สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๓

เปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข เสนอการปรับลดเงินงบประมาณกระทรวงสาธารณสุข 5% เนื่องจากไม่เห็นด้วยกับการจัดสรรงบประมาณหลายโครงการ รวมถึงการยกเลิกโครงการโรงพยาบาลชุมชน และขาดแคลนบุคลากร เช่น แพทย์และทันตแพทย์ นอกจากนี้ยังกล่าวถึงการซื้อครุภัณฑ์เครื่องมือแพทย์ที่ไม่เหมาะสม และขอเสนอตัดเสียและปรับลดงบประมาณของกระทรวงสาธารณสุขลง ๕ เปอร์เซ็นต์

นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข เลย

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ดิฉันได้ขอสงวนคําแปรญัตติปรับลดงบประมาณกระทรวงสาธารณสุข ๕ เปอร์เซ็นต์ เปึนเงินที่ปรับปรุงประมาณ ๔,๔๑๖ ล้านบาทเศษ สาเหตุเนื่องจากดิฉันไม่เห็นดีด้วยกับ การจัดสรรงบประมาณของกระทรวงสาธารณสุขหลาย ๆ ประเด็น หลาย ๆ โครงการนะคะ ไม่ว่าจะเปึนประเด็นแรกเกี่ยวกับเรื่องโครงการอาคารบ้านพักข้าราชการ แล้วก็แพทย์ พยาบาล หอพักนักศึกษาแพทย์ ซึ่งส่วนนี้ดิฉันรู้สึกว่าทางผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข มิได้เรียงลําดับความสําคัญเกี่ยวกับเรื่องปัญหาของพี่น้องประชาชน ดิฉันว่าอําเภอที่ไม่มี โรงพยาบาลควรที่จะได้โรงพยาบาลทุก ๆ อําเภอก่อนจึงจะมีบ้านพักให้กับข้าราชการ แพทย์ พยาบาล หรือแม้นกระทั่งนักศึกษาแพทย์ แล้วดิฉันเห็นว่าที่พักของข้าราชการ ทางกระทรวงสาธารณสุขปัญหานี้ทางผู้บริหารกระทรวงก็สามารถแก้ไขได้ โดยการเช่า บ้านพัก แฟลต หรือว่าอพาร์ตเม้นต์ที่อยู่ใกล้กับโรงพยาบาลให้กับทางบุคลากรของท่าน ก่อนนะคะ ทางโรงพยาบาลของแต่ละอําเภอไม่มีก็ควรที่จะนํางบประมาณมาแก้ไขปัญหา ส่วนนี้ เพราะว่าถ้าแต่ละอําเภอมีความลําบากเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพร่างกาย ชีวิตความเปึนอยู่ ของพี่น้องประชาชน และมีส่วนหนึ่งที่เกี่ยวพันกับการสร้างโรงพยาบาลก็คือมีช่วงหนึ่ง ทางรัฐบาลนี้ที่ได้เข้ามาเปึนรัฐบาลใหม่ ๆ ได้มีนโยบายเกี่ยวกับเรื่องการออกพระราชกฤษฎีกา กู้เงิน แล้วก็มีเกี่ยวกับเรื่องโครงการไทยเข้มแข็งของกระทรวงสาธารณสุข ก็ได้เสนอ โครงการสร้างโรงพยาบาลชุมชนในอําเภอ ๖๘ แห่งที่ไม่มีโรงพยาบาล ประชาชนในชนบท ต่างก็ดีใจและมีความหวัง แต่ภายหลังรัฐบาลก็ได้มายกเลิกการกู้เงินตรงนี้ ทําให้โครงการ โรงพยาบาลชุมชนก็ถูกยกเลิกไป แต่ดิฉันได้มาทราบว่าทางโรงพยาบาลชุมชนนี้ไม่ได้ถูก ยกเลิก ก็จะได้มีการนําโครงการนี้เข้ามาสู่งบประมาณรายจ่ายประจําป้ ๒๕๕๔ แต่ก่อน ดิฉันเคยหารือในสภาผู้แทนราษฎรผ่านไปว่ามีอําเภอหนึ่งคืออําเภอหนองหินในจังหวัดเลย ของดิฉันไม่มีโรงพยาบาล มีความยากลําบากเกี่ยวกับเรื่องระยะทางที่โรงพยาบาลหนองหินนี้ ไม่มีโรงพยาบาลเปึนของตนเอง มีแต่สถานีอนามัย ถ้ามีการเจ็บไข้ได้ป์วยต้องเดินทางไป รักษาพยาบาลที่อําเภอภูกระดึงซึ่งระยะทางไกลถึง ๓๐ กิโลเมตรเศษ แต่ว่าถ้าโรงพยาบาล ที่ภูกระดึงไม่สามารถที่จะรักษาได้ต้องส่งต่อไปถึงโรงพยาบาลเมืองเลย ระยะทาง ๑ เที่ยว เกือบ ๑๓๐ กว่ากิโลเมตร นี่คือปัญหาทําให้ทางอําเภอหนองหินซึ่งมีพี่น้องจํานวน ๒๐,๐๐๐ กว่าคนต้องการโรงพยาบาลมาก และการที่ไม่มีโรงพยาบาลพี่น้องประชาชน ในอําเภอหนองหินได้รับความเดือดร้อนสูญเสียงบประมาณในการเดินทางและเสี่ยงต่อ การเสียชีวิตเปึนอย่างยิ่ง ดิฉันเคยได้รับหนังสือตอบรับจากกระทรวงสาธารณสุขมาว่า ปัญหาที่ดิฉันได้เคยหารือไปนั้นจะได้รับการแก้ไข จะได้รับโรงพยาบาล แต่แล้วเมื่อมา ยกเลิก พ.ร.ก. เงินกู้แล้วก็ทําให้ไม่ได้รับโรงพยาบาล ทําให้ก่อนหน้านั้นดิฉันพอได้รู้ ดิฉัน ได้ไปบอกพี่น้องประชาชนว่าจะได้โรงพยาบาลก็เหมือนกับดิฉันไปโกหกพี่น้องประชาชน ตรงนี้ก็ขอตําหนิทางกระทรวงสาธารณสุขที่มีนโยบายไม่มั่นคงเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ทําให้ ตัวดิฉันก็เดือดร้อนไปด้วย ดิฉันมั่นใจว่าเหตุการณ์ที่ดิฉันได้พูดไปนี้ไม่ได้เกิดที่อําเภอหนองหิน จังหวัดเลยที่เดียว ยังเกิดกับ ๖๗ อําเภอ ที่มีพี่น้องประชาชนอีกประมาณล้านกว่าคนที่อาศัยอยู่ ในอําเภอที่ไม่มีโรงพยาบาลคงจะเจ็บปวดสิ้นหวัง แล้วก็ต้องรอคอยโรงพยาบาลต่อไปนะคะ

