระทบโดยรวมที่เกิดขึ้นที่เปึนภารกิจ หน้าที่ขององค์กรนั้น ๆ ในยุคนั้น ก็พยายามที่จะทําในการที่จะเปลี่ยนรูปแบบจากระบบราชการ ระบบการทํางานที่มีอยู่ กระจัดกระจายออกไป ทางเลือกหนึ่งก็คือเรื่องขององค์การมหาชน ก็มีการตรา พระราชบัญญัติองค์การมหาชนขึ้นมารองรับ องค์การไหนที่จะขอจัดตั้งองค์กร โครงสร้างองค์กรของตัวเองเปึนตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็ไปจัดตั้ง นั่นคือเปึนเรื่องของ การเพิ่มประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ของการทําหน้าที่เพื่อตอบสนองความต้องการของ พี่น้องประชาชน เราต้องแยกกันนะครับท่านประธานว่าผลของการดําเนินตามกฎหมาย กับผลการนําสู่ปฏิบัติ ซึ่งเปึนระบบและคน และผลกระทบที่เกิดขึ้นคงต้องดูในรายละเอียด เราต้องยอมรับอย่างหนึ่งท่านประธานที่เคารพครับ ประเทศไทยเรากฎ กติกา มารยาท ดีหมดครับ เขียนออกมาสวยงาม แต่สิ่งที่เปึนปัญหาในปัจจุบันคือคนเอาไปใช้ คนที่ นําไปใช้ทําให้กติกา กฎหมาย กฎ ระเบียบ ที่เกี่ยวข้องเปึนที่ถูกกล่าวหาว่าเปึนเรื่องที่ไม่ดี ไม่ชอบ แต่โดยข้อเท็จจริงเปึนเรื่องของคนทั้งหมด เช่น การแปลความเรื่องกฎหมาย ที่เกี่ยวเนื่องกับ ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ เหตุการณ์ในปัจจุบันคือเรื่องของผู้ว่า สตง. แปลความในรัฐธรรมนูญที่ค้างเติ่งอยู่ เรื่องเหล่านี้มันเปึนเรื่องที่เราต้องยอมรับ นี่คือ บริบทของสังคมไทย บางอย่างหลักการ วิธีการ กระบวนการ ดีมาก แต่เอามาใช้ใน สังคมไทยไม่ได้ เพราะสังคมไทยคือสังคมไทย สังคมที่นิยมอํานาจ สังคมที่นิยมระบบ อุปถัมภ์ ระบบเกื้อกูล ยากครับที่จะเปลี่ยนแปลง เพราะฉะนั้นเรื่องของการปฏิรูปองค์กร ไม่ว่าจะเปึนองค์การมหาชนก็ดี หน่วยงานกํากับของรัฐก็ดี มักจะมีข้อครหาค่อนข้างมาก เพราะฉะนั้นประเด็นที่คณะกรรมาธิการเสนอเรื่ององค์การมหาชน ผมต้องกราบเรียนว่า มันเปึนไปตามบทบัญญัติของกฎหมาย ส่วนจะดีจะเลวนั้นก็ขึ้นกับการนําสู่การปฏิบัติ ถามว่ามีความเปึนไปได้ไหม ผมเองนะครับ ถ้าสภาแห่งนี้ไม่เอาตามที่ผมสงวนความเห็นไว้ ผมก็ยังชื่นชอบที่กรรมาธิการเสียงข้างมากเสนอเข้ามา เพราะทางเลือกที่มีอยู่ขณะนี้ถ้าไม่เอาตามกรรมาธิการเสียงข้างมากก็ไม่เกิดสถาบันขึ้น ไม่ก่อเกิดสถาบันที่เปึนความต้องการของพี่น้องผู้ใช้แรงงาน ไม่ก่อเกิดขึ้นแน่นอน ก็ตัดทิ้งไป ส่วนของผมจะเสนออย่างไร ผมจะกราบเรียนท่านประธานครับ

ท่านประธานที่เคารพครับ การเปึนองค์การมหาชนจุดมุ่งหมายสําคัญที่สุด มันเปึนหน่วยงานของรัฐแน่นอนที่มีความเปึนอิสระในการบริหารจัดการ มิได้หมายความว่า เปึนองค์กรอิสระอยู่ภายใต้การกํากับ มีการตรวจสอบ มีระบบควบคุม แต่อาศัย การมีส่วนร่วมของคนเข้ามาทํางาน หลายองค์การประสบความสําเร็จครับ แล้วเปึน แบบอย่างที่ดี ผมยกตัวอย่างโรงพยาบาลบ้านแพ้วอยู่ใกล้ ๆ จังหวัดสมุทรสาคร เปึนตัวอย่างที่ดีมาก แต่ตัวอย่างที่ดีนั้นถูกเก็บดองไว้เลยครับ ไปไหนไม่ได้ ขยับขยาย ไม่ได้เลย เพราะว่าบริบทประเทศไทยยังไม่ยอมรับ ผมใช้คําว่าบริบทประเทศไทยยังไม่เอา ไม่พร้อม ไม่เอา ไม่พร้อมนี่สาเหตุเกิดจากอะไร ผมไม่พูดแต่ผมโทษประเทศไทยนั่นละ อันนี้คือตัวอย่างสามารถจะบริการให้พี่น้องประชาชนในขอบเขตของเขาที่รองรับ สามารถขยายพื้นฐานลงไปดูแลสุขภาพได้อย่างดี ไม่มีข้อร้องเรียน คนกรุงเทพมหานคร ต้องไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลบ้านแพ้ว โรงพยาบาลเต็มในกรุงเทพฯ แต่ต้องไป ตรวจที่โรงพยาบาลบ้านแพ้ว อันนี้ผมยกตัวอย่างองค์การมหาชนที่ดี ท่านประธาน ที่เคารพครับ ด้วยความที่ผมเห็นในข้อจํากัดของการเขียนกฎหมายตามที่กรรมาธิการ เสียงข้างมากเขียนไว้ในหมวด ๖/๑ และเขียนบทบัญญัติมาตรา ๕๑/๑ กับมาตรา ๕๑/๒ รองรับ มันอาจจะเปึนข้อจํากัดที่การไปตราที่จะไปทําให้เกิดองค์การมหาชนจัดตั้ง ตามพระราชบัญญัติองค์การมหาชน ซึ่งใช้เวลาอย่างน้อย ๒-๓ ป้ ผมเชื่อว่ามันไม่ทันกาล กับการที่จะตอบสนองความต้องการของผู้ใช้แรงงานในเรื่องความปลอดภัย เรื่องของ สุขภาพอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน ผมก็เลยไม่เห็นด้วยกับกรรมาธิการ เสียงข้างมากว่าไม่ควรเขียนอย่างนี้ การเขียนอย่างนี้ถามว่าจะไปขัดหรือแย้งกับ พ.ร.บ. องค์การมหาชนหรือไม่ ในกรรมาธิการที่เปึนกฤษฎีกาคงตอบได้ดีกว่าผมแน่นอนครับ แต่ว่าสถานะศักดิ์ศรีของกฎหมายและพระราชบัญญัติไม่มีศักดิ์ศรีที่ด้อยกว่ากันถ้าเขียน ในพระราชบัญญัติใดที่ผิดแผกแตกต่างไปจากตัวเดิมก็ถือว่าใช้ได้ เขาก็เปึนพระราชบัญญัติ ออกโดยรัฐสภาของเรา ทรงลงพระปรมาภิไธยขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่ผมอยากจะให้เกิดขึ้นในกฎหมายฉบับนี้คือ สถาบัน ส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน ที่ปรากฏอยู่ ในตัวกฎหมายฉบับนี้เลย