จุมพฏ บุญใหญ่ แสดงความกังวลเกี่ยวกับมาตรา 8 ในร่างกฎหมายปฏิรูปที่จะทำให้บุคคลที่มีความผิดปกติทางจิตสามารถเป็นกรรมการปฏิรูปได้ จึงหารือเรื่องการเปลี่ยนแปลงมาตรา 8/1 เพื่อให้กรรมการต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม และเรียกร้องให้เพิ่มคุณสมบัติและลดลักษณะต้องห้ามในการเลือกกรรมการ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการเพิ่มบทลงโทษให้ถูกต้องตามกฎหมายอาญา และขอให้เพิ่มบทลงโทษสำหรับผู้สนับสนุนการปฏิวัติ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม จุมพฏ บุญใหญ่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด สกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ถ้ากระผมไม่พูดในวันนี้ ถ้าปล่อยไป ตามร่างเกรงว่าจะมีบุคคลวิกลจริตมาเป็นกรรมการปฏิรูปกฎหมายครับ ท่านประธานครับ มาตรา ๘ เป็นมาตราที่ว่าด้วยคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของคนที่จะมาเป็น กรรมการปฏิรูปกฎหมาย ตามร่างเดิมนะครับ ตามร่างเดิมใน (๘) บอกว่า ผู้ที่จะมาเป็น กรรมการปฏิรูปกฎหมายต้องไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ กรรมาธิการได้แก้ไข ท่านกรรมาธิการดูนะครับอาจจะผิดพลาดที่เทคนิคหรือเปล่า ไม่ทราบนะครับ แล้วท่านก็ขีดฆ่า (๘) นี้แล้วก็เอาไปเขียนไว้ใหม่เสียใน (๕) ท่านฆ่าทิ้ง หมดเลย คําว่า ไม่เคยถูกไล่ออก ท่านฆ่าทิ้ง แล้วท่านก็เอาคําว่า เป็นบุคคลวิกลจริตหรือ จิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ ไปบัญญัติไว้ใน (๕) ผมเรียนถามท่านกรรมาธิการว่า ท่านต้องการให้คนวิกลจริตจิตฟั่นเฟือนมาเป็นกรรมการหรืออย่างไร ท่านประธานครับ คําว่า คุณสมบัติ คือเป็นสิ่งที่ต้องมี คําว่า ลักษณะต้องห้าม คือเป็นสิ่งที่ต้องไม่มี ถ้าใครมี ลักษณะต้องห้ามเป็นกรรมการไม่ได้ ตามร่างเดิมท่านเขียนไว้ในมาตรา ๘ ประธานของ ประโยคท่านบอกว่า กรรมการต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้ รวมทั้งหมด ๑๒ วงเล็บ ท่านมาบัญญัติรวมกัน ท่านประธานที่เคารพครับ กรรมาธิการ ได้แก้ไขโดยแยกลักษณะต้องห้ามมาไว้ในมาตรา ๘/๑ คือบัญญัติเพิ่มขึ้นใหม่ จริง ๆ แล้ว ไม่ใหม่ครับ เป็นการแยกมาตราเดียวออกมาเป็น ๒ มาตรา ท่านประธานที่เคารพ ถ้าผมอ่านอย่างนี้แล้วผมขอเรียนถามกรรมาธิการนะครับว่า (๑) มีสัญชาติไทย (๒) อายุไม่ตํ่ากว่าสามสิบห้าปี เข้าใจได้ง่าย ๆ ครับว่านี่คือคุณสมบัติต้องมี ถ้าใครไม่มี สัญชาติไทยแล้วเป็ นกรรมการไม่ได้ ถ้าต่อไปท่านเปลี่ยนสัญชาติ แปลงสัญชาติ ท่านเสียสัญชาติไทย ท่านก็ขาดคุณสมบัติ ท่านก็เป็นกรรมการต่อไปไม่ได้ ทีนี้ใน (๓) ไปจนถึง (๑๐) ท่านประธานครับ ใช้คําว่า ไม่ นําหน้าทั้งหมดเลย แต่ (๕) ไม่มี คําว่า ไม่ ครับ จริง ๆ แล้วต้องเพิ่มคําว่า ไม่ หรือเปล่า ไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือ จิตฟั่นเฟือนหรือเปล่า ท่านประธานครับ ตรงนี้นะครับ ถ้าเติมคํานี้จะทําให้สมบูรณ์หรือไม่ นี่ประการที่ ๑ ที่เรียนถามกรรมาธิการนะครับ อาจจะเป็นข้อบกพร่องเล็กน้อยนะครับ
