มานิตย์ ชี้ชัดอำนาจเป็นของปวงชนฯ ไม่ใช่คณะรัฐประหาร-กลุ่มกบฏ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๖ · ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓

มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ อภิปรายเรื่องการใช้ภาษาไทย ภาษาราชการ และภาษากฎหมายในการอภิปราย โดยชี้แจงความหมายของคําศัพท์สำคัญ เช่น ประชาธิปไตย การปฏิวัติ รัฐประหาร และโจรกบฏ เพื่อเน้นย้ำว่าอำนาจเป็นของปวงชนชาวไทยตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายอาญา ไม่ใช่ของคณะรัฐประหารหรือกลุ่มกบฏ

นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน กลุ่มที่ ๖ กรุงเทพมหานคร จังหวัดนนทบุรี จังหวัดสมุทรปราการ ท่านประธานครับ ก่อนอื่นผมต้อง กราบเรียนท่านประธานว่า ถ้อยคําต่าง ๆ ที่ผมจะใช้อภิปรายในครั้งนี้ผมจะใช้ถ้อยคําที่ เป็ นภาษาไทย แล้วก็ที่เป็ นภาษาราชการ และเป็ นภาษากฎหมาย เพราะว่า เรากําลังพิจารณากฎหมายกัน ผมจะไม่ใช้ภาษาท้องถิ่นหรือภาษาชาวบ้านมาอภิปราย ท่านประธานครับ ภาษาราชการกับภาษากฎหมายคืออะไร ต้องกราบเรียนท่านประธาน แล้วก็กราบเรียนท่านบรรดาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของเรา แล้วก็รวมไปถึง พี่น้องประชาชนที่เขากําลังรับฟังอยู่ข้างนอกด้วย เพื่อจะได้ไม่เกิดความสับสน ภาษาราชการนั้นเป็นภาษาที่ทางราชการได้กําหนดขึ้นไว้เพื่อให้คนไทยทั้งประเทศ ได้ใช้เป็นภาษาเดียวกัน โดยมีองค์กรของรัฐที่ชื่อว่าราชบัณฑิตยสถานเป็นผู้มีอํานาจและ หน้าที่ในการกําหนดคําศัพท์และคํานิยามศัพท์ ทั้งนี้ ภายใต้บังคับพระราชบัญญัติ ราชบัณฑิตยสถาน ดังนั้นถ้อยคําที่เป็นคําศัพท์และเป็นคํานิยามศัพท์ที่ราชบัณฑิตยสถาน ได้บัญญัติไว้โดยอาศัยกฎหมายดังกล่าว จึงเป็นคําศัพท์และคํานิยามศัพท์ที่คนไทย ทุกคนต้องปฏิบัติตามและถือความหมายตามนั้น โดยเฉพาะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และบรรดาหน่วยงานของรัฐ ข้าราชการทั้งหลายต้องปฏิบัติตาม ทั้งนี้ เพื่อให้การทํางาน ในสภาก็ดี การบริหารราชการแผ่นดินก็ดี การศึกษาเล่าเรียนในสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ได้ใช้ภาษาเดียวกัน หนังสือที่เป็นหนังสือตําราภาษาไทยแห่งชาติ ที่ผมกล่าวถึงก็คือ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน ท่านประธานครับ ก็ขอเข้าเรื่องนิดหนึ่ง ในมาตรา ๑๐ ผมเห็นด้วยทุกประการเลย คําศัพท์ที่อยู่ในมาตรานี้มีหลายคํา คําแรกเลยครับ ท่านประธาน คําว่า ระบอบประชาธิปไตย ถ้าเราไม่รู้จัก