ชวลิต วิชยสุทธิ์ หารือเรื่องการปรับลดงบประมาณของกระทรวงมหาดไทย เนื่องจากมีปัญหาการใช้งบประมาณอย่างไม่เต็มประสิทธิภาพ และมีการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้าง นอกจากนี้ยังหารือเรื่องงบประมาณที่จังหวัดนครราชสีมาและจังหวัดนครพนมได้รับ และว่ากรมชลประทานได้ดำเนินการไปมากกว่าที่กำหนดไว้ ชวลิต วิชยสุทธิ์ ยังหารือเรื่องการขึ้นเงินเดือนข้าราชการท้องถิ่น ซึ่งไม่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ และเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการแก้ไขปัญหานี้
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดนครพนม ท่านประธานที่เคารพครับ ในมาตรา ๑๗ กระทรวงมหาดไทย กระผมได้เสนอปรับลดลง ๕ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งมีเหตุผลในการปรับลดสรุปได้ดังนี้
ประการแรก ตั้งงบไว้แล้วไม่ได้ใช้งบตามเวลาที่ควรจะใช้เกิดความเสียหาย แก่ราชการและประชาชน
ประการที่สอง ใช้งบอย่างไม่เต็มประสิทธิภาพ
ประการที่สาม ถูกทักท้วงจากองค์กรกลาง องค์กรอิสระและหน่วยงานกลาง ของรัฐว่ามีปัญหาในการจัดซื้อจัดจ้าง รวมทั้งถูกกล่าวหาว่าทุจริต
ประการที่สี่ งบกระจุกตัวไม่กระจายอย่างเปึนธรรม ผมขออนุญาตที่จะลง ในรายละเอียดเลยนะครับ
กรมแรกกรมการปกครอง โครงการเช่าระบบคอมพิวเตอร์งานทะเบียน งบ ๓,๔๙๐ ล้านบาท คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติโครงการตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ๒๕๕๒ นี่เข้าไปกําลังพิจารณางบป้ ๒๕๕๔ ยังไม่ได้ใช้งบประมาณแสดงถึงความล้มเหลว ในการบริหารโครงการ ทําให้เกิดความเสียหายกับทางราชการและพี่น้องประชาชน เปึนอย่างยิ่ง นอกจากนั้นหน่วยงานกลาง องค์กรอิสระ ไม่ว่าจะเปึน สตง. กระทรวงการคลัง โดยกรมบัญชีกลาง คณะกรรมการว่าด้วยพัสดุได้ทักท้วงเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างว่า ไม่เปึนไปตามขั้นตอนของทีโออาร์ (TOR) ที่กําหนดไว้ ขอถามคณะกรรมาธิการว่า เรื่องอื้อฉาวแบบนี้ได้สอบถามกระทรวงมหาดไทยบ้างหรือไม่ว่า ทําไมถึงไม่เลิกการจัดซื้อจัดจ้างที่ถูกทักท้วงจาก ๒ องค์กรดังกล่าว แล้วก็ดําเนินการ เสียใหม่ จะได้ใช้งบประมาณที่ตั้งไว้ตั้งแต่ป้ ๒๕๕๒ ขอสอบถาม ถ้าตอบให้เข้าใจ ก็จะผ่านให้ ตอบไม่ให้เข้าใจก็คงจะต้องสงวนสิทธินะครับ
ในโครงการที่ ๒ สมาร์ท การ์ด หรือบัตรประจําตัวประชาชนอิเล็กทรอนิกส์ งบ ๙๐๐ ล้านบาท ตั้งงบไว้ถึง ๙๐๐ ล้านบาท ตัวเลขกลม ๆ แล้วไม่ได้ใช้ตามโครงการ แสดงถึงความล้มเหลวในการบริหารงบประมาณให้เปึนประโยชน์แก่ราชการและประชาชน พี่น้องประชาชนเดือดร้อนอย่างยิ่ง อย่างที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปว่า แต่ก่อนทําบัตร ได้บัตร เดี๋ยวนี้ทําบัตรได้กระดาษเอ ๔ (A4) สีเหลือง คือบัตรเหลือง ถอยหลังลงคลอง ไปถึง ๑๔ ป้ นี่บริหารบ้านเมืองกันอย่างไร ชาวบ้านเขาไม่ได้สนใจหรอกว่าใครถูกใครผิด ระหว่างกระทรวงไอซีที (ICT) กับกระทรวงมหาดไทย ทําไมอยู่รัฐบาลเดียวกันคุยกันไม่ได้ ที่จะร่วมมือกันแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชน พี่น้องประชาชนจะต้องไปทําบัตร ขณะนี้ ทําบัตรเปึนล้านคน ลองคิดค่าใช้จ่ายเอาแค่ค่าเดินทาง ๑๐๐ บาท ๑๐๐ ล้านบาทครับ แล้วถ้าไป ๒ ครั้ง เพราะว่าไปทําบัตร ๑ ครั้ง อีก ๖๐ วันมารับไม่รู้ว่าจะได้หรือเปล่า ไปรับ อีกทีเสียอีก ๑๐๐ บาท อย่างน้อยชาวบ้านเสียแล้ว ๒๐๐ ล้านบาท นี่ไม่นับความเสียหาย อย่างอื่น นายกรัฐมนตรีในฐานะประธานคณะกรรมการเทคโนโลยีสารสนเทศแห่งชาติ ปล่อยไว้ไม่ได้ครับ นอกจากนั้นท่านยังเปึนหัวหน้ารัฐบาลท่านจะต้องลงมาดูแลเรื่องนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยจะอ้างว่าเปึนเรื่องของไอซีทีติดขัดกันตรงนั้นก็ไม่ได้ เพราะท่านเปึนผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติบัตรประจําตัวประชาชน ท่านต้องมีหน้าที่ อํานวยความสะดวกพี่น้องประชาชนที่เขาได้รับความเดือดร้อน เรื่องนี้เห็นชัดเจนต้องปรับ ลด ๕ เปอร์เซ็นต์
มาถึงกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ผมมี ๕ ประเด็นด้วยกันที่จะต้อง ปรับลดงบประมาณของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
ประการแรก จัดสรรงบประมาณให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่เปึนธรรม กระจุกตัว กรณีไม่เปึนธรรมกระจุกตัวผมมี ๒ ประเด็นด้วยกัน
ประเด็นแรก ในการพิจารณาในวาระแรก ท่านรัฐมนตรีบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ได้มาอธิบายต่อสมาชิกในสภาแห่งนี้ โดยยกตัวอย่างว่าจังหวัดนครราชสีมามีพื้นที่กว้างใหญ่ มีอําเภอเยอะ มี อบต. เยอะ มีหมู่บ้านเยอะ ย่อมได้รับงบมากกว่าจังหวัดนครพนม ท่านยกตัวอย่างอย่างนั้น เปึนธรรมดาเพราะเปึนจังหวัดที่เล็กกว่า ผมพยักหน้าตอบรับ ผ่านไป ท่านงับเหยื่อแล้ว ถ้าตอบเพียงเท่านี้แน่นอนจังหวัดที่ใหญ่กว่าย่อมได้รับงบ มากกว่า ผมคิดว่าท่านรู้แต่ท่านแกล้งข้ามไปก็คือว่าคณะกรรมการกลั่นกรองได้กําหนดให้ จังหวัดนครราชสีมาได้รับงบประมาณ ๕๖๙ ล้านบาท จังหวัดนครพนมได้รับงบประมาณ ๒๐๘ ล้านบาท ตรงนี้เรารับได้ แต่ในข้อเท็จจริงท่านบุญจงเอางบไปลงโคราชเกือบ พันล้านบาทมากกว่างบที่คณะกรรมการกําหนดไว้ ๕๖๙ ล้านบาท ท่านจะตอบอย่างไร วันนี้กรรมาธิการต้องถามว่าจริงไหมที่ผมพูดนี่ ถ้าจริงจะแก้ไขอย่างไรเพราะท่านโกหก กลางสภา นี่เปึนประเด็นแรก ที่ผมเห็นว่างบกระจุกตัวไม่เปึนธรรม
ประเด็นที่ ๒ งบป้นี้ป้ ๒๕๕๔ งบอุดหนุนเฉพาะกิจ ๘,๑๔๒ ล้านบาท ท่านประธานครับ แบ่งออกเปึนงบที่เกิน ๑๐ ล้านบาทลงเล่ม ต่ํากว่า ๑๐ ล้านบาท ทางฝ์ายกรรมาธิการบอกว่าน่าจะไม่ลงเล่ม เปึนไปได้อย่างไรครับท่านประธาน เอกสาร ในมือผม ๑,๓๐๐ กว่าล้านบาทมีกระจุกอยู่เพียง ๕-๖ จังหวัด มีจังหวัดอะไรบ้าง จังหวัดลพบุรี จังหวัดพะเยา จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ไม่กี่จังหวัดครับท่านประธาน ได้รับงบไป ๑,๓๐๐ กว่าล้านบาท กรรมาธิการงงครับ เพราะเรื่องผ่านมาจากคณะรัฐมนตรี แสดงว่าคณะรัฐมนตรีเกรงใจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยใช่ไหมถึงได้ปล่อยมาถึงขนาดนี้ เมื่อกรรมาธิการ เห็นว่ามันไม่เปึนธรรม มันกระจุกตัว ท่านไตรรงค์ก็รับที่จะไปเรียนท่านนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการการกระจายอํานาจแก้ไขใหม่ แต่ผมยังไม่เชื่อใจครับ สมาชิกทั้งหลายก็ไม่เชื่อใจ เพราะอดีตที่ผ่านมาเห็นกันหยก ๆ ว่ามันไปกระจุกตัว แม้กระทั่งคราวนี้ก็ยังจัดมากระจุกอยู่ ๕-๖ จังหวัด ถ้าหลอกผ่านตากรรมาธิการได้ก็คง เรียบร้อยไปแล้ว จึงเปึนเหตุให้ท่านเจริญ จรรย์โกมล และสมาชิกอีกหลายคนเรียกร้อง ขอดูเอกสาร เปึนความชอบธรรมครับที่สมาชิกทั้งหลายต้องการที่จะเห็นเอกสารที่ระบุว่า โครงการทั้งหลายที่ได้รับงบไปนั้นเอาไปลงที่ไหนบ้าง นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียน เปึนประเด็นที่ ๒
ประเด็นที่สาม เหตุผลในการปรับลดงบประมาณของกระทรวงมหาดไทย ในส่วนของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นก็คือ เพื่อนสมาชิกผมพูดไปบ้างแล้วคือ ท่านจุลพันธ์ ขออนุญาตเอ่ยนาม แต่เวลาท่านน้อยผมขอเสริมอีกนิดหนึ่งในส่วนตรงนี้ก็คือ งบของท้องถิ่นที่จะได้รับป้นี้รัฐบาลกําหนด ๒๖.๕ เปอร์เซ็นต์ แต่มันมีงานนโยบาย ของรัฐบาลมาแฝงอยู่ มาเอางบในส่วนของท้องถิ่นไปถึง ๔๑,๒๕๑.๔๔ ล้านบาท ๔๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทเอาไปทําอะไรบ้าง เรียนฟรี ๑๕ ป้ ๗,๐๐๐ กว่าล้านบาท อสม. เชิงรุก ๒,๙๐๐ กว่าล้านบาท เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ๓๑,๐๖๘ ล้านบาท ท่านประธานครับ ทั้ง ๓ โครงการ ใครก็เห็นด้วยเปึนเรื่องที่ดี แต่ทําไมมาเอางบในส่วนของท้องถิ่น ๒๖.๕ เปอร์เซ็นต์ไป รัฐบาลทําเรื่องนี้เปึนป้ที่ ๒ แล้ว ป้แรกผมก็ทักท้วง ป้นี้ผมก็ต้อง ทักท้วงต่อ เพราะเรียนฟรีควรจะไปใช้งบของกระทรวงศึกษาธิการ อสม. เชิงรุกควรจะไป ใช้งบของกระทรวงสาธารณสุข เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุควรจะไปใช้งบของกระทรวงการพัฒนา สังคมและความมั่นคงของมนุษย์มันถึงจะถูกต้อง แล้วงบ ๔๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ก็ควรจะเปึนเงินของท้องถิ่นที่เขาจะได้ใช้เงินตามอํานาจหน้าที่ของเขาที่กําหนดไว้ นี่ก็คือ สิ่งที่ผมอยากจะเรียนเปึนประเด็นต่อมา
