เปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข หารือเรื่องการปรับลดงบประมาณกระทรวงมหาดไทย 20% และเรียกร้องการสนับสนุนให้กรมที่สําคัญได้รับงบประมาณเพิ่ม
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ดิฉันขออภิปรายสนับสนุนการแปรญัตติปรับลดงบประมาณของกระทรวงมหาดไทย ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เปึนเงิน ๔๖,๐๐๐ ล้านบาทเศษ ซึ่งดิฉันไม่เห็นด้วยกับกรรมาธิการงบประมาณ ที่พิจารณางบประมาณของกระทรวงมหาดไทย ที่ดิฉันเห็นว่าการนํางบประมาณ ภาษีอากรของพี่น้องประชาชนไปใช้อย่างไม่มีประสิทธิผลต่อพี่น้องประชาชนและ ประเทศชาติมากเพียงพอ อํานาจหน้าที่ของกระทรวงมหาดไทยก็คือบําบัดทุกข์บํารุงสุข ให้กับพี่น้องประชาชน แต่ว่ากระทรวงนี้มีความสําคัญกับสังคมไทยมาก ทํางานใกล้ชิด กับพี่น้องประชาชน แล้วก็มีเจ้าหน้าที่ของรัฐ องค์กรผ่านกลุ่มและผู้นําชุมชน ไม่ว่าจะเปึน ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอําเภอ กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต. คณะกรรมการพัฒนาสตรีหรือ องค์กรสตรี พฤติกรรมการทํางานของกระทรวงมหาดไทยไม่ทํางานเปึนไปตามภารกิจ ของกระทรวง ได้งบประมาณป้นี้มากกว่าป้ที่แล้วถึง ๗๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ทํางาน อย่างล้มเหลว แฝงไปด้วยการเอารัดเอาเปรียบทางด้านการเมือง ดิฉันขอยกตัวอย่าง อย่างเช่นกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นชื่อก็บอกว่ากรมปกครอง กรมส่งเสริมท้องถิ่น แต่ท่านก็ไม่ได้ส่งเสริมเลยที่จะให้ท้องถิ่นซึ่งใกล้ชิดกับประชาชนรู้ปัญหาของพี่น้อง ประชาชนนําปัญหาไปแก้ไขพัฒนาท้องถิ่นให้เจริญ ให้รากหญ้าอยู่ดีกินดี แต่กลับเปึนว่า ท้องถิ่นต้องส่งเสริมกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ดูได้จากอะไรคะ ก็ดูได้จากที่ กรมอยากจะทําอะไร มีนโยบายอะไรก็สั่งท้องถิ่น สั่งเอา ๆ นี่ก็คือปัญหา แล้วพี่น้อง ประชาชนก็ได้ถามทางกระทรวงมหาดไทยที่สั่งมาที่ได้ข่าวมาว่า กระทรวงหรือ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้สั่งการให้ขึ้นปัายปกปัองสถาบันจริงหรือไม่ หรือโครงการอบรมปกปัองสถาบันที่ให้ อบต. เกณฑ์พี่น้องประชาชนในหมู่บ้าน ในตําบลนั้น ๆ ๑๐๐-๒๐๐ คนเข้ารับการอบรมจริงหรือไม่ เปึนการนําสถาบันมา ใช้หาเสียง เอารัดเอาเปรียบทางการเมืองจริงหรือไม่ เปึนเรื่องมิบังควรทําให้สถาบัน มัวหมองใช่หรือไม่ เพราะสิ่งนี้พี่น้องประชาชนเปึนกังวลอย่างมาก บางโครงการเปึน นโยบายประชานิยมของทางรัฐบาล อย่างเช่นเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ นมโรงเรียน ค่าป์วยการ อสม. ส่วนกลางหรือรัฐบาลก็ควรที่จะโอนงบประมาณให้กับท้องถิ่นอย่างเต็มเม็ด เต็มหน่วยตามภารกิจที่ท่านถ่ายโอนมา มิใช่มาเบียดบังงบประมาณท้องถิ่นของเขา ทําให้แผนงานของท้องถิ่นเขาเสียหาย เปึนปัญหาอย่างเช่น ถ้าท่านโอนงบมาน้อยผู้สูงอายุได้บ้าง ไม่ได้บ้าง หรือได้ไม่ครบ หรือว่านมโรงเรียน ครู ผู้ปกครองก็ไม่เข้าใจผู้บริหาร อสม. ได้เงินช้าก็ไม่เข้าใจหาว่ากินนมเด็กบ้าง หาว่ากินเงิน คนแก่บ้าง หาว่ากินเงิน