ประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย หารือเรื่องการปฏิรูปกฎหมาย โดยตั้งคำถามว่ากฎหมายที่มีอยู่นั้นยังทันสมัยหรือไม่ และต้องการให้คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายที่จะจัดตั้งขึ้นมีการวางโครงสร้างที่ทำงานเป็นเวลาปกติ เวลาราชการ เพื่อให้สามารถแก้ไขและปฏิรูปกฎหมายได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการทำงานของสตรีและบุรุษ โดยไม่จำเป็นต้องกำหนดข้อจำกัดเกี่ยวกับประเภทของงานหรือวันทำงาน
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมก็นั่งฟังอยู่แล้วก็รู้สึกเป็นห่วง พอเห็นว่าจะมีการตั้งคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย ก็นั่งฟังท่านผู้อภิปรายทุกท่าน แล้วก็นั่งคิดว่าในช่วงเวลาที่มีประสบการณ์อยู่ ๘ ปีมานี้ เราออกกฎหมายแต่ละฉบับ แต่ละเรื่อง แต่ละด้านใช้เวลาเท่าไร กฎหมายบางฉบับสู้กันมาเป็น ๑๐ ปีกว่าจะรอดมาได้ ใช้คนมีความรู้ ความสามารถก็มากเหลือเกิน อย่างเช่น กรณีกฎหมายว่าด้วย เรื่องของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กฎหมายพวกนี้ก็ใช้คนที่มีความรู้เยอะมาก เพราะต้องต่อสู้กัน ก็ใช้เวลา ๘ ปี อย่างนี้ทําให้รู้สึกเป็นห่วง นั่นประเด็นหนึ่ง อีกประเด็นหนึ่ง มีการพูดถึงเรื่องของกฎหมายที่มันมีความล้าสมัยมากเหลือเกิน และจะต้องแก้ไข วันนี้ก็ดีใจที่ว่าจะมีการตั้งคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย ผมเองพอมาคิดตรงนี้แล้วนี่ แล้วรับฟังหลายท่าน ในมาตรา ๖ ที่จะมีการแก้มีอยู่ ๓ ประเด็น ๓ จุด ผมเองเห็นด้วย ใน ๒ จุด คือในประเด็นเรื่องที่บอกว่าตัดคําว่า ไม่ต้องคํานึงถึงสตรี การมีส่วนร่วมของ ทั้งหญิงและชายตรงนี้ ตรงนี้ก็เห็นด้วย เพราะถ้าเขียนลงไปแล้วมันจะล็อก วันนี้กระผม เข้าใจว่าอัยการหรือผู้พิพากษาที่เป็ นสตรีวันนี้มีมากขึ้นเรื่อย ๆ ครับ ผมเองก็ไป ขึ้นศาลหลาย ๆ ครั้ง เพราะฉะนั้นในเรื่องของความรู้ ความสามารถตรงนี้การจะมาดูแล กฎหมายนี่ผมเข้าใจว่าไม่มีข้อขีดจํากัดที่จะไปแบ่งว่าจะเป็นหญิงหรือเป็นชาย ขอให้วันนี้ มีความรู้ ความสามารถก็แล้วกัน จะผู้หญิงมากกว่าหรือจะผู้ชายมากกว่าก็ได้ไม่เป็นไร ส่วนในข้อที่เห็นด้วยข้อหนึ่งก็คือที่ตัดคําว่า ต้องทํางานเต็มเวลา กราบเรียนตรง ๆ ว่า อยากจะเห็นคณะกรรมการปฏิรูปคณะนี้ทํางานเต็มเวลาเลยครับ ถ้าทํางานเต็มเวลาแล้ว