ทนุศักดิ์ เล็กอุทัย หารือเรื่องการแก้ไขปัญหาวัฒนธรรมการโกงและโรคเรื้อนทางใจที่ทำให้คนไทยไม่รู้สึกเห็นใจกับเพื่อนมนุษย์ที่เจ็บปวด โดยเรียกร้องให้รัฐบาลและกระทรวงวัฒนธรรมรักษาคนป่วยทางใจให้หายโดยเร็ว
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ทนุศักดิ์ เล็กอุทัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุตรดิตถ์ พรรคเพื่อไทย ในมาตรา ๒๐ ผมได้ปรับลดงบประมาณไว้ ๕ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็เตรียมข้อมูลที่จะมา อภิปรายประมาณ ๒๐ นาที แต่เมื่อเวลาให้ ๑๐ นาทีก็คงต้องตัดทอนลงไปนะครับ วิสัยทัศน์และพันธกิจของกระทรวง แน่นอนครับก็จะคล้าย ๆ กับที่ท่าน ส.ส. อภิชาติ การิกาญจน์ ได้พูดไปเมื่อสักครู่ ผมจะไม่เอ่ยถึงแล้วนะครับ ผมจะขอพูดแต่เพียงว่า สาเหตุที่ผมตัดงบประมาณของกระทรวงเพราะผมเสียดาย เสียดายที่กระทรวงวัฒนธรรม ถ่อมตัวเกินไปครับท่านรัฐมนตรีและท่านกรรมาธิการ ทั้งที่มีเรื่องสําคัญที่สุดที่จะต้องทํา ซึ่งตรงกับแนวทางของกระทรวง ความชํานาญของกระทรวง แต่ท่านประเมินตัวเองต่ําเกินไป ท่านไม่อาสาตัว ไม่กล้าหาญที่จะทําเรื่องที่สําคัญ ๆ ท่านประธานที่เคารพ ท่านรัฐมนตรี ท่านกรรมาธิการครับ ถ้าประเทศอยู่ในภาวะปกติ สิ่งที่กระทรวงทําทุกวันหรือที่ผ่านมา ก็ถือว่าดีครับ แต่ถ้าเกิดว่าประเทศอยู่ในภาวะวิกฤติความขัดแย้งอย่างที่เพื่อนสมาชิก ได้พูดกันมา ๒-๓ ท่านนั้น ผมคิดว่ากระทรวงวัฒนธรรมต้องกล้าหาญที่จะเข้ามาแก้ไข ไม่ต้องกลัวครับ สิ่งที่ผมคิดว่าเปึนปัญหาของประเทศในขณะนี้ที่เปึนเรื่องใหญ่ ๆ ร้ายแรง ผมคิดว่ามี ๒ เรื่อง ซึ่งอยากจะให้กระทรวงวัฒนธรรมเข้าไปทํา เรื่องแรกคือวัฒนธรรม ของการโกงครับ วัฒนธรรมการโกง ท่านอาจจะงงว่าวัฒนธรรมมันเปึนเรื่องไม่ดีได้อย่างไร สิ่งที่ปฏิบัติมาเปึนปกติจะเรียกว่าธรรมเนียม ธรรมเนียมเปึนประเพณี ประเพณีก็จะกลายเปึน วัฒนธรรม แต่วัฒนธรรมโดยข้อเท็จจริงนั้นมันจะมี ๒ ด้านครับ คือด้านบวกและด้านลบ สิ่งที่ทําตามกันมาเปึนปกติแล้วก็ทําเปึนเรื่องดีนั้นก็เปึนเรื่องที่ดี แต่ที่ทํากันเปึนปกติแล้วก็ ทํากันต่อเนื่องมาจนกลายเปึนเรื่องร้ายก็ทํากันต่อก็มีครับ เรียกว่าวัฒนธรรมในด้านมืด หรือด้านลบ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ร้ายแรงที่สุดในขณะนี้คือวัฒนธรรมการโกงของประเทศเรา งบประมาณ ๒,๐๗๐,๐๐๐ ล้านบาท สอบถามท่านประธานคณะกรรมาธิการนะครับ ว่ามันจะถึงมือพี่น้องประชาชนกี่บาทครับ ในสภาพที่บ้านเมืองเปึนเช่นนี้ จากการสํารวจ ของสํานักสํารวจต่าง ๆ จะเห็นว่ามีการทุจริตคอร์รัปชันคดโกงทั่วไปหมด ไม่ว่าจะเปึน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ส่วนภูมิภาค ส่วนกลาง หรือในกรุงเทพมหานคร และที่น่าตกใจที่สุด ก็คือว่าผู้ตอบแบบสํารวจไม่ว่าจะเปึนเยาวชนหรือประชาชนบอกว่าโกงก็ไม่เปึนไร ขอให้ ทํางานได้ก็พอ เรื่องอย่างนี้น่าตกใจมาก แม้กระทั่งท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้อ่านบทความนี้ก็ตกใจเช่นเดียวกับพวกเราครับ ผมเองก็ตกใจมากว่าเยาวชนของชาติซึ่งอนาคตจะเปึนกําลังหลักของประเทศคิดอย่างนี้ อีกหน่อยครับมันจะกลายเปึนประเพณีและเปึนวัฒนธรรมที่เลวร้ายของประเทศเรา การปัองกันปราบปรามเปึนเรื่องสําคัญ แต่การสร้างค่านิยม สร้างจิตสํานึก สําคัญมาก ไม่น้อยไปกว่ากัน ประเทศที่เคยมีปัญหาเช่นเดียวกับเราในปัจจุบันนี้แต่เขาก็มีปัญหาในอดีต ยกตัวอย่างเช่น ประเทศฮ่องกง เขามีกระบวนการในการแก้ปัญหาจนวันนี้ประเทศเขา หลุดพ้นพอสมควรแล้ว แต่เรายังไม่ก้าวไปถึงไหน ผมขออนุญาตครับท่านประธาน ที่เคารพ บุคคลเช่นท่านดอกเตอร์ปิวย อึ๊งภากรณ์ ท่านสัญญา ธรรมศักดิ์ หรือแม้กระทั่ง ท่านนายกรัฐมนตรีชวน หลีกภัย ผมว่าเดี๋ยวนี้น้อยคนนักที่จะมีเยาวชนเอาอย่างนะครับ ความซื่อสัตย์สุจริต ความรู้ความสามารถ เหมือนกับเปึนของล้าสมัย ของตกยุค ไม่มีใคร เอาตามครับ เดี๋ยวนี้ไปเอาตามดารา เอาตามคนรวย ซึ่งไม่รู้ว่ารวยโดยเหตุผลอะไร ก็เอาตามกันเอาความสําเร็จที่เห็นในปัจจุบันไม่คํานึงถึงที่มาของงบประมาณของเงินตรงนั้น เพราะฉะนั้นผมใช้เวลาตรงนี้สําหรับข้อแรกเพียงเท่านี้
ข้อที่สอง ผมขออนุญาตอ่านบทความนิดหนึ่งครับ เปึนหนังสือที่เขียน เรียบเรียงโดยคุณทวีศักดิ์ อุชุคตานนท์ เรื่อง เพื่อนงาม ประวัติของท่านติช นัท ฮันห์ หน้านี้เปึนการพูดถึงแม่ชีเทเรซาได้พูดไว้ว่าความสามารถในการรับรู้ความเจ็บปวด ของเพื่อนมนุษย์กับคนที่เปึนโรคเรื้อน สิ่งที่คนป์วยเปึนโรคนี้กลัวที่สุดคือการไม่รู้สึกเจ็บปวด เพราะว่าเมื่อไม่เจ็บปวดส่วนใดแสดงว่าระบบประสาทส่วนนั้นได้ถูกเชื้อโรคร้ายทําลายลง จนระบบประสาทส่วนที่แสดงความเจ็บปวดเสื่อมลง ระบบความเจ็บปวดเปึนส่วนหนึ่ง ของชีวิตที่ช่วยให้คนเรามีชีวิตรอดเมื่อผจญภัย ข้อดีของความเจ็บปวดคือเปึนสัญญาณ เตือนภัยประจําตัว