อภิชาต การิกาญจน์ หารือเรื่องการปรับลดเงินงบประมาณของกระทรวงวัฒนธรรม โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของงานวัฒนธรรมในการรักษาความเป็นชาติและสร้างทักษะวัฒนธรรมเพื่อชีวิตในชีวิตยุ่งยากของสังคม นอกจากนี้ยังพูดถึงการเปลี่ยนแปลงทัศนคติของประชาชนในการแก้ไขปัญหาความยากจนและสร้างวัฒนธรรมประชาธิปไตยที่ดีขึ้น
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอภิชาต การิกาญจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัด นครศรีธรรมราช ผมขอปรับลดงบประมาณของกระทรวงวัฒนธรรมไว้ร้อยละ ๕ เปึนเงิน ประมาณ ๒๖๑ ล้านบาท เหตุผลที่ขอปรับลดนะครับ ด้วยเหตุที่เห็นว่างานวัฒนธรรม เปึนงานสําคัญ เปึนกระทรวงเล็กที่ยิ่งใหญ่รับผิดชอบในความเปึนชาติ วันนี้ที่เราได้ เห็นงานของกระทรวงวัฒนธรรมก็คืองานวัฒนธรรมกระแสหลักครับ จะเปึนเรื่องของ การอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม เปึนเรื่องการส่งเสริมและพัฒนาวัฒนธรรม เปึนเรื่องการเผยแพร่ และรณรงค์เกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรม ซึ่งผมคิดว่าวันนี้สังคมไทยเราประสบความสําเร็จมาก ในเรื่องการรณรงค์ในเรื่องศิลปวัฒนธรรม รวมถึงการสร้างรายได้อย่างสําคัญในการท่องเที่ยว เชิงวัฒนธรรม ซึ่งเปึนมรดกทุนทางวัฒนธรรมที่สําคัญยิ่งของประเทศเรา แต่ในส่วนที่ผม อยากเห็นเพิ่มเติมขึ้นในภารกิจของกระทรวงวัฒนธรรมก็คือวัฒนธรรมเชิงรุกที่เราเรียกว่า การสร้างทักษะวัฒนธรรม หรือวัฒนธรรมเพื่อการดําเนินการชีวิตภายใต้ภาวะยุ่งยาก ของสังคมของประเทศเรา ผมว่าเปึนความจําเปึนอย่างยิ่งที่กระทรวงวัฒนธรรมจะต้องเข้ามา รับผิดชอบในเรื่องการจัดการเรื่องการใช้วัฒนธรรมเพื่อการดําเนินชีวิตในการคลี่คลายปัญหา ต่าง ๆ ในสังคมนะครับ โดยผ่านกลไกตาม พ.ร.บ. ใหม่ที่เรามีสภาวัฒนธรรมในทุกระดับ ทั้งสภาวัฒนธรรมตําบล สภาวัฒนธรรมอําเภอ สภาวัฒนธรรมจังหวัด และสภาวัฒนธรรม ระดับชาติ ผมคิดว่างานวัฒนธรรมเชิงรุกซึ่งเปึนสิ่งที่ควรทําเพิ่มเติมในกระทรวงวัฒนธรรม เนื่องจากเรามีปัญหาของประเทศหลายเรื่องที่จะต้องใช้กลไกทางวัฒนธรรมเข้ามา ช่วยเหลือดูแล ผมมีตัวอย่างของปรากฏการณ์ในทางสังคมที่ผมเชื่อว่ามิติทางวัฒนธรรม สามารถเข้ามาช่วยเหลือได้
ตัวอย่างที่ ๑ วัฒนธรรมของความพอเพียง อันนี้คือการแก้ปัญหาของ ความยากจน ถ้าเราถือว่าความยากจนเปึนวัฒนธรรมของความยากจน คนที่จนไม่เฉพาะ จนเงินนะครับ เขาจนทั้งเงิน จนทั้งโอกาส จนอํานาจ แล้วก็จนศักดิ์ศรี มันเปึนเรื่องยาก ที่จะทําให้คนที่อยู่ในวังวนของวัฒนธรรมความยากจนก้าวข้ามไปสู่ความมั่งคั่งร่ํารวยได้ แต่สิ่งที่เราจะช่วยได้ก็คือการสร้างวัฒนธรรมของความพอเพียงให้แข็งแรง ให้แข็งแกร่ง