พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค พูดถึงการปฏิบัติงานของกระทรวงยุติธรรม โดยเน้นย้ำว่ากระทรวงไม่ได้ดูแลรัฐบาล แต่ดูแลความยุติธรรมและความเสมอภาคในการบังคับใช้กฎหมาย และเรียกร้องให้มีการปฏิบัติงานตามกฎหมายและไม่ใช้ตําแหน่งหน้าที่ในการใช้อำนาจโดยไม่ชอบ นอกจากนี้ยังแสดงความยินดีในการปรับปรุงการจัดการเรื่องยาสเสพติด และสารภาพว่าเคยพูดคุยกับพยานในคดียุบพรรค แต่ไม่เคยคุยเรื่องคดีนั้น
กราบขอบคุณท่านประธานที่เคารพครับ ผม พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรม
อันดับแรก ต้องขออภัยท่านประธานและเพื่อนสมาชิกที่ผมต้องขออนุญาต ใช้เวลาในส่วนนี้ เพราะว่าจากที่ผมได้ฟังอยู่นั้นมีบางประเด็นซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับการใช้ งบประมาณโดยตรง แต่เกี่ยวข้องกับการทําหน้าที่ในกระทรวงยุติธรรม ซึ่งไม่ใช่เฉพาะ ที่พาดพิงมาถึงตัวกระผมในตอนสุดท้าย แต่ว่ารวมถึงบรรดาหน่วยงานและข้าราชการ ในกระทรวงยุติธรรมโดยรวมด้วย เพราะฉะนั้นในส่วนนี้ผมขออนุญาตใช้เวลาเพียง เล็กน้อยจะไม่ใช้เวลาเยิ่นเย่อมากท่านประธานครับเพื่อเปึนการประหยัดเวลาให้เพื่อน สมาชิกด้วยนะครับ
ประการแรก ผมขออนุญาตในภาพรวมคือมีการพูดจาในทํานองเหมือนกับ ว่างบประมาณของกระทรวงยุติธรรมที่ทางกรรมาธิการได้กรุณาพิจารณาให้มานั้นยังต้อง ปรับลดเพิ่ม เพราะว่าไม่มีประสิทธิภาพในการทํางานในเรื่องต่าง ๆ ผมก็ขออนุญาตพูด ในภาพรวมตรงนี้ก่อนว่ากระทรวงยุติธรรมที่เปึนอยู่วันนี้เพิ่งแยกตัวกันออกมาจาก ศาลยุติธรรมเมื่อ ๗-๘ ป้ที่ผ่านมา เดิมกระทรวงยุติธรรมดูแลแต่ผู้พิพากษา ดูแลศาล แต่วันนี้กระทรวงยุติธรรมก็ดูแลสังคม ดูแลบ้านเมือง โดยเฉพาะการดูแลพี่น้องประชาชน ให้ได้รับความเปึนธรรม ความเสมอภาคในการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งหน่วยงานต่าง ๆ ของกระทรวงยุติธรรมก็ได้พยายามทํางานกันอย่างเต็มที่ในช่วงระยะเวลาตั้งแต่รัฐบาลนี้ เข้ามา ตั้งแต่ปลายป้ ๒๕๕๑ ทุกหน่วยงาน บรรดาข้าราชการเจ้าหน้าที่ของกระทรวง ยุติธรรมทุกคน ทุกกรมและทุกหน่วยงานก็ได้พยายามทําตามนโยบายที่สําคัญของรัฐบาล คือเรื่องของการดูแลความไม่ยุติธรรมและความไม่เปึนธรรม ไม่ใช่ดูแลรัฐบาลอย่างที่ บางท่านได้พยายามชี้ว่าเข้ามาใช้หน่วยงานของรัฐ เข้ามารับใช้ทางการเมือง ไม่เคยมีครับ อันนี้ก็ขออนุญาตยืนยันสั้น ๆ หลายเรื่องที่ท่านได้กรุณาพูดมานั้นไม่ว่าจะเปึนเรื่องของ การชันสูตรพลิกศพ เรื่องของการฟัองคดี เรื่องของการดําเนินการตามกระบวนการ กฎหมาย ผมขออนุญาตกราบเรียนว่า ถ้าหากว่าหน่วยงานของกระทรวงยุติธรรมไม่ได้ ดําเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายที่กําหนดไว้ กระบวนการดําเนินการต่าง ๆ ก็ถือว่าไม่ชอบ เมื่อถือว่าไม่ชอบก็จะมีผลต่อการพิจารณาคดี แต่ประเด็นที่สําคัญที่สุด คือว่าเขาเหล่านั้นใครก็แล้วแต่ครับไปดําเนินการลักษณะนั้นก็เปึนการใช้ตําแหน่งหน้าที่ โดยไม่ชอบ ซึ่งจะต้องมีความรับผิดตามกฎหมายต่อไป ซึ่งถ้าหากท่านคิดว่าสิ่งที่ท่านพูด นั้นเปึนความจริงทั้งหมดก็ดําเนินการได้ตามกฎหมาย ก็ขออนุญาตกล่าวสั้น ๆ ในส่วนนั้น
ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของนโยบายใหม่ ๆ ของกระทรวงยุติธรรม ก็อย่างที่ท่านสมาชิกได้บอกไปว่าไม่เคยมีการดูแลกระบวนการทางใต้ ก็ต้องขอบคุณ ท่านนายกรัฐมนตรีครับที่ได้กรุณาให้เราปรับปรุงบทบาทในส่วนนี้
เรื่องของการชันสูตรพลิกศพนิดเดียวนะครับ มีประเด็นเล็กน้อย เรื่องข้อกฎหมาย กรณีที่ต้องมีการชันสูตรตามวิธีพิเศษ ๔-๕ ฝ์ายนั้นเปึนกรณีที่ การเสียชีวิตนั้นเสียชีวิตอยู่ระหว่างการควบคุมดูแลของเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือว่าเกิดจาก การปะทะต่อสู้อย่างที่เราเรียกว่า วิสามัญฆาตกรรม แต่กรณีที่เกิดขึ้นในกรณีนี้ไม่ได้เปึน กรณีอย่างนั้น แต่ว่าพนักงานสอบสวนทุกฝ์ายก็ต้องดําเนินการนะครับ ถ้าหากว่า ไม่ดําเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายฟัองร้องไปก็มีปัญหาในทางคดี แต่ว่าประเด็น ที่สําคัญ ผมขออนุญาตกราบเรียนครับว่าประเด็นที่บอกว่ามีการใช้หน่วยงานของ กรมสอบสวนคดีพิเศษไปเป่ดเผยข้อมูลแล้วก็มีผลกระทบต่อพยานในคดีนั้น ผมต้อง ขออนุญาตกราบเรียนด้วยความสัตย์จริงครับ ถ้าหากเปึนความจริงคนที่เกี่ยวข้อง ดําเนินการนั้นผิดกฎหมายครับ ต้องถูกดําเนินคดี ถ้าหากว่าท่านมีพยานหลักฐาน ลักษณะอย่างนั้นจริง อย่าเอามาอภิปรายเปึนประเด็นการเมืองครับ ท่านต้องฟัองร้อง ดําเนินคดีเลย เพราะว่าเปึนความผิดที่เสียหายมากครับ แต่ถ้าหากว่าเราต้องการเปึนแค่ ประเด็นเพียงการเมืองนั้น ผมขออนุญาตด้วยความรู้สึกจากใจครับ หยุดเถอะครับ ทําร้าย ประเทศ แต่ผมเชื่อว่าถ้าท่านมีข้อมูลหลักฐานไปดําเนินการ แต่ผมอนุญาตเรียนครับว่า ถ้าจะคิดว่ามาถึงผมนั้นไม่มีครับ ผมนี่ไม่เคยยุ่งเกี่ยวอะไรเลยครับในเรื่องคดีนี้ตั้งแต่ต้นมา เลยครับ แม้แต่ในทีมกฎหมายในอะไรไม่มีชื่อผมปรากฏ ผมไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวเลย เพราะว่า ไม่ว่าจะเปึนท่านนายกรัฐมนตรี ท่านหัวหน้าพรรคปัจจุบันท่านอภิสิทธิ์ หรือว่าท่านหัวหน้า ทีมกฎหมายคือท่านชวน หลีกภัย นั้นไม่ต้องการให้ถูกกล่าวหาหรือถูกครหาได้ ไม่เคยมา หารือหรือขอความเห็นอะไรผมด้วยซ้ําไป
แต่สุดท้ายที่ไม่อยากรบกวนเวลาเพื่อนสมาชิกมากนะครับ ๒ ประเด็น สุดท้าย ประเด็นเรื่องยาเสพติดครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนว่าตั้งแต่เราเข้ามาเปึน รัฐบาลแล้วผมรับผิดชอบหน่วยงานสําคัญคือ ป.ป.ส. เราได้ปรับปรุงรูปแบบของ การบริหารจัดการเรื่องของการสืบสวน จับกุม ขยายผล ผมขออนุญาตสั้น ๆ ครับ ท่านประธานในเรื่องนี้ช่วง ๖ เดือนของป้ที่ผ่านมาป้ ๒๕๕๒ เราจับกุมได้ ๑๐ ล้านกว่าเม็ด ในช่วงของป้ ๒๕๕๑ ได้ ๘ ล้านกว่าเม็ด แต่ป้นี้ครับ ๖ เดือนเราได้ประมาณ ๒๖ ล้านเม็ด เพิ่มขึ้น ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ในช่วง ๖ เดือน ตรงนี้ก็แสดงให้เห็นถึงการทํางานเปึนทีมที่เราได้ มีการปรับปรุง แล้วก็ในป้ ๒๕๕๔ งบป้ ๒๕๕๔ เราก็จะเริ่มกระชับมากขึ้นในส่วนของพื้นที่ ในชุมชนค้าขายรายย่อยต่อไป
สุดท้ายที่บอกว่าผมรับสารภาพครับว่าเคยพูดกับพยานในคดียุบพรรค ผมเอ่ยชื่อได้เลยครับที่ท่านพยายามออกเปึนข่าว ชื่อ นายประจวบ สังข์ขาว ผมรู้จักกับ นายประจวบมานานครับ เพราะว่าเปึนคนทําปัายโปสเตอร์ให้ผมด้วยหาเสียง ไม่ได้ สารภาพ ไม่มีความผิดครับ รู้จักกันครับ ไม่เคยคุยเลยครับ ผมอยากกราบเรียน เรื่องสุดท้ายว่าเขาโทรมาหาผมครับ เมื่อตอนผมรับตําแหน่งใหม่ ๆ ป้ที่แล้วครับ ไม่ได้โทรมา พูดเรื่องคดีที่เปึนข่าวนี่ละครับ แล้ววันนี้ผมก็จําไม่ได้ ไม่เคยคุยกันเลย เขาโทรมาบอกว่า ค่าปัายป้ใหม่ยังไม่ได้เก็บเงินครับ ผมก็บอกว่าให้ไปคุยกับท่านดอกเตอร์สรรเสริญ เรื่องตรงนี้เท่านั้นละครับ ไม่ได้มีเรื่องอื่นเลย หลังจากนั้นก็ไม่เคยเกี่ยวข้อง เพราะฉะนั้น ถ้าหากท่านคิดว่าในส่วนนี้เปึนเรื่องของพูดคุยเรื่องคดียุบพรรค เรื่องอะไรนี่ไม่จริงครับ ก็ขออนุญาตยืนยันกราบเรียนไปอีกครั้งครับเพื่อเปึนการประหยัดเวลา