ประการที่ ๒ ท่านประธานที่เคารพ ผมเห็นว่าถ้าเราจะบัญญัติแยก ลักษณะต้องห้ามออกมาไว้ในมาตรา ๘/๑ แล้ว หมายความว่าไม่เป็น ส.ส. ส.ว. เหล่านี้ ไม่เป็นผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ไม่เป็น กกต. ใน (๑) (๒) (๓) ของมาตรา ๘/๑ ท่านประธานครับ ทําไมเราไม่ขีดฆ่าประธานของประโยคในมาตรา ๘ ที่บอกว่า กรรมการ ต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้ คือขีดคําว่า และไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้ ออกเสีย โดยให้ (๑) ถึง (๑๐) ของมาตรา ๘ เป็นคุณสมบัติ แล้วก็เพิ่มคําว่า ไม่ เข้าไปใน (๕) เป็น กรรมการต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ (๕) ไม่เป็นบุคคลวิกลจริต นี่เป็นเทคนิคนะครับ ท่านประธาน ทีนี้ผมอยากจะแสดงความคิดเห็นอีกนิดหนึ่งเกี่ยวกับคุณสมบัติและ สิ่งต้องห้าม ดู (๓) (๘) (๙) เปรียบเทียบกันนะครับท่านประธาน (๓) นั้นคือคนที่เคย เคยนะครับ เคยถูกไล่ออก ปลดออก เพราะการทุจริตต่อหน้าที่ ไม่ว่าท่านจะถูกไล่ออกนั้น มานานกี่ปีแล้วก็ตาม ขาดคุณสมบัติชั่วนิจนิรันดร์ ไม่สามารถเป็นกรรมการได้นะครับ (๙) เขียนไว้ว่า ถ้าเคยต้องคําพิพากษาจําคุก ๒ ปีขึ้นไป ถ้าพ้นโทษมาเกิน ๕ ปี มีคุณสมบัติ เป็นกรรมการได้ ผมกราบเรียนอย่างนี้ครับ คนที่ทุจริตจนถูกไล่ออกจากราชการนั้นหมด สิทธิในการเป็ นกรรมการ ถูกต้องครับ มีพฤติกรรมในการทุจริต แต่ถ้าคนที่ ต้องคําพิพากษา ถ้าต้องคําพิพากษาในตําแหน่ง การทุจริตต่อตําแหน่งหน้าที่ราชการก็ดี ไม่ว่าจะเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติโดยมิชอบ หรือเป็นฝ่ายยุติธรรม เป็นศาล เป็นอัยการก็ดี ถ้าโดนคดีเหล่านี้ หรือประชาชนคนธรรมดากระทําความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ตามประมวล กฎหมายอาญาในลักษณะ ๑๒ แม้จะพ้นโทษมาแล้วกี่ปีก็ตาม ถือว่ามีพฤติกรรมในการทุจริต ควรบัญญัติห้ามไหมนะ มิฉะนั้นตรงนี้ก็จะเป็นการเลือกปฏิบัติหรือเปล่า ถ้าต้องหาคดี ฉ้อโกง ยักยอก ลักทรัพย์ หรือทุจริตในหน้าที่ราชการ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าใน (๙) น่าจะเขียนไว้ว่า ถ้าคดีที่ท่านต้องโทษจําคุกนั้นเป็นคดีที่เกี่ยวกับพฤติกรรมการทุจริต ไม่ว่าท่านจะพ้นโทษมาแล้วกี่ปีก็ตามไม่ควรเข้ามาเป็นกรรมการปฏิรูปกฎหมาย จะดีไหมครับ
ประการสุดท้าย ท่านประธานที่เคารพ ผมเห็นด้วยกับกรรมาธิการ เสียงข้างมากในการเพิ่ม (๑๐) ท่านประธานครับ เมื่อกี้ท่านประธานคณะกรรมาธิการ วิสามัญชี้แจงว่า แล้วเราจะวินิจฉัยอย่างไรล่ะว่าใครร่วมหรือไม่ร่วม ไม่มีกฎหมายบัญญัติไว้ มีท่านประธาน ประมวลกฎหมายอาญาลักษณะบททั่วไปที่ว่าด้วยตัวการและผู้สนับสนุน ท่านประธานครับ ผู้ใดสนับสนุนหรือร่วมกระทําความผิด กฎหมายอาญาเขียนไว้ชัดครับ ในการกระทําการปฏิวัติยึดอํานาจ ผมเห็นด้วยและผมยังเห็นด้วยว่าควรจะเพิ่ม เพิ่มอย่างนี้ครับ เพื่อให้ถ้อยคําชัดเจนนะครับ (๑๐) ไม่เป็นบุคคลซึ่งกระทําการ ใส่คําว่า เคย เข้าไปสิครับ ไม่เป็นบุคคลซึ่งเคยกระทําการหรือร่วมกระทําการในการยึดอํานาจ การปกครองประเทศ และควรจะใส่ ผู้สนับสนุน ด้วยไหมครับท่านประธาน ผมเห็นด้วย ผู้สนับสนุนนี่ครับควรที่จะมีความผิดด้วยเหมือนกฎหมายอาญา ถ้าท่านประธานจะฆ่าคน ผมเอาปื นให้ท่านประธานให้ท่านยิงนี่ ผมเป็นผู้สนับสนุนท่าน ผมมีความผิดด้วย ในขณะเดียวกันถ้ามีการปฏิวัติยึดอํานาจ คนที่ไปเป็นร่างกฎหมาย ร่างรัฐธรรมนูญให้กับ คณะปฏิวัตินั่นแหละครับ ไม่ควรมาเป็นกรรมการยกร่างหรือปฏิรูปกฎหมาย ผมขอให้ กรรมาธิการเสียงข้างมากเพิ่มคําว่า เคย เข้าไปครับ เพราะฉะนั้นเมื่อท่านเคยเสียแล้วนี่ ไม่ว่าท่านจะทํา ณ ปีใด ท่านไม่ควรมายกร่างในการปฏิรูปกฎหมาย เพราะจะทําให้ กฎหมายนั้นบิดเบี้ยวเนื่องจากจิตวิญญาณของผู้ยกร่างนั้นได้บิดเบี้ยวไปแล้ว ขอบคุณครับท่านประธานครับ