วัชรพล โตมรศักดิ์ เสนอการเปลี่ยนแปลงงบประมาณการศึกษาระดับพื้นฐาน โดยเฉพาะในจังหวัดนครราชสีมา โดยจะใช้สิทธิในการอภิปรายเพื่อเสนอความตั้งใจของเขา และเรียกร้องให้รัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการทำสัญญากับกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้ท้องถิ่นที่มีรายได้มากช่วยสนับสนุนการศึกษาในพื้นที่ของตน
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายวัชรพล โตมรศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต ๑ พรรครวมชาติพัฒนา ผมได้ขอแปรญัตติงบประมาณในมาตรา ๒๒ ในส่วนของ กระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งเปึนเงินงบประมาณทั้งสิ้น ๓๘๘,๐๐๐ กว่าล้านบาท ถือว่า เปึนกระทรวงที่ได้รับงบประมาณมากที่สุดกว่าทุกกระทรวง เหตุผลในการที่ผมขอแปรญัตติ งบประมาณในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการนั้น ด้วยเจตนาที่อยากจะใช้สิทธิในการอภิปราย เพื่อนําเสนอความตั้งใจจริงของตัวกระผมเองครับ ในฐานะที่ตัวเองนั้นเคยอยู่ในแวดวง ของการศึกษา และโดยเฉพาะอย่างยิ่งผมเคยเปึนนักการเมืองท้องถิ่นและเคยเปึน กปจ. ซึ่งต่อจากนั้นมาได้มีการเปลี่ยนแปลงฐานะเปึน อ.ก.ค.ศ. แล้วก็เคยเปึนประธานคณะกรรมการ สถานศึกษาขั้นพื้นฐานของสถานศึกษา ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผมมีเวลาเพียงน้อยนิด ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านประธานคณะกรรมาธิการ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ วันนี้ถึงเวลาแล้ว แล้วก็เปึนเวลาที่จะต้องรีบดําเนินการโดยเร่งด่วนเกี่ยวกับเรื่องของงบประมาณ ท่านประธานทราบไหมครับว่า ถ้าผมจะพูดแบบเจาะลึกว่าเหตุผลในการแปรญัตติ งบประมาณ สิ่งที่ผมมีความตั้งใจที่สุดก็คือว่าทําอย่างไรรัฐบาลถึงจะให้ความสนใจ กับการศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของการศึกษาระดับขั้นพื้นฐานหรือ สพฐ. ผมอยากจะกราบเรียนว่าวันนี้โรงเรียนในชนบทหลายต่อหลายแห่ง ผมกล้าพูดได้ว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายท่านคงทราบดี เขาจะมีส้วมสักหลังหนึ่งหรือจะมี คอมพิวเตอร์สักเครื่องหนึ่ง หรือจะมีการดําเนินการหาครูมาจ้างสอนได้สักคนหนึ่ง เขาต้องทอดผ้าป์า ผมเคยเปึน กปจ. มาก่อน และวันนี้เองครับในป้งบประมาณที่ผ่านมา ในจังหวัดนครราชสีมาของผมเอง ได้รับงบสนับสนุนจากการดําเนินการในเรื่องของ การจัดสรรงบประมาณได้อาคารเพียงหลังเดียว นี่คือสิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนว่า