เราไม่รู้คํานิยามความหมาย ของคําว่า ประชาธิปไตย คืออะไร เราก็จะไม่สามารถทํางานในสภาได้ เราก็ไม่สามารถจะไปเคลื่อนไหวอะไรต่าง ๆ ต่อต้าน องค์กรของรัฐ รัฐบาล หรือแม้แต่สภานี้เพื่อให้ปฏิบัติหน้าที่ได้ถูกต้องชอบธรรม ตามกฎหมาย มิใช่ตามกฎโจร ท่านประธานครับ ผมไม่ได้บัญญัติคําศัพท์เอง ต้องขออนุญาต เปิ ดคําศัพท์แล้วก็อ่านให้ท่านประธานฟัง เพราะเดี๋ยวจะหาว่าผมยกเมฆ คําว่า ประชาธิปไตย ผมก็ค้นมานะครับ ประชาธิปไตย หมายความถึง ระบอบการปกครอง ที่ถือมติปวงชนเป็นใหญ่หรือการถือเสียงข้างมากเป็นใหญ่ เห็นไหมครับ เพราะฉะนั้น มติต้องเป็นมติของปวงชนชาวไทยนั่นหมายความถึงคนไทยทั้งประเทศ มิใช่มติของ พวกสมุนโจรที่ถูกตั้งเข้ามาไม่ถึงร้อยคนหรือร้อยกว่าคนแล้วก็เอามานั่งเขียนหนังสือ เอามานั่งอภิปราย เอามานั่งโต้แย้งกันในสถานที่นี้ แล้วก็ไปบอกว่านั่นเป็นกฎหมาย เป็นรัฐธรรมนูญด้วย ซึ่งไม่ใช่ เพราะว่าอํานาจอธิปไตยนั้นเป็นของปวงชนชาวไทย มิใช่เป็นของ คณะปฏิวัติ มิใช่เป็นของคณะรัฐประหาร คณะปฏิวัติหรือคณะรัฐประหารนี้เป็นคําศัพท์ ภาษาราชการที่โดยแท้จริงแล้วไปต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญของประชาชนคือรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ มาตรา ๖๓ ว่า ห้ามมิให้ได้อํานาจของรัฐมาโดยวิธีอื่นนอกจากตามรัฐธรรมนูญนี้ เห็นไหมครับ แล้วนอกจากนั้นยังมีประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๓ บัญญัติไว้ โดยชัดเจนอีกด้วยว่า การปฏิวัติ ถ้าเปิดคําศัพท์ก็แปลว่า การเปลี่ยนแปลงการปกครอง ซึ่งในที่นี้ก็หมายความถึงการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขเป็นการปกครองแบบเผด็จการทหาร หรือที่เวลานี้ ใช้คําศัพท์ได้หรูดีว่า อํามาตยาธิปไตย เห็นไหมครับอํานาจอธิปไตยเปลี่ยนจากปวงชน ชาวไทยเป็ นของคณะปฏิวัติ เป็ นของสมุนของคณะปฏิวัติ เพราะฉะนั้นการทํา การปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครองก็ดี การยึดอํานาจคือรัฐประหาร คําว่า รัฐประหาร แปลว่า เข้ายึดอํานาจจากรัฐบาลแล้วเปลี่ยนแปลงรัฐบาลโดยพลัน ทั้ง ๒ คําศัพท์นี้ไปตรง กับลักษณะของการกระทําที่กฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๓ บัญญัติไว้ว่า เป็นความผิดฐาน เป็นกบฏ เป็นกฎหมายอาญา เป็นความผิดทางอาญา บัญญัติโทษไว้หนักถึงเรียกว่า อุกฉกรรจ์ มหันตโทษ คือประหารชีวิต เพราะฉะนั้นใครก็ตามที่ได้กระทําการปฏิวัติ รัฐประหาร หรือยึดอํานาจการปกครอง อันนี้เป็ นคําศัพท์ที่พูดหลายคําศัพท์ แต่ว่ามีความหมายเดียวกันคือการเป็นกบฏ ต้องเข้าใจนะครับ ถ้ารู้ว่าเป็นกบฏก็เป็นโจร กบฏคงไม่ใช่หลวงพ่อ คงไม่ใช่หลวงพี่ หรือคุณพ่อ ในกฎหมายอาญาบัญญัติไว้ว่า เป็นการกระทําความผิดทางอาญา ที่ผมใช้คําว่า โจรและโจรกบฏ นั้นก็มีที่มา เพราะว่า ในคําศัพท์อีกละครับว่าคําว่า โจร ก็คือ ผู้ที่กระทําความผิดทางอาญา มีสรรพนาม ที่ใช้แทนชื่อคนกระทําความผิดทางอาญา ๓ ชื่อ ๑. โจร ๒. อาชญากร ๓. ผู้ร้าย เห็นไหม ท่านประธาน คนเป็นกบฏก็เป็นโจร ถ้ารวมกันกับลักษณะของความผิดก็เป็นโจรกบฏ นี่คือที่มาของโจรกบฏ ผมไม่ได้ตั้งคําศัพท์นี้ขึ้นเอง ผมใช้ตามหลักภาษาไทยที่บัญญัติไว้ ในหนังสือตําราภาษาไทยแห่งชาติทั้งนั้น ดังนั้นถ้าเราเทียบกันว่าอะไรเป็นกฎหมาย หรือไม่เป็ นกฎหมาย อะไรเป็ นรัฐธรรมนูญหรือไม่เป็ นรัฐธรรมนูญ เห็นไหมครับ ทีนี้เรื่องยาวแล้วครับ ถ้าหากว่าเราจะทําการปฏิรูปกฎหมายกันโดยที่เราไม่ทราบว่าคําว่า กฎหมาย แปลว่า อะไร คําว่า รัฐธรรมนูญ แปลว่าอะไร แล้วเราจะปฏิรูปอะไรกัน ก็กราบเรียนนะครับว่า รัฐธรรมนูญนั้นความจริงถ้าเราไม่เรียกว่ารัฐธรรมนูญ ภาษาที่ชาวบ้านเข้าใจง่าย ๆ ก็คือ กฎหมายสูงสุดที่ใช้ในการปกครองประเทศ นั่นหมายความว่า บทบัญญัติ หรือกฎ หรือข้อบังคับที่จะเรียกว่ารัฐธรรมนูญได้จะต้องเป็นกฎหมายเสียก่อน เมื่อเป็นกฎหมายแล้ว ในข้อความนั้นเป็นกฎหมายสูงสุดจึงจะไปเรียกว่ารัฐธรรมนูญ ดังนั้นถ้าเราไม่รู้ว่า กฎหมายคืออะไร ใครเขียนก็ได้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขียนก็ได้ รัฐสภาบัญญัติก็ได้ เรียกว่า กฎหมาย โจรกบฏปล้นอํานาจเขามา ปล้นอํานาจอธิปไตย ท่านประธานครับ ท่านประธานคงจะไม่เคยคิดนะครับ การปล้นอํานาจอธิปไตยคือการยึดอํานาจ เป็นการยึดอํานาจของพระมหากษัตริย์และของปวงชนชาวไทยร่วมกันนะครับ เพราะว่า ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขนั้น อํานาจอธิปไตยเป็นของ ปวงชนชาวไทย พระมหากษัตริย์ก็ถือว่าเป็นหนึ่งในปวงชนชาวไทย ดังนั้นผู้ใดที่ยึดอํานาจ การปกครองแผ่นดิน ยึดอํานาจการปกครองประเทศ ผู้นั้นถือว่าปล้นอํานาจอธิปไตย ของพระเจ้าอยู่หัวหรือพระมหากษัตริย์ แล้วก็ของปวงชนชาวไทยไปพร้อมกัน แล้วเรา จะให้คนเหล่านี้มาทําหน้าที่บัญญัติกฎหมายอีกหรือครับ คําศัพท์อีกคําหนึ่งที่ใช้กันเกร่อ ผมไปเปิดเท่าไร ๆ ก็ไม่เจอครับท่านประธาน รัฏฐาธิปัตย์ แล้วก็บอกว่าคนที่เป็นกบฏ ปล้นอธิปไตยฆ่าคนตายด้วย เอาทรัพย์สินเงินทองของในท้องพระคลังเอาไปใช้ ในการยึดอํานาจ ในการปฏิวัติ ในการเป็นกบฏ คนนั้นได้รัฏฐาธิปัตย์ เมื่อได้รัฏฐาธิปัตย์ ก็มีสิทธิที่จะเขียนกฎหมายสูงสุดแล้วก็ไปเรียกว่า รัฐธรรมนูญ ด้วย บ้านนี้เมืองนี้จะเอากัน อย่างนั้นหรือครับ ถ้าถืออย่างนั้นนี่จะเป็นการสนับสนุนให้มีคนก่อการเป็นกบฏ ให้มีคนที่ อยากได้อํานาจอธิปไตยก็ตั้งแก๊ง ตั้งก๊วนขึ้น แล้วก็ไปทําการยึดอํานาจ ถ้ายึดอํานาจปั๊บ ได้คําว่า รัฏฐาธิปัตย์ นี้เอาไป แล้วก็มีอํานาจเท่ากับรัฐสภานี้ แล้วเราจะมีสภานี้ไว้ทําอะไร ท่านประธานครับ มาตรา ๓๐๙ ของรัฐธรรมนูญโจรนี่ ที่ผมเรียกว่า รัฐธรรมนูญโจร เพราะอะไรครับ ท่านประธานครับ ข้อ ๑ ที่มาของรัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ นี้มาจาก การปฏิวัติ รัฐประหาร การยึดอํานาจ ซึ่งประมวลกฎหมายอาญาถือว่าเป็นกบฏ ก็ต้อง ถือว่าที่มาของรัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ นี้มาจากโจรกบฏ ข้อความที่บัญญัติไว้แล้วอ่าน ได้ชัดเจนเลยว่ามันไม่ใช่รัฐธรรมนูญ แต่เป็นกฎโจรคือมาตรา ๓๐๙ ท่านประธานครับ ผมคงไม่ต้องไปเอามาอ่านรายละเอียดในมาตรา ๓๐๙ อีก ผมขออนุญาตสรุปเลยว่า ข้อความในมาตรา ๓๐๙ นั้นบอกไว้เลยว่า นั่นหมายความว่ามันมีมาตรา ๓๗ ของรัฐธรรมนูญโจรชั่วคราว คือรัฐธรรมนูญโจร ๒๕๔๙ ฉบับชั่วคราว มาตรา ๓๗ บัญญัติไว้ชัดเจนเลยครับว่า การยึดอํานาจก็ไม่ผิด การปฏิวัติก็ไม่ผิด การรัฐประหาร ก็ไม่ผิด การปล้นเงินก็ไม่ผิด ถ้าใครต่อสู้ฆ่าตายก็ไม่ผิด ผู้ที่ช่วยเหลือก็ไม่ผิด ที่ทําแล้วไปไม่ผิด ที่ร้ำยกาจที่สุดที่มันเป็ นโจรที่สุดก็คือว่าที่จะทําต่อไปอีก ที่จะยึดอํานาจของ พระมหากษัตริย์และของปวงชนชาวไทยต่อไปอีก ที่จะเอาเงินทองในท้องพระคลังไปใช้ รวมทั้งที่กู้เอามา เมื่อกู้เอามาเป็นของปวงชนชาวไทยแล้วพวกมันก็จะเอาไปใช้อีกก็ไม่ผิด แล้วอย่างนี้เรียกว่ากฎหมายหรือกฎโจรล่ะครับท่านประธาน อย่างไรก็ตามผมอยาก กราบเรียนท่านประธานว่า อํานาจในการชี้ขาดตัดสินว่ากฎใด ข้อบังคับใดจะเป็น กฎหมายหรือไม่ เป็นรัฐธรรมนูญหรือไม่นั้น บัดนี้มันมาถึงทางตันแล้วท่านประธาน เราจะต้องคืนอํานาจในการชี้ขาดตัดสินว่ากฎไหน เป็นกฎโจร กฎไหนเป็นกฎหมาย อะไรเป็นรัฐธรรมนูญ อะไรเป็ นโจรรัฐธรรมนูญ ต้องคืน อํานาจนั้นให้กับปวงชนชาวไทยซึ่งเขาเป็ นเจ้าของอํานาจอธิปไตยทั้ง ๓ อํานาจ นี่แหละจึงจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด หวังว่าท่านประธานคงเข้าใจ การทํางานกฎหมายนั้น ต้องถือภาษาที่บัญญัติไว้ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานอย่างเคร่งครัด ผมอยากจะเติมเสียด้วยซํ้าไปท่านประธานแต่ผมเติมไม่ทัน