ดูกฎหมายที่มันมีเยอะมากนี่ท่านจะใช้เวลากี่ปีในการที่จะปฏิรูปกฎหมายหรือแก้ให้มัน กลับเป็นกฎหมายที่ทันต่อเหตุการณ์ปัจจุบัน ทันต่อในโลกของโลกาภิวัตน์ ภายในเวลา ๓ ปี คณะกรรมการชุดนี้จะแก้ได้หมดไหม หรือว่าตั้งขึ้นมาคณะกรรมการคณะหนึ่งให้มี อายุอยู่ได้ ๔ ปี แต่ก็อยู่ไปก็ผ่านไปอีกคณะหนึ่งเป็น ๘ ปี ผ่านไปอีกคณะหนึ่งเป็น ๑๒ ปี ผ่านไปอีก ๒๐ ปี มันจะปฏิรูปมันจะแก้กฎหมายที่คั่งค้าง กฎหมายที่มันไม่ทันสมัย ต่อปัจจุบันนี้จะแก้ได้ทันไหม นี่คือสิ่งที่ผมเห็น เพราะฉะนั้นถ้าเป็ นอย่างนี้แล้ว คณะกรรมการจําเป็นที่จะต้องมีการวางโครงสร้างที่ทํางานเป็นเวลาปกติ เวลาราชการ ถ้าไม่อย่างนั้นแล้วทํางานไม่ทันแน่ แล้วหลังจากนั้นก็มาดูนะครับ ในประเด็นที่ ๑ ที่ผม เห็นด้วยกับร่างเดิมที่ท่านประธานเสนอ ผมว่า ๗ คนไม่พอหรอกครับ ๑๑ คนนี่ ผมก็ว่า ยังไม่พอเลย แต่ว่าถ้ามากเกินไปก็ลําบาก แต่ว่าผมกลับมาดูในมาตรา ๑๕ ที่ท่านบอกว่า กรรมการสามารถที่จะตั้งคณะกรรมการหรืออนุกรรมการขึ้นมาช่วยงานได้ อย่างนี้ก็เป็น ทางออกทางหนึ่ง แต่ว่าพอดูมาตรานี้แล้วมาดูมาตรา ๑๘ ให้คณะกรรมการมีอํานาจหน้าที่ให้มาตั้ง ๙ ข้อ มีคณะกรรมการยืนอยู่ ๗ ท่าน ซึ่งต้องยืนเป็ นหลัก ถ้าเผื่อผมคิดตามตัวเลข ทางคณิตศาสตร์ไม่ต้องคิดมากเลย ท่านแบ่งไปดูแลคนละหน้าที่คนละข้อและ ไปตั้งคณะกรรมการดูแลแต่ละอย่างผมว่างานมันก็มากอยู่แล้ว เพราะใน ๙ ข้อ ถ้ามีคณะกรรมการรวม ๗ คน ผมก็ว่าไม่พอแน่ เพราะฉะนั้นนี่ก็มาถึงที่มาว่าต้อง กราบขอโทษเลยว่า ผมเห็นด้วยกับการยึดร่างเดิมที่ควรมีประธาน ๑ ท่าน รองประธาน ๑ ท่าน และกรรมการอีก ๙ ท่าน รวมเป็ น ๑๑ ท่าน เพราะสําคัญที่สุดก็คือเนื้อหา อย่างที่ผมกราบเรียนว่า เนื้อหาของกฎหมายเยอะแยะมาก เนื้อหานี้ทั้งแผ่นดิน จากอดีตจนถึงปัจจุบันและจะก้าวลํ้าไปในอนาคต กระผมถามว่าวันนี้เอาแค่ เรื่องของกฎหมายด้านของไอที (IT) ท่านจะมีคนมีความรู้ความเข้าใจเรื่องไอทีที่ยืนเป็น คณะกรรมการมาตรฐานได้สักกี่ท่าน หรือจะไปพูดเรื่องนาโนเทคโนโลยี (Nano technology) เรื่องของวิทยาศาสตร์แล้ว หรือไปพูดเรื่องไบโอ เทคโนโลยี (Bio technology) นี่ก็มี ตัวอย่างที่เกิดขึ้นมาแล้วก็ไปจับคุณยายเช็ง อายุ ๗๐ กว่าปีแล้ว ก็ไปบอกว่านํ้ามหาบําบัด มันมีปัญหา กฎหมายที่ออกมาผมถามว่าวันนี้ อย. จับเขาไป กฎหมายของ อย. เขียนไว้ เป็นยาปัจจุบัน แต่ท่านรู้ว่าเขาบอกไบโอเทคโนโลยีจะเป็นศาสตร์หนึ่งที่สร้างเงินทองมหาศาล