ชลน่าน ศรีแก้ว ระบุว่า กฎหมายฉบับนี้มีข้อผิดพลาดในเรื่องของการบริหารจัดการและการกํากับดูแล และขอให้บันทึกสิ่งที่เขาได้พูดไว้ไว้ในประวัติสภา
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว กรรมาธิการเสียงข้างน้อย ท่านประธานครับ ผมเองคงสู้ เสียงข้างมากไม่ได้ แต่ว่าอยากจะกราบเรียนในเรื่องของความเชื่อมโยงเรื่องของ การบริหารจัดการ การกํากับและดูแล การดําเนินการความหมายดูเหมือนใกล้กัน คล้ายกัน แต่จริง ๆ ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน ผมยกตัวอย่างว่าในกฎหมายฉบับนี้ เส้นทางงบประมาณเราเขียนไว้ชัดเจนในมาตราหลัง ๆ สภามหาวิทยาลัยเป็ นผู้ที่จะจัดทําคําของบประมาณผ่านไปยังผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานคร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเสนอสภาครับ อันนี้เป็นเรื่องปกติเลย นั่นคือกรอบอํานาจหน้าที่การทํางานของท้องถิ่นซึ่งมีกฎหมายของตัวเองรองรับ ข้อบัญญัติงบประมาณทุกอย่างของกรุงเทพมหานครก็ต้องผ่านสภากรุงเทพมหานคร กฎหมายฉบับนี้มีข้อดีเสนอกรุงเทพมหานครเอง ของบประมาณกรุงเทพมหานครเองได้ด้วย และสามารถของบประมาณจากรัฐบาลได้ด้วย ก็ต้องผ่าน แต่ว่าของบประมาณจาก รัฐบาลไม่ได้ผ่านสภากรุงเทพมหานครนะครับ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเสนอรัฐมนตรี เข้าสู่คณะรัฐมนตรี อันนั้นคือแนวทางของการดําเนินการ ซึ่งถามว่าแนวทาง การดําเนินการตรงนั้นเป็นเรื่องการกํากับและดูแลหรือไม่ ไม่ใช่ครับ คนละเรื่องกันครับ กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ ผมเองเพียงแต่อยากจะยืนยันเจตนารมณ์ ของผมเอง ผมไม่ได้วิตกกังวลใด ๆ ทั้งสิ้นนะครับ แต่เป็นห่วงว่าการเขียนกฎหมายที่มี ลักษณะซํ้าซ้อน ด้วยความหวังดีของเรากลับไปสร้างภาระให้องค์กรเขามันไม่ได้เกิด ประโยชน์อะไรขึ้นมา คําถามผมถามท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ผมถามตลอดเวลาว่าแล้วใครคือคู่ขัดแย้ง ที่เขียนในมาตรา ๕๒ ใครเป็นคู่ขัดแย้ง คู่ขัดแย้งชัดเจนครับ สภามหาวิทยาลัยเป็ นผู้กํากับ ผู้กํากับคือผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานครครับ เมื่อมีข้อขัดแย้งแล้วเราอนุญาตให้เขียนในกฎหมายว่า ให้คู่ขัดแย้ง คู่ขัดแย้งเป็ นผู้ตัดสินด้วยตัวเองหรือครับ ผมยกตัวอย่าง ผู้ใหญ่บ้านทะเลาะกัน ผมเป็ นกํานัน ถ้าโดยทั่วไปเราก็เขียนให้ผู้ใหญ่บ้านหาข้อยุติโดยส่งมาให้กํานัน เป็นผู้วินิจฉัยหาข้อยุติจบไป ถ้าไม่จบก็ส่งนายอําเภอ เพราะนายอําเภอเป็นผู้กํากับ ดูแล ปกครองด้วย แต่ถ้าเราจะเขียนบอกว่าถ้ามีข้อขัดแย้งแล้วให้ผู้ใหญ่บ้านไปหาพรรคพวก มาอีกสี่ห้าหมู่บ้านเป็นเสียงข้างมากมานําเสนอหาข้อยุติร่วมกัน ถ้าได้ข้อยุติเป็นอันจบไป อย่างนี้หรือครับกฎหมาย ผมเปรียบเทียบเป็นตรรกะเลยนะครับ มันก็ไม่ชอบ ผมต้อง ขออภัยท่านประธานที่กล่าวอาจจะบอกว่าผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครอาจจะมีอิทธิพล เหนือสภา สภาอาจจะมีอิทธิพลเหนือผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งเกิดขึ้นได้ครับ ทางใดทางหนึ่งนั้น ๆ สภาไม่เป็นไปกับผู้ว่าราชการจังหวัดก็ได้ครับ ถ้าสภาไม่เป็นไป กับผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมีข้อขัดแย้งกับ สภามหาวิทยาลัยนะครับ สภากรุงเทพมหานครไม่เป็ นเหมือนผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานครเสนอ เรื่องไปไหนครับ สภาไม่เอาด้วย ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ก็ต้องส่งรัฐมนตรีอยู่ดีครับ คือสุดท้ายก็ต้องส่งรัฐมนตรี ท่านเอาเรื่องเขาไปดองไว้ ๒ เดือน ข้อขัดแย้งที่เกิดขึ้นแก้ไม่ได้ มีประโยชน์หรือครับ ผมก็ถามกลับอย่างนี้ ไม่ใช่ว่างานที่จะไปกอง ที่รัฐมนตรีผู้ส่งสารกับคณะรัฐมนตรี ถ้าเป็นเรื่องด่วนเขาก็ต้องตัดสิน เพราะเราเขียนว่า เป็นความเสียหายที่จะมีผลกระทบต่อส่วนรวม แล้วเรื่องเหล่านี้ผมคิดว่าปีหนึ่งเกิด ไม่กี่ครั้งหรอกครับ เกิดไม่กี่ครั้ง ไม่ใช่ผมไม่เคารพเรื่องของความเป็นประชาธิปไตย เรื่องของสภากรุงเทพมหานคร แต่บทบาทการกํากับและดูแลกรุงเทพมหานครเอง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเป็นผู้กํากับและดูแล สภามหาวิทยาลัยกํากับมหาวิทยาลัย คนที่กํากับกรุงเทพมหานครคือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้กํากับนะครับ ไม่ใช่ผู้ปกครอง ไม่ใช่ผู้ควบคุม ไม่ใช่ผู้บังคับบัญชา กฎหมายเขียนไว้อย่างนั้นชัดเจน เพราะฉะนั้นต้องเป็นไปตามลําดับชั้นอย่างนั้น เราก็ให้อํานาจผู้ว่าราชการเอง ในฐานะ เป็นคู่ขัดแย้งเขาต้องทําหน้าที่ตรงนี้เสนอรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง เสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา หาข้อยุติ กระผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพนะครับ ถ้าเพื่อนสมาชิกเห็นตาม คณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ผมไม่ได้ติดใจ อย่างไรผมยกมือแพ้ แต่ขอให้บันทึกในสภา แห่งนี้นะครับ ถ้ำมีกฎหมายของมหาวิทยาลัยภายใต้ กํากับของท้ องถิ่น เข้ามาอีกจะได้เป็นประวัติเขียนไว้ แล้วถ้านําสู่การปฏิบัติมันมีปัญหาใด ๆ เราจะได้ มาช่วยกันแก้ไขในโอกาสครั้งต่อไป เพื่อเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน กราบขอบคุณ ผมยืนยัน ผมขอให้โหวตครับ