อนุสรา จี้ลดงบสาธารณสุข 10% แก้ความเหลื่อมล้ำ-สร้าง รพ.ประจำอำเภอ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๓

อนุสรา ยังตรง เสนอปรับลดงบประมาณกระทรวงสาธารณสุข 10% เพื่อแก้ปัญหาความไม่เท่าเทียมในการจัดสรรและควรกระจายตามจำนวนประชากรกับลักษณะพื้นที่อย่างทั่วถึง พร้อมทั้งหารือปัญหาประชากรแฝงในนิคมอุตสาหกรรมโดยเรียกร้องให้รัฐบาลสนับสนุนไทยแลนด์เมดิคัลฮับเพื่อเพิ่มรายได้ และเสนอการปรับลดงบประมาณ 2,000 ล้านบาทเพื่อสร้างโรงพยาบาลประจำอำเภอในชนบท โดยเน้นย้ำเรื่องหลักประกันสุขภาพ การคุ้มครองอาสาสมัครฉุกเฉิน และการไม่เลือกปฏิบัติต่อพื้นที่สีแดงเพื่อให้แผนปรองดองสำเร็จ

นางอนุสรา ยังตรง กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานค่ะ ดิฉัน อนุสรา ยังตรง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการค่ะ สําหรับงบประมาณในส่วนของกระทรวงสาธารณสุขในมาตรา ๒๓ นี้ ตั้งไว้ ๘๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ดิฉันขอปรับลด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ก็คือ ๘,๐๐๐ กว่าล้านบาท เหตุผลที่ดิฉันจําเปึนต้อง ปรับลดเพราะว่าดิฉันเองไม่อยากที่จะให้เปึนเยี่ยงอย่าง เพราะสําหรับในกระทรวงสาธารณสุข แล้วจริง ๆ แล้วมันเปึนกระทรวงของความเปึนความตายค่ะ ตั้งแต่เราที่เปึนมนุษย์เกิดขึ้นมา เกิด แก่ เจ็บและตายจําเปึนที่จะต้องพึ่งพากระทรวงนี้ตั้งแต่ต้นเปึนต้นมา แต่กระทรวงนี้ ลักษณะของการจัดงบประมาณแล้วกลับกระจุกตัวในบางท้องที่เท่านั้น ดิฉันเองก็ทราบว่า ควรจะมีเกณฑ์ที่ดีในการจัดสรรงบประมาณ เพื่อที่จะให้งบประมาณนี้ไปทั่วถึงในทุก ๆ พื้นที่ ของประเทศไทย และลักษณะการจัดงบเช่นนี้ดิฉันสังเกตดูจากสมุดสีขาวคาดแดง ปรากฏว่า งบกระจุกตัวค่ะ บางจังหวัดได้งบต่อเนื่องแล้ว แล้วก็ยังได้ต่อเนื่องมาอีกเรื่อย ๆ บางจังหวัด ได้เปึนสิบกว่าโรงด้วยกัน ขออนุญาตยกตัวอย่างสัก ๑ จังหวัดด้วยกัน ก็คือจังหวัดนครราชสีมา นั่นเอง เพราะจังหวัดนี้เยอะเหลือเกินสําหรับอาคาร คสล. แล้วก็อาคารต่าง ๆ นานา ที่มาอยู่ที่นี่ ในขณะที่บางท้องที่ไม่มีอาคารที่จะได้รับ ลักษณะของการจัดงบประเภทนี้ ก็ถือว่ารัฐบาลไม่ให้ความเปึนธรรม แล้วถ้าเกิดว่าเรามาดูแล้วกรอบการคิดอาจจะไปดู ลักษณะของประชากรที่อยู่ในจังหวัดนั้น ๆ ว่ามากน้อยแค่ไหน ดิฉันไม่เถียงถ้าเกิดว่า ประชากรจํานวนมาก มี ส.ส. จํานวนมากก็จําเปึนที่จะต้องได้รับอาคารแล้วก็ครุภัณฑ์ มากมายตามเข้าไปด้วย แต่สิ่งถัดมาที่เราควรจะคํานึงถึงก็คงในเรื่องของจังหวัดนั้น เปึนจังหวัดท่องเที่ยวหรือเปล่า ถ้าเปึนจังหวัดแห่งการท่องเที่ยว เช่น จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดภูเก็ตหรืออะไรก็แล้วแต่ที่ต่างประเทศจะต้องเข้ามาหรือคนไทยไปคลายเครียดกัน เราก็จําเปึนที่จะต้องมีโรงพยาบาลรักษาอยู่ที่นั่นให้ครบถ้วน