ประเด็นที่สี่ ที่ผมจําเปึนจะต้องปรับลดงบของกรมส่งเสริมการปกครอง ท้องถิ่นก็คือ กระทรวงมหาดไทยไม่ได้ให้ความสําคัญกับข้าราชการท้องถิ่น อาจจะให้ ความสําคัญกับนายก อบจ. ผู้บริหารท้องถิ่น แต่ตัวข้าราชการถูกละเลย ทําไมผมกล่าว เช่นนั้น เพราะรัฐบาลประกาศขึ้นเงินเดือนข้าราชการทั่วไปทั้งหมดเลย ๕ เปอร์เซ็นต์ ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมให้มีผลเมษายน ๒๕๕๔ แต่ข้าราชการท้องถิ่นไม่ได้รับผลอานิสงส์ จากโครงการนี้ เขาน้อยใจครับ ข้าราชการท้องถิ่นมีเท่าไรครับ มีเปึนแสนคน ข้าราชการประจํา ๑๑๕,๐๘๘ คน ลูกจ้างประจํา ๒๑,๘๗๒ คน พนักงานจ้าง ๑๖๗,๑๔๓ คน มีเปึนแสนครับ เขาซื้อสบู่ ยาสีฟัน น้ําปลา ยาสระผม ในราคาเดียวกับ ข้าราชการที่จะได้รับการขึ้นเงินเดือน ๕ เปอร์เซ็นต์ เขาน้อยใจ นอกจากนั้นสิ่งที่ทําให้งาน ของท้องถิ่นไม่เดินก้าวหน้าไปก็คือว่า คณะกรรมการ กฐ. หรือ คณะกรรมการมาตรฐาน บริหารงานบุคคลของท้องถิ่นหมดวาระตั้งแต่มิถุนายน ๒๕๕๑ เขาจะพิจารณาเรื่องแบบนี้ ละครับ ทั้งเรื่องการแต่งตั้ง เรื่องเงินเดือน สารพัด แต่ขณะนี้ว่างตั้งแต่ป้ ๒๕๕๑ เพราะอะไร เรื่องไปติดอยู่ที่คณะทํางานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยเห็นว่าพรรคพวกของตัวเองยังไม่ได้รับการแต่งตั้งหรืออย่างไรไม่ทราบ หรือมันติดขัดตรงไหนถึงไม่มีการแต่งตั้ง นายกรัฐมนตรีในฐานะประธานคณะกรรมการ การกระจายอํานาจปล่อยไว้ได้อย่างไรไม่ให้มีการบริหารของ กฐ. มาตั้งแต่เดือนมิถุนายน ๒๕๕๑ เปึนเรื่องที่เจ็บปวดอย่างยิ่ง ผมคิดว่าท้องถิ่นเขารับไม่ได้ในเรื่องนี้ครับ
ประเด็นที่ห้า เรื่องสําคัญครับท่านประธาน ผิดกฎหมาย มีการยกฐานะ เทศบาล ซึ่งมีผลต่อการจัดสรรงบประมาณให้กับท้องถิ่น คือการยกฐานะเทศบาลเมือง แม่สอด จังหวัดตาก เปึนเทศบาลนครแม่สอด อันเปึนเท็จ ท่านบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยปฏิบัติราชการแทนรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยได้ลงนามในประกาศกระทรวงมหาดไทย ลงวันที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๕๓ ยกฐานะเทศบาลเมืองแม่สอดเปึนเทศบาลนครแม่สอด ที่ผมว่าผิดกฎหมาย ก็เพราะ พ.ร.บ. เทศบาลกําหนดให้การยกฐานะเทศบาลเมืองเปึนเทศบาลนคร จะต้องมี ประชากรอย่างน้อย ๕๐,๐๐๐ คน แต่ประชากรของแม่สอดมี ๓๖,๐๐๐ คน ไม่ถึงเกณฑ์ ประกาศไปแล้วเมื่อวันที่ ๒๘ มีความพยายามที่จะแก้ไขแล้วแก้ได้ด้วย มีการไปแก้ไข ภายหลัง แต่ท่านประธานครับกฎหมายไม่สามารถย้อนหลังได้ เพราะได้มีการประกาศ ลงในราชกิจจานุเบกษาไว้ชัดเจนนะครับว่า เล่มที่ ๑๒๗ ตอนพิเศษ ๕๐ ง หน้า ๖ ลงวันที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๕๓ จะมาแก้ทีหลังอย่างไร ที่ผิดไปแล้วมันไม่สามารถลบล้างได้ แล้วการแก้ก็เปึนการลัดขั้นตอนอีก ผมลงรายละเอียดไม่ได้เพราะเวลาผมเหลือแค่ ๔ นาทีครึ่ง ยังมีเรื่องอื่นอีกมากมายนะครับ