ผมก็เลยเสนอแก้ไขที่เปึนความเห็นของผม เพิ่มหมวด ๖/๑ เอาไว้ คือเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการเพิ่มหมวด ๖/๑ ที่เปึนหัวข้อเห็นด้วย แต่ผมเพิ่ม หมวด ๖/๑/๑ ว่าด้วยการจัดตั้ง วัตถุประสงค์ และอํานาจหน้าที่ของสถาบันเอาไว้ และมีมาตราที่เพิ่มเติมมาตั้งแต่มาตรา ๕๑/๑ ถึงมาตรา ๕๑/๔ ต้องขออภัยท่านประธาน เอกสารที่เจ้าหน้าที่จัดพิมพ์อาจจะมีความเข้าใจผิด แล้วผมเองอาจจะให้ข้อมูลผิด เพราะเขียนเปึนมาตรา ๕๑/๓ เปึนต้นไป จริง ๆ คือมาตรา ๕๑/๑ ครับ มาตรา ๕๑/๑ ถึงมาตรา ๕๑/๔ เปึนเรื่องที่ว่าด้วยการจัดตั้งวัตถุประสงค์และอํานาจหน้าที่ของสถาบัน ในหมวด ๖/๑ หมวด ๖/๒ เปึนเรื่องของทุนรายได้และทรัพย์สินของสถาบัน มีมาตรา ที่เกี่ยวข้องอยู่ตั้งแต่มาตรา ๕๑/๕ ถึงมาตรา ๕๑/๙ ในหมวด ๖/๑/๓ ว่าด้วยการบริหาร และการดําเนินการกิจการของสถาบัน มีมาตราที่เกี่ยวข้องตั้งแต่มาตรา ๕๑/๑๐ ไปจนถึง มาตรา ๒๖ หมวดที่ ๖/๑/๔ ที่ว่าด้วยเรื่องของการประสานการปฏิบัติการก็ไล่เรียง ไปตั้งแต่มาตรา ๒๗ หมวดที่ ๖/๑/๕ ว่าด้วยผู้ปฏิบัติงานของสถาบัน ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าไล่ตั้งแต่มาตรา ๒๘ ถึงมาตรา ๓๑ นั่นคือ มาตรา ๕๑/๒๘ กับมาตรา ๕๑/๓๑ หมวด ๖/๑/๖ ที่ว่าด้วยเรื่องของการบัญชี การตรวจสอบ และการประมวลผล ของสถาบันมีบทมาตราที่รองรับตั้งแต่มาตรา ๕๑/๓๒ ไปจนถึงมาตรา ๕๑/๓๕ แล้วก็ หมวดสุดท้าย หมวด ๖/๑/๗ มีมาตรา ๓๖ รองรับ หมวด ๖/๑/๗ ว่าด้วยการกํากับดูแล ท่านประธานครับ นี่คือสถาบันที่จะจัดตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน ผมนํามาเขียนไว้ในกฎหมายทั้งหมดเลย เพื่อให้มี ผลบังคับใช้หลังจากที่เขียนไว้ในมาตราที่เกี่ยวเนื่องกับการบังคับใช้ให้มีผลตั้งแต่วันถัดจาก วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเปึนต้นไป กระผมเองจะไม่ไล่เรียงในรายละเอียดเปึนมาตรา ที่ผมว่าครับ เพราะว่ามันยาวมาก ตั้งแต่มาตรา ๕๑/๑ ไปจนถึงมาตราที่ผมเรียนคือ มาตรา ๕๑/๓๖ ๓๐ กว่ามาตราครับ ความเกี่ยวเนื่องเกี่ยวข้องผมก็ไปสอบถามเจ้าหน้าที่ ในรายละเอียดว่า ถ้าเราเขียนกฎหมายเสมือนกับที่กรรมาธิการเสียงข้างมากเขียนเนื้อหา รายละเอียดในการจัดตั้งองค์การมหาชนที่เปึนเรื่องของสถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานจะมีเนื้อหาสาระอย่างไร ท่านประธานครับ เนื้อหาสาระคือที่ผมเอามาใส่ทั้งหมดนั่นละครับ ที่เขาร่างมา เขาก็เตรียมร่างไว้ที่จะเปึน องค์การมหาชน เนื้อหาสาระมีทั้ง ๗ หมวดนี้ละครับ ว่าตั้งแต่วัตถุประสงค์ไปจนถึงการจัดตั้ง การควบคุม กํากับ ดูแล การปฏิบัติการ ทั้งหมด ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าสมมุติ เสียงข้างมากเองยังยืนยันว่าการจัดตั้งสถาบันขึ้นมาตามมาตรา ๖๑/๑ โดยอาศัยบทบัญญัติ มาตรา ๕๑/๑ กับมาตรา ๕๑/๒ รองรับ สามารถดําเนินการได้ ถ้าสภาแห่งนี้ไม่เห็นกับผม เห็นแก่เสียงข้างมาก ผมก็ยอมรับได้ทั้ง ๒ ฝ์าย แต่ผมก็ยังสงวนสิทธิที่จะขอให้ ท่านสมาชิกได้ให้ความเห็น ได้ลงคะแนนให้ด้วยว่าจะเห็นกับการใช้อีก ๓๖ มาตรารองรับ ความเปึนสถาบันที่ผมเสนอและสงวนความเห็นไว้หรือไม่ รายละเอียดก็มีอยู่ในเอกสารรายงาน การประชุม ท่านประธานที่เคารพครับ ผมกราบเรียนท่านประธานเปึนประการสุดท้ายครับ ประเด็นเรื่องข้อกฎหมาย ประเด็นของสิ่งที่เขียนเปึนลายลักษณ์อักษร ย้ําด้วยความเคารพ ท่านประธานครับ การนําสู่การปฏิบัติอย่าได้โทษกฎหมายครับ เพราะว่ากฎหมายแห่งนี้ ตราโดยรัฐสภาภายใต้พระปรมาภิไธยขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถ้าใคร เอากฎหมายไปใช้ในการแสวงหาผลประโยชน์ แสวงหาสิ่งที่ไม่ชอบธรรม ต้องว่าคนนั้น ต้องจัดการกับคนนั้น เพราะเราต้องยอมรับว่านี่คือข้อด้อยของกฎหมายไทย เปึนลายลักษณ์อักษร และแปลความ และการแปลความแน่นอนครับย่อมแสวงหาผลประโยชน์เข้ากับตัวเอง เปึนหลัก ไม่มีใครมาแปลความเข้าข้างคนอื่นครับ นั่นก็คือนิสัยแล้วก็สิ่งที่เปึนคนไทย ถ้าพวกเราเปึนอย่างนี้กันสิ่งที่เกิดขึ้นแม้ว่าจะเขียนให้เลิศเลออย่างไรมันไม่มีทางนําสู่ ปฏิบัติได้ มีสักกี่คนท่านประธานที่ใส่หมวกกันน็อก มีอีกสักกี่คนที่เราออกกฎหมาย ไปรัดเข็มขัด มีสักกี่คนครับที่โทรศัพท์อยู่ขณะที่ขับรถ เต็มไปหมด นี่คืออะไรครับ ผมว่า ถึงเวลาเหมือนกันครับบางครั้งการตรากฎหมายกับการบังคับใช้กฎหมาย ถ้าคนตรา ทําอีกอย่าง คนบังคับใช้ไปอีกอย่าง ผมว่าอย่าได้เสียเวลาและอย่าได้เสียงบประมาณ ของประเทศชาติบ้านเมืองในการที่จะใช้สภาแห่งนี้เปึนการทําลายงบประมาณแผ่นดิน ผมว่าตรงนั้นน่าจะดีกว่าครับ ให้มันสอดคล้องกันและนําสู่ปฏิบัติได้ กราบเรียน ท่านประธานครับ สงวนสิทธิที่จะให้สมาชิกได้โหวตเพื่อดูในสิ่งที่ผมสงวนความเห็นเอาไว้ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