แต่คนเราส่วนมากกลัวความเจ็บปวด แต่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดสําหรับ คนยุคปัจจุบันมิใช่โรคเรื้อนทางกาย แต่เปึนโรคเรื้อนทางใจคือจิตใจที่ไร้ความรู้สึกต่อ ความทุกข์ของเพื่อนมนุษย์ จิตใจที่ด้านชายามเห็นเพื่อนมนุษย์เจ็บปวดเปึนสิ่งที่คนในยุค ปัจจุบันควรใคร่ครวญที่สุด ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อวันที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๔๗ ที่มัสยิดกรือเซะ จังหวัดปัตตานี มีพี่น้องของเราเสียชีวิตจํานวนเยอะครับ วันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๔๗ ที่อําเภอตากใบครับ วันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ พี่น้องพันธมิตรที่กรุงเทพฯ และวันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๕๑ เช่นเดียวกัน วันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๕๓ ที่ถนนราชดําเนิน วันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๓ ที่ราชประสงค์ ทุกที่เมื่อมีเหตุการณ์นี้มีคนไทยบางส่วนชอบใจ แล้วก็สะใจ ผมก็ไม่รู้ครับว่าคนไทยที่มีจิตใจปกติตอนนี้ในประเทศนี้เหลืออยู่เท่าไร ก็ได้แต่ ภาวนาว่าให้เหลือเยอะหน่อยที่พอจะประคับประคองประเทศนี้ให้ไปได้ครับ แต่ขณะเดียวกัน กระทรวงวัฒนธรรม รัฐบาล นายกรัฐมนตรี ต้องดูและต้องรักษาคนป์วยทางใจซึ่งมี จํานวนมากเหลือเกินในประเทศนี้รักษาให้หายโดยเร็ว เพราะว่าเราก็ไม่รู้เหมือนกันว่า โรคร้ายนี้จะลุกลามรุนแรงสู่ตัวพี่น้องประชาชนเรามากมายขนาดไหนเพียงใด ท่านประธานครับ จริง ๆ แล้วผมพูดเรื่องนี้เปึนครั้งที่ ๓ ครั้งที่ ๑ ผมพูดเมื่อเดือนเมษายน ป้ ๒๕๕๒ หลังเหตุการณ์เดือนเมษายนครั้งแรก ครั้งที่ ๒ ผมพูดเมื่อเดือนพฤษภาคมป้นี้เพราะผม มีความรู้สึกที่ไม่สบายใจ มีความรู้สึกบางสิ่งบางอย่างว่าจะเกิดอะไรขึ้น แล้วก็มาเสียมารยาท ที่สภาแห่งนี้ และท่านประธานก็ช่วยผมอยู่ และครั้งที่ ๓ ผมพูดครั้งนี้ แล้วก็คิดว่าการพูดครั้งนี้คงเปึนครั้งสุดท้าย เพราะว่าชีวิตของผู้แทนราษฎรมันไม่มีอะไร แน่นอน เดี๋ยวได้เดี๋ยวตก แต่ขณะเดียวกันหรือว่ามันอาจจะไม่มีสภาให้เราพูดแล้วก็ได้ ถ้าเรายังเปึนอย่างนี้กันอยู่ และผมก็หวังเปึนอย่างยิ่งว่าผมจะไม่ต้องพูดเปึนครั้งที่ ๓ ด้วย สาเหตุข้อที่ ๓ ครับ ด้วยสาเหตุที่ว่าปัญหานี้ได้รับการแก้ไขจากรัฐบาลเรียบร้อยแล้วครับ ขอบพระคุณครับ