แล้วประเด็นถัดมาในเรื่องของบางจังหวัดที่เปึนจังหวัดของอุตสาหกรรม อันนี้ต้องดูแลเปึนพิเศษ เพราะว่าจังหวัดอุตสาหกรรมไม่เพียงแต่มีประชากรสํามะโนในจังหวัดนั้น ๆ เท่านั้น แต่ยังมีประชากรแฝงอีกมากมาย ดิฉันขอยกตัวอย่างเช่นว่าในนิคมอุตสาหกรรม พระนครศรีอยุธยาก็ดีค่ะ ในนิคมอุตสาหกรรมปทุมธานี แล้วก็นิคมอุตสาหกรรม ในจังหวัดสมุทรปราการของดิฉัน เปึนต้น อย่างเช่นว่าในจังหวัดสมุทรปราการนะคะ ยกตัวอย่างง่าย ๆ เลย ประชากร ๑,๒๐๐,๐๐๐ คน ปรากฏว่าท่านทราบไหมคะว่า มีประชากรแฝงเท่าไรคะ ประชากรแฝง ๘๐๐,๐๐๐ คนค่ะ จํานวนมากเหลือเกิน จํานวนนี้มาจากไหนคะ ก็มาจากพี่น้องประชาชนที่อยู่ภาคอีสานมาค้าแรงงานในจังหวัด อุตสาหกรรมนั่นเอง แล้วก็ยังพี่น้องชาวต่างประเทศอีก ไม่ว่าจะเปึนเขมร ลาว พม่า ญวน มากันหมด เพราะฉะนั้นแล้วสาธารณูปโภคต่าง ๆ ไม่ได้รองรับบุคคลที่มาอยู่เปึนประชากร แฝงที่นี่ เปึนปัญหาอย่างใหญ่หลวงค่ะสําหรับจังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดที่ขยายตัว และเปึนจังหวัดที่เปึนเมืองท่าของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิแห่งประเทศไทย ดิฉันก็ขอให้ คิดคํานึงถึงเรื่องนี้ด้วยนะคะ

ประเด็นถัดมา เวลาของดิฉันมีน้อยเหลือเกินค่ะ ในเรื่องของประเทศไทย ก็คือว่าอยากจะให้ส่งเสริมไทยแลนด์ เมดิคัล ฮับ (Thailand medical hub) ให้ประเทศไทย เปึนศูนย์กลางทางการแพทย์ขึ้นมา เพราะว่าไทยมีศักยภาพมากแล้วก็เปึนประเทศ ที่น่าท่องเที่ยว น่าจะเปึนอันดับต้น ๆ ด้วยซ้ําไป ตอนนี้เห็นว่าส่งเสริมเฉพาะเอกชนที่มี ความสามารถ อย่างเช่น โรงพยาบาลสมิติเวช โรงพยาบาลกรุงเทพ โรงพยาบาลบํารุงราษฎร์ จริง ๆ แล้วทั้งแพทย์แผนไทยแล้วก็แพทย์แผนโบราณคนต่างประเทศก็ต้องการที่จะนํา เงินตราเข้ามาให้ประเทศไทยทั้งนั้น โดยเฉพาะสถิติในป้ ๒๕๔๕ มีคนมาใช้ทางการแพทย์ ของเรา ๖๓๐,๐๐๐ คน และในป้ ๒๕๕๓ ถ้าเกิดสถานการณ์ทางการเมืองดีนะคะ น่าจะมาถึง ๒,๐๐๐,๐๐๐ คน ซึ่งทํารายได้น่าจะประมาณ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาทโดยประมาณ ก็อยากจะให้รัฐบาลคิดคํานึงถึงค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่จะนําพารายได้ที่ดีให้กับประเทศไทยค่ะ

