สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๖ · ๑ กันยายน ๒๕๕๓

วัชระ เพชรทอง หารือเรื่องการจัดตั้งสถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน เป็นวิธีการที่เหมาะสมกว่าการจัดตั้งเป็นองค์การมหาชน เนื่องจากองค์การมหาชนที่มีอยู่ในขณะนี้มีความล้มเหลวและสร้างภาระให้กับประเทศ

นายวัชระ เพชรทอง กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมขออนุญาตอภิปรายในมาตรา ๕๑/๑ ที่ให้มีสถาบัน ส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน เปึนองค์การมหาชน การที่จะให้สถาบันแห่งนี้เปึนองค์การมหาชนนั้น ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพว่า แม้ว่าการตั้งสถาบันดังกล่าวนี้จะเปึนประโยชน์อย่างยิ่งต่อบรรดาผู้ใช้แรงงาน บรรดาพี่น้องกรรมกร ชนชั้นกรรมาชีพทั้งประเทศ แต่ผมไม่เห็นด้วยครับท่านประธาน ที่จะจัดตั้งเปึนองค์การมหาชน เนื่องด้วยเพราะว่าผมมีเหตุผลที่อยากจะกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการให้ได้รับทราบว่าองค์การมหาชนเกิดขึ้นครั้งแรก ในสมัยรัฐบาลไหนท่านก็คงจําได้ และจากสภาพปัจจุบันจากการที่ผมนั้นได้ไปเปึน อนุกรรมาธิการในการพิจารณาปรับลดงบประมาณของสภาผู้แทนราษฎร ผมได้เห็นถึง ความล้มเหลว ความเหลวแหลก และความเน่าเฟะ ขององค์การมหาชน ซึ่งกําลังทํานา บนหลังพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าคณะกรรมาธิการ แน่ใจแล้วหรือที่จะให้สถาบันแห่งนี้นั้นเปึนองค์การมหาชน เพราะว่าอะไรท่านประธานครับ ถ้าเปึนองค์การมหาชน ผู้บริหารเงินเดือนเท่าไร ผู้บริหารองค์การมหาชนนั้นเงินเดือน ๓๐๐,๐๐๐ บาทต่อเดือน ท่านประธานครับ มากกว่าท่านนายกรัฐมนตรี มากกว่าท่านประธานศาลฎีกา และที่สําคัญ มากกว่าท่านประธานรัฐสภา ชัย ชิดชอบ เสียอีก ท่านประธานครับ การทํางานองค์การ มหาชนที่ตั้ง ๆ ขึ้นมาอย่างดอกเห็ดนั้น ปรากฏว่าล้มเหลวเปึนอันมาก ล้มเหลวจริง ๆ ครับ เงินเดือนเดือนละ ๓๐๐,๐๐๐ บาท ไม่นับค่าตอบแทนอีกเดือนละไม่น้อยกว่า ๕๐,๐๐๐ บาท คือเฉลี่ยแล้วผู้บริหารได้ไม่ต่ํากว่าเดือนละ ๓๕๐,๐๐๐ บาท ท่านประธานที่เคารพครับ เปึนเรื่องจําเปึนหรือครับ เพราะการจัดตั้งองค์การมหาชนนั้นรัฐบาลจะต้องไปหา เงินภาษีอากรของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศเปึนจํานวนมากมายมหาศาลมาอุดหนุน จุนเจือองค์การมหาชนที่มีอยู่จํานวนนับสิบองค์กรในขณะนี้ และกําลังจะเพิ่มขึ้นอีก ๑ องค์กรจากพระราชบัญญัติฉบับนี้ ท่านประธานครับ การที่จําเปึนต้องจ้างคนที่มีความรู้ ความสามารถพิเศษ และมีความขาดแคลนมาเปึนผู้บริหารองค์การมหาชนนั้น ถามว่า ตามพระราชบัญญัติที่กําลังจะจัดตั้งขึ้นนี้มีความจําเปึนแล้วหรือ เพราะเรื่องนี้เปึนเรื่อง ของสังคม เปึนปัญหาของสังคม ปัญหาความปลอดภัยในอาชีวอนามัย ความปลอดภัย ของพี่น้องผู้ใช้แรงงาน ไม่มีความจําเปึนที่จะต้องหาผู้บริหารที่มีความเชี่ยวชาญมากกว่านี้ เลยครับท่านประธาน เพราะคนที่มีความรู้ความสามารถนั้นในกระทรวงแรงงานมีอยู่ เต็มไปหมด หรือบรรดาผู้นําสหภาพแรงงาน หรือผู้ใช้แรงงานอาวุโส ก็มีอยู่เปึนจํานวนมาก ท่านประธานครับ ในขณะนี้สภาผู้แทนราษฎรกําลังพิจารณากฎหมายฉบับนี้ ซึ่งไม่แน่ว่า