แล้วก็เปึนเครื่องมือในการช่วยเหลือคนยากจนให้พ้นจากวัฒนธรรมของความยากจน ผมเชื่อว่าถ้าเราสามารถจะปรับโครงสร้างทางด้านจิตใจที่เราเรียกว่าเราปรับทัศนคติ ให้สอดคล้องกับการปรับโครงสร้างหนี้ที่วันนี้รัฐบาลมีนโยบายในการปรับเอาหนี้นอกระบบ เข้ามาอยู่ในระบบ การปรับโครงสร้างหลักเฉพาะโครงสร้างหนี้อย่างเดียวคงไม่สามารถแก้ไขปัญหา ความยากจนได้ แต่การปรับโครงสร้างด้านจิตใจ การปรับทัศนคติของผู้คนในสังคมนี้ จะเปึนส่วนหนึ่งที่เราสามารถทําให้นโยบายของรัฐบาลในการแก้ปัญหาความยากจน ก้าวไปสู่ความสําเร็จได้เร็วขึ้น ใช้ระยะเวลาน้อยลง เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าเราสามารถ รณรงค์ในเรื่องดังกล่าว ผมเชื่อว่าจะเปึนประโยชน์กับชาติบ้านเมืองมากขึ้น
วัฒนธรรมที่ ๒ ที่ผมคิดว่าเปึนความจําเปึนที่กระทรวงวัฒนธรรมจะต้องทํา ก็คือวัฒนธรรมประชาธิปไตย เราเปลี่ยนแปลงการปกครองมา ๗๐ กว่าป้ เวลาพูดเรื่องนี้ แล้วหลายคนอาจจะคิดว่าเปึนเรื่องที่ทุกคนเข้าใจอย่างดีอยู่แล้ว ซึ่งที่จริงไม่จริงนะครับ ผมมาพูดเรื่องนี้กับคณะครูที่มาอบรมสัมมนาการเมืองเมื่อวันเสาร์ แล้วมีผู้มีเกียรติท่านหนึ่ง ได้แสดงความคิดเห็นว่าเรื่องนี้เราเรียนรู้ตั้งแต่ระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษา ระดับปริญญาตรี จนถึงระดับปริญญาโท ผมก็บอกครับว่าถ้าเราเข้าใจในหลักจริง ๆ ของวัฒนธรรมประชาธิปไตยแล้ว สภาพการเมืองบ้านเรา สภาพการเมืองในสภา จะต้องมีสภาพที่ดีกว่าที่เปึนอยู่นี้ เพราะฉะนั้นยังมีเรื่องที่เราต้องทําความเข้าใจในเรื่อง วัฒนธรรมประชาธิปไตยว่าเราจะทําอย่างไรให้คนในสังคมนี้ได้เข้าใจว่าประชาธิปไตย เชิงหลักการเปึนอย่างไร และประชาธิปไตยเชิงกระบวนการเปึนอย่างไรความเข้าใจไม่ชัดเจน ทําให้คนทํา ๒ เรื่องมาเปึนเรื่องเดียวกัน เช่น มีผู้คนไม่น้อยในสังคมพูดว่าประชาธิปไตย คือการเลือกตั้ง ซึ่งนั่นหมายความว่าเอาประชาธิปไตยเชิงหลักการกับเชิงกระบวนการ มารวมอยู่ในชุดเดียวกัน การทําความชัดเจนในเรื่องเหล่านี้ให้เห็นว่าประชาธิปไตยในเชิง กระบวนการมันมีอยู่หลายเรื่อง ไม่ว่าจะเปึนกระบวนการให้ความรู้ทางด้านการเมือง กระบวนการสร้างความเข้าใจในทางการเมือง กระบวนการในการสร้างจิตสํานึกในทางการเมือง กระบวนการในการให้ข่าวสารในทางการเมือง กระบวนการในการรณรงค์ในทางการเมือง สิ่งเหล่านี้เปึนกระบวนการซึ่งเปึนเรื่องกระพี้ แต่ในเรื่องหลัก ผมคิดว่าวัฒนธรรมทางด้าน การเมืองในเรื่องประชาธิปไตยจะต้องทําความชัดเจนว่าเราอยู่บนหลักการเรื่องหลักของ เหตุและผล เราอยู่บนหลักการเรื่องการรับฟังความคิดเห็นอย่างรอบด้าน เราอยู่บนหลักการ ในเรื่องการยอมรับเสียงส่วนใหญ่เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งครับ หลังจากได้ตัดสินใจ ในเรื่องใดเรื่องหนึ่งไปแล้ว ผมคิดว่าแม้ว่าเราเปลี่ยนแปลงการปกครองมานานแล้วก็ตาม แต่การทําความเข้าใจให้ชัดเจนในเรื่องวัฒนธรรมของระบบการเมืองในรัฐสภาก็เปึน อีกเรื่องหนึ่ง ด้วยเห็นว่าวันนี้เราจะเห็นว่าระบบรัฐสภาอ่อนแอลงไป ระบบรัฐสภาบนความเชื่อถือ และความไว้วางใจของพี่น้องประชาชนลดน้อยถอยลงไปด้วยเหตุว่าเราไม่เข้าในวัฒนธรรม ของรัฐสภาแบบมีการอภิปรายนะครับ ซึ่งมีหลักอยู่ ๓ เรื่อง หลักที่มีอยู่ ๓ เรื่อง ก็คือ ข้อ ๑. ในการอภิปรายจะต้องมีข้อมูลที่เพียงพอที่จะนําเสนอในแต่ละครั้ง ข้อ ๒ เนื่องจาก เปึนการอภิปรายแน่นอนย่อมมีผลกระทบ เวลากล่าวชมชอบ เวลากล่าวดุด่าไม่ชอบ จึงต้องมีหลักข้อที่ ๓ จะต้องให้อภัยกัน และหลักข้อที่ ๓ ผมคิดว่าเปึนหลักที่ขาดหายไป ในสังคมไทย วันนี้เราพูดถึงเรื่องเสรีภาพ เราพูดถึงเรื่องเสมอภาค แต่หลักข้อ ๓ ที่เราลืมไป ก็คือหลักของภราดรภาพ ความเปึนพี่น้อง ความปรองดอง ความเปึนเพื่อนพ้อง หายไปจาก สังคมการเมืองของพวกเรา และเราไม่มีทางที่จะรื้อฟุ๋นเกียรติภูมิและศักดิ์ศรีของการเมือง ในระบบรัฐสภาได้ ถ้าหากว่าเราไม่เรียนรู้และปรับตัวในสิ่งเหล่านี้ และผมเรียนเลยว่า ตราบใดที่การเมืองระบบรัฐสภาอ่อนแอ การเมืองนอกสภาจะแข็งแกร่งขึ้นมาแทน เพราะถือว่ามีอํานาจเหมือนกัน แม้ว่าเปึนอํานาจที่ไม่ได้มาจากการเมือง แต่เปึนอํานาจ ที่มีคนส่วนใหญ่สนับสนุนและจะเห็นว่ามีกําลังมากพอที่ล้มถึง ๓ รัฐบาล สิ่งเหล่านี้เปึน สิ่งที่กระทรวงวัฒนธรรมต้องรับเปึนภาระในเรื่องการดําเนินการ ผมมีอีกประเด็นเดียวที่อยากฝากก็คือวัฒนธรรมทางด้านการคิด วันนี้เรามีปัญหาเรื่องระบบคิด ในคนทุกกลุ่ม เรามีปัญหาเรื่องระบบคิดของคนในสังคมที่ตัดสินใจไม่ได้ว่าสิ่งไหนถูกต้อง ควรทํา สิ่งไหนไม่ถูกต้องไม่ควรทํา นั่นหมายความว่าเปึนสังคมที่เราไม่สามารถตัดสิน ผิด ถูก ชั่ว ดีได้ ซึ่งเปึนปัญหาที่ยุ่งยากมาก ถ้าเราคิดว่าการคิดเปึนเรื่องสําคัญ การสร้าง วัฒนธรรมทางด้านการคิดในคนทุกกลุ่มจะเปึนเรื่องที่ทําให้เกิดขึ้น วันนี้คนขี้เกียจคิดครับ เพราะฉะนั้นเราจะทําอย่างไรว่าเกิดเปึนคนเราต่างจากสิ่งอื่น เพราะเราคิดได้ เราจะต้องคิด การคิดทําให้เกิดการสร้างสรรค์ ทําให้เกิดสิ่งดี ๆ ขึ้นมาในโลกนี้ ในสังคมนี้ เราจะคิดอย่างไร ที่จะให้เปึนความคิดที่แตกต่างจากคนอื่น เปึนความคิดที่ท้าทายเรื่องต่าง ๆ ทําให้เกิด นวัตกรรมใหม่ ๆ ขึ้นมาครับ เปึนการคิดอย่างเชื่อมโยงว่าทุกอย่างที่เปึนปรากฏการณ์ ในโลกนี้เปึนเหตุเปึนผลเชื่อมโยงต่อเนื่องกัน คิดในเรื่องดี ๆ เพื่อจะได้มีความรู้สึกดี ๆ ในการจรรโลงสังคมด้วยกันนะครับ วัฒนธรรมทางด้านการคิดจึงควรเปึนภารกิจของ กระทรวงวัฒนธรรมครับ