ในโลกปัจจุบันเลย แต่ก็ไปมองตรงนี้ เพราะฉะนั้นกฎหมายต่าง ๆ เหล่านี้ผมถามจริง ๆ ว่า มันสอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงหรือเปล่า นี่คือเนื้อหา นี่ผมยกมาเรื่องเดียวในเรื่อง ของวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีเท่ากับว่าตายแล้ว หรือเรื่องของจีที ๒๐๐ (GT200) หรืออะไร อัลฟา ๖ (Alpha6) อะไรนี่ คือผมก็ไม่ทราบว่าลักษณะอย่างนั้นการกําหนดคุณสมบัติต่าง ๆ และกฎหมายที่ปล่อยให้มีการจัดซื้อต่าง ๆ ตรงนั้นได้ การกําหนดราคาต่าง ๆ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ถามว่าคณะกรรมการที่ท่านตั้งขึ้นมา ๗ ท่าน จะกระจายตัว ๗ ท่านแล้วจะมี องค์ความรู้มากพอที่จะควบคุมระบบกฎหมายได้ทั้งหมดหรือเปล่า หรือว่า ๒๐ กระทรวง วันนี้การบริหารราชการแผ่นดินเราแบ่งเป็น ๒๐ กระทรวง แล้วก็ยังมีหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ เยอะแยะมากมาย ซึ่งใช้องค์ความรู้เยอะแยะมากเลย กฎหมายต่าง ๆ ที่จะเข้าไปควบคุม หรือว่ามีการปฏิรูปพัฒนาให้มันไล่ตามกันทัน ผมถามว่าภายในระยะ ๑๐ ปีจะแก้มันได้ หมดหรือเปล่า นี่คือเหตุผลทั้งหลายที่ผมต้องขออนุญาตกราบเรียน ถึงต้องมาสนับสนุนว่า ทําไมจึงต้องมีคณะกรรมการ ๑๑ ท่าน ผมขอสนับสนุนให้มีการเพิ่มคณะกรรมการด้วย เป็น ๑๑ ท่าน อย่าไปใช้เลย ๗ ท่าน เพราะความหลากหลายของเนื้อหาของกฎหมาย จากอดีตถึงปัจจุบันไปในอนาคต เพราะว่าความรู้ความสามารถของแต่ละท่านผมว่าต้องใช้ คนมีความรู้ความสามารถมากเลยวันนี้เราใช้ทั้งสภาเลย ๔๘๐ คน ใช้วุฒิสภาอีก ที่ผ่านมา ก็ใช้อย่างนี้ตลอด กฎหมายร่างไปยังมีข้อบกพร่องเลย หรือยังมีจุดอ่อนไม่ทันต่อ สถานการณ์ เพราะฉะนั้นนี่คือเหตุผลทั้งหมด ผมขอกราบเรียนสรุปว่า ในประเด็นที่มี การตั้งคณะกรรมการผมขอเป็น ๑๑ ท่าน เหมือนกับร่างเดิม เหมือนกับที่ท่านประธาน ได้สงวนไว้นะครับ
ส่วนในกรณีของการที่ต้องเขียนว่าต้องเป็นสตรี เป็ นบุรุษ ผมคิดว่า ไม่จําเป็น วันนี้หญิงและชายมีสิทธิเท่ากันและมีความรู้ความสามารถ ส่วนในประเด็นที่บอก ว่าต้องทํางานเต็มเวลาต้องกําหนดกี่คน ไม่หรอกครับ ท่านต้องทํางาน บางโครงสร้าง การบริหารการจัดการมีระบบเลยครับ ท่านต้องทํางานเต็มเวลาเอาวันจันทร์ถึงวันศุกร์ ส่วนจะพักวันเสาร์ วันอาทิตย์ ๒ วันก็ไม่เป็นไร แต่ทํางานเต็มเวลาครับ เป็นกิจจะลักษณะ เลยครับ ขอบพระคุณมากครับ