ประเด็นถัดมา ในเรื่องของสํานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งประเทศไทย จริง ๆ แล้วตั้งมาตั้งแต่สมัยดอกเตอร์ทักษิณ ชินวัตร ๓๐ บาทรักษาทุกโรค ดิฉันไม่ได้ ว่าอะไรค่ะ จะเก็บหรือไม่เก็บก็ได้ แต่ถ้าคิดนะคะ ถ้าเก็บบ้างเงินที่เปึนส่วนต่างก็น่าจะ เปึนสวัสดิการที่ดีให้กับบุคลากรภายในโรงพยาบาลเอาไว้กินไว้ใช้เปึนค่าล่วงเวลา เปึนขวัญกําลังใจให้กับพวกเขา ก็เปึนสิ่งที่ดีเช่นกัน อีกอย่างหนึ่งค่ะดิฉันเองก็ไม่ได้ อยากจะให้คนมารับการรักษามาก ๆ แต่ดิฉันอยากจะเสริมสร้างสุขภาพพลานามัย ให้สมบูรณ์แข็งแรงมากกว่าที่จะมาซ่อมแซมร่างกาย เพราะฉะนั้นก็ถูกต้องบางส่วน ที่รัฐบาลจะสนับสนุนนโยบายประกันสุขภาพสังคม แล้วก็ส่งเสริมสุขภาพระยะยาว ให้กับประชาชน

ประเด็นถัดมา ในเรื่องของควรจะส่งเสริมสถาบันที่จะสร้างบุคลากร ทางการแพทย์แล้วก็พยาบาลขึ้นมา เพราะปัจจุบันนี้ทุกที่มีปัญหาร้องเรียนมาว่า ทั้งแพทย์แล้วก็พยาบาลขาดแคลนค่ะ อย่างที่ท่านผู้อภิปรายท่านที่หนึ่งบอกไว้แล้ว นะคะว่าแพทย์ขาดแคลนเมื่อเราเทียบกับต่างประเทศเปึนจํานวนมาก แล้วถ้าเรามาเทียบ ที่โรงพยาบาลสมุทรปราการนะคะ เท่าตัวกันสําหรับพยาบาลที่ขาดแคลนไป ดิฉันคิดว่า จําเปึนแล้วและถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยจําเปึนที่จะต้องสร้างบุคลากรที่สําคัญเหล่านี้ ขึ้นมาให้กับประเทศไทยค่ะ

ประเด็นถัดมานะคะ ในเรื่องความปลอดภัยของอาสาสมัครทางการแพทย์ ฉุกเฉินที่ไปช่วย อย่างที่วัดปทุมวนาราม ทําไมสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เราไม่มีการคุ้มครอง แล้วก็ อาสาสมัครที่ไปช่วยในการสลายการชุมนุมก็ไม่สามารถที่จะรู้ได้เลยว่าใครเปึนคนฆ่าเขา ทั้งที่ต่างประเทศนะคะ ลักษณะอย่างนี้เขาจะไม่ทําให้เกิดขึ้น ของเรารู้สึกจะขึ้นกับสถาบัน การแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ งบประมาณก็ ๑๖๔ ล้านบาท แต่ว่าทางแพทย์ฉุกเฉิน กลับไม่ได้ส่งแพทย์ฉุกเฉินไป มีอาสาสมัครเข้าไป แต่ก็ทําให้ผู้ที่มีใจอาสาเสียชีวิตแล้วก็ ไม่ทราบว่าใครยิงเขานะคะ

แล้วก็น่าจะเกือบสุดท้ายแล้วค่ะ วันนี้คณะกรรมาธิการช่วยปรับลด งบประมาณลงไปประมาณ ๒,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อที่จะไปสร้างโรงพยาบาลประจําอําเภอ ที่ยังขาดแคลนอยู่นะคะ ดิฉันอยากจะให้รัฐบาลเห็นใจคนชนบทด้วยกัน เพราะว่า ทุก ๆ อําเภอก็มีความหมายกับทุก ๆ คน ดิฉันเองไม่คิดว่าสิ่งที่จังหวัดสมุทรปราการ ไม่ได้งบประมาณมาเพราะว่าเราเปึนพื้นที่สีแดง อย่าให้ทุกคนคิดเช่นนั้นนะคะ เพราะไม่เช่นนั้นแล้ว แผนการสมานฉันท์ของท่านก็จะไม่บังเกิด และแผนการปรองดองของท่านก็จะไม่สัมฤทธิผล เช่นกันค่ะ ขอขอบคุณค่ะ