อาจจะสร้างภาระทางงบประมาณให้กับรัฐบาลในอนาคตอีกก็เปึนได้ ผมอยากจะ กราบเรียนท่านประธานว่าผมอยากจะยกตัวอย่างให้ท่านประธานเห็นว่า องค์การมหาชน ที่ผ่านมานั้นมีความล้มเหลวอย่างไร ยกตัวอย่างเช่น ถ้าท่านประธานจําได้บัตรอีลิท การ์ด (Elite card) หรือที่สื่อมวลชนเขาเรียกว่าบัตรอีเดียด การ์ด (Idiot card) ท่านประธานครับ เปึนอย่างไรครับ ตั้งเปัาไว้จํานวนมากมายมหาศาล ตั้งเปัาว่าจะหาสมาชิกให้ได้ ๑,๐๐๐,๐๐๐ คน ต่อมาเหลือ ๑๐๐,๐๐๐ คน ต่อมาได้กี่พันคนครับ แล้วเปึนหนี้ เปึนภาระที่รัฐบาลต้องหาเงินไปชดเชยเปึนจํานวนกี่พันล้านบาท นี่คือตัวอย่างหนึ่ง ขององค์การมหาชนที่ล้มเหลว หรือยกตัวอย่างเช่นองค์การมหาชนที่ทําเรื่องเศรษฐกิจ เพื่อนบ้าน เปึนอย่างไรครับท่านประธาน เอาเงินไปให้ประเทศกัมพูชาสร้างถนนแล้ว เปึนอย่างไร เขมรก็สนองคุณประเทศไทยอยู่ในขณะนี้ ท่านประธานครับ ทั้งหลายทั้งปวง ที่ผมยกตัวอย่างอย่างน้อย ๒ องค์กร เห็นชัดเจนว่าองค์การมหาชนนั้นได้สร้างภาระให้กับ ประเทศ แม้กระทั่ง ประทานโทษ ผมขอยกคําพูดของท่านผู้อํานวยการสํานักงบประมาณ ท่านปัจจุบัน ซึ่งท่านได้เข้าไปชี้แจงในคณะอนุกรรมาธิการการพิจารณาปรับลดงบประมาณ ของการอบรม สัมมนา การเดินทางไปดูงานต่างประเทศ ซึ่งมีท่าน ส.ส. รังสิมา รอดรัศมี เปึนประธาน ท่านผู้อํานวยการสํานักงบประมาณท่านกล่าวเลยครับว่าองค์การมหาชนนี้ ละครับที่กําลังสร้างภาระทางงบประมาณอย่างใหญ่หลวง และได้สร้างภาระให้กับ ประเทศชาติของเรา ท่านยกตัวอย่างเปึนภาษาอังกฤษ ผมก็ไม่อาจที่จะยกตัวอย่าง ในที่นี้ได้เนื่องจากสภาแห่งนี้ห้ามพูดภาษาอังกฤษ แต่ท่านประธานครับ ผมอยากจะกราบเรียนว่า องค์การมหาชนนี้ละครับที่กําลังสร้างภาระทางงบประมาณให้กับประเทศชาติอยู่ในขณะนี้ ทั้งเงินเดือน ค่าตอบแทน ซึ่งสูงถึง ๓๕๐,๐๐๐ บาทต่อ ๑ ท่าน และมิหนําซ้ํายังไม่นับ ค่าที่ปรึกษาซึ่งตั้งมาในแต่ละป้จํานวนนับหลายสิบล้านบาทคือสรุปแล้วถ้าเปึนองค์การมหาชน ผู้บริหารก็จะมีเงินเดือนมากกว่าปลัดกระทรวง มากกว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นการที่คณะกรรมาธิการจะตั้งเปึนองค์การมหาชนนั้น โดยส่วนตัวของกระผมแล้วผมไม่เห็นด้วยอย่างสิ้นเชิง เพราะจะเปึนการสร้างภาระงบประมาณผูกพันให้กับประเทศชาติในภายภาคหน้า แล้วที่ผ่านมาองค์การมหาชนแทบจะเรียกได้ว่าส่วนใหญ่นั้นได้สร้างภาระทางงบประมาณ ให้กับรัฐบาล แล้วผมอยากกราบเรียนอีกว่ารวมทั้งการตั้งงบประมาณใช้จ่ายในแต่ละป้นั้น องค์การมหาชนบางแห่งท่านประธานครับ ตั้งงบประมาณสําหรับจ่ายค่าพิมพ์แผ่นปลิว ใบละถึง ๑๑๕ บาท ผมเคยติงในที่ประชุมคณะอนุกรรมาธิการว่าถ้าท่านจะแจกเอกสาร แผ่นปลิวใบละ ๑๑๕ บาทนั้นท่านไม่ต้องไปพิมพ์เลยครับ ท่านนําแบงก์ใบละ ๑๐๐ บาท เอามาแจกหน้างาน แล้วคนจะเข้าดูงานมากกว่าท่านแจกแผ่นปลิวใบละ ๑๑๕ บาท และการตั้งงบประมาณถึงใบละ ๑๑๕ บาทนั้นก็ชี้ชัดให้เห็นว่าการตั้งงบประมาณ ขององค์การมหาชนนั้นเปึนไปด้วยความไม่รอบคอบ ท่านประธานครับ โดยสรุป ผมขออนุญาตท้วงติงเพื่อกราบเรียนท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการเพื่อที่จะให้ พิจารณาในเรื่องนี้อย่างรอบคอบ แล้วผมก็ต้องขออนุญาตแสดงจุดยืนและผมไม่เห็นด้วย กับมาตรานี้ ขอบคุณครับ