เหตุผลในการแปรญัตติงบประมาณของผมว่าทําอย่างไรที่เราจะแก้ไขปัญหาสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ได้ ผมขออนุญาตได้กราบเรียนท่านเหลือเวลาอีกเพียงนาทีเดียวว่าผมอยากจะกราบขอร้องไป ทางท่านประธานและทางรัฐมนตรีว่าเปึนไปได้ไหมครับ ที่ท่านจะปฏิรูปการศึกษานั้น ให้ท่านปฏิรูปงบประมาณก่อน ปฏิรูปงบประมาณอย่างไรครับ ประเด็นสําคัญที่สุดวันนี้ ในส่วนของ สพฐ. ซึ่งมีงบประมาณจํานวน ๒๔๑,๐๐๐ ล้านบาท หลายคนคงคิดว่าเยอะ แต่ถ้าเปึนอัตราส่วนของงบประมาณแล้ว ๗๑ เปอร์เซ็นต์นั้นเปึนงบดําเนินการ มีงบลงทุนเพียง ๓.๑๔ เปอร์เซ็นต์ ถ้าอย่างนี้ก็เปรียบเสมือนว่าโรงเรียนที่อยู่ในชนบท ซึ่งขณะนี้นักเรียน หลายคนพากันแห่เข้ามาเรียนในเมือง เขาไม่อยากเรียนหรอกครับโรงเรียนในชนบท อาคารเรียนก็แทบจะเรียนไม่ได้ ครูก็ไม่เพียงพอ ครูบางคนจะต้องสอนคนหนึ่งหลาย ๆ ชั้น บางครั้ง สพฐ. หรือบางครั้งเขตการศึกษาให้ไปอบรมบ้าง มีกิจกรรมบ้าง บางครั้งก็ต้องทํา วิทยฐานะ ไม่มีเวลาที่จะสอนเด็ก เพราะฉะนั้นเด็กเหล่านั้นไม่มีโอกาสนะครับ ฉะนั้น ในการดําเนินการเช่นนี้ควรจะมีการดําเนินการปรับลดเงินของบางกระทรวง แล้วเพิ่มให้กับ สพฐ. แบบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เต็ม เพื่อที่จะพัฒนาการศึกษาระดับรากหญ้า ถ้าไม่อย่างนั้นแล้วแย่ครับ เพราะนักเรียนที่ไปเรียนในระดับมัธยมศึกษา ท่านทราบไหมในจังหวัดนครราชสีมาของผม เด็กที่เรียนจากในชนบทพอไปเรียนในเมืองระดับมัธยมศึกษาไม่สามารถเรียนหนังสือได้ เพราะความแตกต่างเด็กบางคนไม่เข้าชั้นเรียน เหตุผลก็เพราะว่าเขาอยู่ในการศึกษา ที่อยู่ในฐานรากที่เดินทางมาในทางที่ผิด เพราะงบประมาณในการที่จะเพิ่มเติมในครูก็ดี อาคารเรียนก็ดี อุปกรณ์สื่อการเรียนการสอนก็ดี
อีกประเด็นหนึ่งครับท่านประธาน เรื่องสุดท้ายก็คือเรื่องของการกระจาย อํานาจการศึกษา เราต้องยอมรับความจริงว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหลายแห่ง ที่รับโอนถ่ายการศึกษานี่ ยกตัวอย่าง เช่น ในจังหวัดของผมมีอยู่โรงเรียนหนึ่งโอนถ่าย ไปอยู่กับเทศบาลตําบล จากเดิมที่มีนักเรียนเพียงไม่ถึง ๑๐๐ คน วันนี้มีนักเรียน ๘๐๐ กว่าคน มีอาคารเรียนอย่างดีมีครูสอน ๒ ภาษา เพราะฉะนั้นทางรัฐบาลโดยเฉพาะอย่างยิ่ง กระทรวงศึกษาธิการน่าจะทําเอ็มโอยู (MOU) กับกระทรวงมหาดไทยให้ท้องถิ่นไหนที่มีรายได้มาก ช่วยกรุณาเถอะอุดหนุนโดยตรงให้กับการศึกษาในเขตพื้นที่ของเขา ไม่ว่า ๒๐ เปอร์เซ็นต์บ้าง ๓๐ เปอร์เซ็นต์บ้าง วันนี้ถ้าไม่พัฒนาการศึกษาระดับพื้นฐาน ผมว่าแย่ เหตุผลก็เพราะว่า เหมือนกับการก่อสร้างบ้าน ถ้าฐานรากไม่เข้มแข็ง อย่าหวังเลยว่าการศึกษาในระดับ มหาวิทยาลัยนั้นจะไปได้