แล้วมีอีกประเด็นหนึ่ง ที่ดิฉันขอพูดถึงเกี่ยวกับเรื่องนโยบายโรงพยาบาล ส่งเสริมสุขภาพตําบล ซึ่งนโยบายนี้เปึนของกระทรวงสาธารณสุขที่พยายามจะเร่งรัด การดําเนินงานที่จะเปลี่ยน สถานีอนามัยทั่วประเทศให้เปึนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบล ทําให้เกิดความสับสน ของประชาชนที่คาดหวังการให้บริการสถานีอนามัยที่จะเปลี่ยนแปลงให้มีศักยภาพ การให้บริการที่ดีขึ้น วัสดุครุภัณฑ์ที่ดีขึ้น งบประมาณมาปรับปรุงสถานีอนามัย หรือ มีการสร้างสถานีอนามัยเพิ่มขึ้น ก็จะได้แต่อาคารที่ดีและโอ่อ่ามากขึ้น แต่ว่าสิ่งหนึ่งที่สําคัญ ก็คือบุคลากรที่จะบริการยังขาดแคลน เช่น แพทย์ไม่เพียงพอในการหมุนเวียนให้บริการ ในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบล บุคลากรด้านอื่น ๆ ก็ไม่เพียงพอ แนวทางการให้บริการ ประชาชนก็เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา เจ้าหน้าที่ก็สับสน ประชาชนยิ่งสับสนใหญ่ตรงนี้ แล้วอีกส่วนหนึ่งซึ่งสําคัญก็คือการซื้อครุภัณฑ์เครื่องมือแพทย์ที่จะมาให้กับโรงพยาบาล ส่งเสริมสุขภาพตําบล งบประมาณทั้งหมด ๒,๘๓๓ ล้านบาทเศษลงโรงพยาบาลส่งเสริม สุขภาพตําบล ๘,๔๑๐ แห่ง ดิฉันได้ดูครุภัณฑ์แล้วมีบางส่วนที่ไม่เหมาะสมที่จะซื้อก็คือ ครุภัณฑ์ด้านทันตกรรมที่จะไปให้กับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบล ดิฉันว่าไม่เหมาะสม และชุดหนึ่งราคาถึง ๖๑๕,๐๐๐ บาท ราคาสูงมาก แต่ดิฉันกลัวว่าจะไม่มีหมอหรือทันตแพทย์ ไปรักษาฟันให้กับพี่น้องประชาชนในสถานีอนามัยนั้นนะคะ เพราะฉะนั้นตรงนี้ดิฉัน ขอเสนอตัดเสีย แล้วก็นโยบายเกี่ยวกับเรื่องโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบลไม่ได้ เปลี่ยนแปลงการบริการไปจากเดิม เพียงแต่เปลี่ยนปัายจากการเปึนสถานีอนามัย เปึนโรงพยาบาลเท่านั้น ดังนั้นจึงขอปรับลดงบประมาณของกระทรวงสาธารณสุขลง ๕ เปอร์เซ็นต์ เปึนเงิน ๔,๔๑๖ ล้านบาทเศษ กราบขอบพระคุณค่ะ