ประเด็นที่หก เกี่ยวกับท้องถิ่น พิเศษหน่อยครับท่านประธาน เพราะเกี่ยวข้อง กับหลายหน่วยงาน นอกจากใช้งบท้องถิ่นแล้วยังรวมไปถึงการใช้งบของซีอีโอ (CEO) ของกรมที่ดิน ของหน่วยทหารพัฒนา ในเรื่องเดียวกัน ท่านประธานครับ ผมไม่เชื่อ ท่านเจริญ จรรย์โกมล ประธานคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร มาพูดในสภานี้ ๒ ครั้งแล้วก็เงียบไป ผมไม่เชื่อเพราะอะไร ท่านบอกว่า มีการใช้งบประมาณหลายหน่วยงานทําถนนสายเดียวเข้าไปยังที่ของรัฐมนตรีในรัฐบาลนี้ ใช้งบประมาณขององค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนม ๒,๒๕๐,๐๐๐ บาท ใช้งบซีอีโอ ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท ใช้งบหน่วยทหารพัฒนา ๓,๙๐๐,๐๐๐ บาท ทําถนนที่ไหน ที่ตําบลพะทาย อําเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม ท่านประธานครับ วันนี้ถ้าท่านกรรมาธิการ ไม่สอบถามท่านเจริญให้ชัดเจน ผมก็คิดว่าท่านเจริญเปึนคนใช้ไม่ได้ เพราะท่านเอาข้อมูลตรงนี้มาเป่ดเผย นอกจากนั้น ท่านเจริญยังพูดถึงเรื่องการใช้งบประมาณของกรมที่ดินที่ป์าดงพะทายว่ามีโครงการ ในการจัดทําจัดสรรที่ดินทํากินแปลงใหญ่ ๒๑,๕๐๐ ไร่ สําหรับให้เกษตรกรคนยากคนจน ครอบครัวละ ๑๐ ไร่โดยการจับสลาก ปรากฏว่ามีรัฐมนตรีในคณะรัฐบาลนี้ได้ไปคนเดียว ๗๐๐ ไร่ ผมไม่เชื่อต้องให้ความเปึนธรรมกับรัฐมนตรีท่านนั้น ท่านเจริญเอาอะไรมากล่าว ต่อที่ประชุมแห่งนี้ ท่านรัฐมนตรีถึงขนาดให้เวลาท่านเจริญ ๑ เดือน ในการเอาเรื่องนี้ มาเคลียร์ ผมเปึนคนอยู่ในพื้นที่ ราษฎรสอบถามมามาก ผมทนไม่ได้ครับ ผมจําเปึน ที่จะต้องเอาเรื่องนี้มาติดตาม แล้วก็วันนี้มีการถ่ายทอดก็คงจะได้นําไปสู่การพิจารณา หาข้อเท็จจริง หากเปึนจริงก็จะต้องปรับลดงบประมาณของกระทรวงมหาดไทยลง ๕ เปอร์เซ็นต์
ในประเด็นสุดท้ายครับท่านประธาน เรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ ผมอภิปรายมามากแล้วเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ มันพูดกันไปก็อ้างโน่นอ้างนี่ แต่ขณะนี้มีใบเสร็จครับท่านประธาน ใบเสร็จก็คือคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม ของสํานักงาน ก.พ. ได้ขอให้กระทรวงมหาดไทยยกเลิกคําสั่งแต่งตั้งนายอําเภอ ระดับ ๙ ๔๑ คนเปึนเรื่องที่กระเทือนไปทั้งกระทรวงมหาดไทย เพราะผู้ที่เป่ดประเด็นเรื่องนี้เปึนถึง อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทยที่มีความเปึนห่วงกระทรวงที่ตัวเองเคยอยู่ คือท่านพงศ์โพยม วาศภูติ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย ผมต้องขอชื่นชมท่าน ผู้ที่ลงนามในคําสั่งแต่งตั้ง ก็คือท่านมานิต วัฒนเสน ปลัดกระทรวงมหาดไทย ท่านประธานคงจําได้ ผมเคยอภิปราย ในสภาแห่งนี้เมื่อครั้งท่านมานิตเปึนอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ผมเปึน อนุกรรมาธิการท้องถิ่นและจังหวัด ท่านมาตอบอนุกรรมาธิการว่าตัวท่านเองเหมือนกับ คนเฝัาสวน มีหน้าที่เฝัาสวน คอยกรีดยางตามแต่เจ้านายจะสั่ง ท่านมานิตใจกล้ามาก ผมต้องชื่นชมท่าน ท่านใจกล้า เพราะท่านบอกว่าเจ้านายของท่านคือลูกของท่านประธาน ท่านพูดอย่างนี้จริง ๆ แล้วท่านก็ได้ดิบได้ดีเปึนปลัดกระทรวงมหาดไทย วันนี้ท่านต้องรับ