อสม. บ้าง นี่คือปัญหาของท้องถิ่นเขา ทุกวันนี้ท้องถิ่น มีงบประมาณที่ทุกวันนี้ท้องถิ่นไม่ได้คิดเองทําเอง ทําตามที่กรมได้สั่ง ผู้ว่าราชการจังหวัด สั่งบ้าง นายอําเภอสั่งบ้าง ทําให้เสมือนว่าทุกวันนี้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ใหญ่กว่ากรมการปกครองแล้ว ซึ่งนี่คือสาเหตุที่ดิฉันขอปรับลดงบประมาณ กระทรวงมหาดไทยถึง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ จะได้นํางบประมาณนี้ไปให้กับกรมที่สําคัญ เช่นกรมที่ดินที่จะต้องออกเอกสารสิทธิให้กับพี่น้องประชาชน ให้กรมพัฒนาชุมชน ซึ่งกรมนี้มีความสําคัญใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชน มีบุคลากรที่สําคัญ ภารกิจสําคัญ พัฒนาคนให้เก่ง ให้เปึนคนดี สอนคนให้รู้จักบทบาทหน้าที่ ช่วยเหลือ สอดส่องดูแลสังคม ชุมชนในท้องถิ่น พัฒนาองค์กรให้มีความเข้มแข็งและขับเคลื่อนชุมชน แต่งบประมาณ ของกรมนี้ ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท ดูเหมือนมากแต่ไม่มากเลยเหลือเงินสําหรับค่าใช้จ่าย งบประมาณทั้งกรม ค่าใช้จ่ายงบประมาณดําเนินงานแค่ ๗๐๐ กว่าล้านบาท ๗๕ จังหวัด หารไปได้ ๙,๐๐๐,๐๐๐ บาทเศษเอง แล้วภารกิจ ๙,๐๐๐,๐๐๐ บาทเศษต่อป้ใช้ทําอะไร ใช้ในการติดตามแผนงานของกรมบ้าง ให้ค่าน้ํามันเพื่อให้เจ้าหน้าที่ออกไปในพื้นที่ดูงาน ว่าท้องถิ่นเปึนอย่างไรบ้าง ค่าเบี้ยเลี้ยง ซึ่งจะมีหน่วยงานที่สําคัญหน่วยงานหนึ่ง ซึ่งเปึนองค์กรที่เข้มแข็งก็คือ คณะกรรมการพัฒนาสตรีซึ่งมีบทบาทสําคัญในการสร้าง ความเข้มแข็งของชุมชน ได้รับการแต่งตั้งจากท่านนายอําเภอ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด เปึนลําดับ และมีระเบียบของกระทรวงมหาดไทยป้ ๒๕๕๓ รองรับ แต่ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยท่านเปึนคนดูแล ท่านเคยเห็นความสําคัญของพวกเขาบ้างหรือไม่ ภารกิจค่อนข้างมีความสําคัญและทํางานควบคู่ไปกับเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน แต่งบประมาณในการที่จะใช้ไม่มีในการขับเคลื่อนในการทํางานไม่มีทําให้การทํางาน ไม่เปึนการราบรื่นเลย เพราะฉะนั้นกระทรวงก็ควรให้ความสําคัญ โดยการให้ค่าตอบแทน ถ้ามีน้ําใจนะคะ หรือให้งบประมาณในการสนับสนุนกิจกรรม เช่น เปึนการจัดอบรมให้ ความรู้เพิ่มศักยภาพสตรีเขา กิจกรรมอบรมอาชีพแก่กลุ่มสตรี ซึ่งเปึนการให้เบ็ดให้เขาไป หาปลากินเองไม่ใช่ให้เปึนเบ็ดง่อยแบมือขอเงินกับทางรัฐบาลเขา อันนี้ซึ่งดิฉันกล่าวมา ทั้งหมดเพื่อสนับสนุนการแปรญัตติปรับลดงบประมาณของกระทรวงมหาดไทย ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะว่าไม่ไว้วางใจการใช้งบประมาณของกระทรวง ผู้บริหารกระทรวง ซึ่งมีพฤติกรรมการจัดงบประมาณไปในงบประมาณอื่น ๆ ซึ่งงบตรงนี้ไม่สามารถที่จะ ตรวจสอบได้เลย เปึนโครงการที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ให้กับพี่น้องประชาชนหรือก่อให้เกิด ประโยชน์แก่พี่น้องประชาชนโดยตรง เปึนเบี้ยหัวแตกค่ะ เพราะฉะนั้นดิฉันขอสรุปว่า ดิฉันขอปรับลดงบประมาณของกระทรวงมหาดไทย ๒๐ เปอร์เซ็นต์ โดยภาพรวมเปึนเงิน ๔๖,๐๐๐ ล้านบาทเศษ กราบขอบพระคุณค่ะ