สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓

วัชระ เพชรทอง หารือเรื่องร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเด็กและเยาวชน และเรียกร้องการสนับสนุนจากทุกฝ่ายที่จะช่วยแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในหมู่เด็กและเยาวชน

นายวัชระ เพชรทอง กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ตามที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่าน ส.ส. นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ได้อภิปรายไปแล้วนั้น ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า ความคิดที่ดีและหวังดีต่อเด็กและเยาวชน อย่างท่าน ส.ส. นิพิฏฐ์นั้นคงไม่ได้มีคนเดียว ในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ผมเป็นคนหนึ่งที่เห็นด้วยกับท่าน ส.ส. นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ และอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าในฐานะที่เป็นกรรมาธิการในการร่างกฎหมาย ฉบับนี้ด้วยนั้น อยากจะกราบเรียนท่านประธานให้ได้ทราบว่าในชั้นการร่างกฎหมายนั้น ปรากฏว่ามีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบางท่านก็กล่าวในทํานองดูถูกดูแคลนศาล กล่าวหาว่าศาลนั้นซื้อได้ กล่าวหาว่าศาลนั้น ๒ มาตรฐาน กล่าวหาว่าศาลนั้นใช้ไม่ได้ ผมนั่งอยู่ในที่ประชุมด้วย และได้เห็นบรรดาท่านผู้พิพากษาผู้หลักผู้ใหญ่ก็สงบปาก สงบคํา ไม่ได้โต้แย้งอะไรแม้แต่คําเดียว ผมเข้าใจว่าศาลเหล่านั้นท่านเข้ามาร่างกฎหมาย เพื่อที่จะคุ้มครองเด็กและเยาวชนจริง ๆ ไม่ประสงค์ที่จะต่อล้อต่อเถียงกับบรรดา ท่านกรรมาธิการผู้ทรงเกียรติทั้งหลาย ท่านประธานที่เคารพครับ แม้กระทั่งในชั้น การร่างกฎหมายก็ยังมีการดูถูกดูแคลนศาลยุติธรรม อย่างที่ผมได้กราบเรียน ท่านประธานไปแล้วว่าศาลนั้นเป็ นที่พึ่งของสังคมไทย และศาลมีมาตรฐาน ไม่มี ๒ มาตรฐาน ศาลไม่ได้ถูกซื้อแบบศาลการเมืองบางยุคบางสมัย ท่านประธาน ที่เคารพครับ เมื่อมาพิจารณาในมาตรา ๑๓๓ ครั้งที่แล้วผมก็อยากจะลุกขึ้นมาพูด แต่เนื่องด้วยว่าท่านประธานได้สั่งปิดการประชุมไปก่อน ผมอยากจะกราบเรียนว่า เพื่อนสมาชิกบางคนก็ลุกขึ้นมาอภิปรายกล่าวหาว่าร่างกฎหมายฉบับนี้ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ท่านประธานที่เคารพครับ ประธานคณะผู้ร่างกฎหมายฉบับนี้นั้นคือท่านอาจารย์ ดอกเตอร์เจริญ คันธวงศ์ มีประวัติดีงามขนาดไหน คงไม่ต้องสาธยายกัน ท่านเป็นหนึ่ง ในผู้เรียกร้องรัฐธรรมนูญ ตั้งแต่วันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ เป็น ๑ ใน ๑๐๐ คนครับ ที่ยังเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอยู่จนถึงวันนี้ และยังมีคณะผู้พิพากษาหลายท่าน ซึ่งล้วนแต่เชี่ยวชาญเรื่องกฎหมายเด็กและเยาวชน และรวมถึงกฎหมายรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นเป็นไปไม่ได้เลยครับที่กฎหมายมาตราใดมาตราหนึ่งจะขัดต่อกฎหมาย รัฐธรรมนูญไม่ว่ามาตราใดก็ตาม และนอกจากนี้ยังมีการกล่าวหากันอีกว่า ในมาตรา ๑๓๓ ข้อนี้ ข้อนั้น ข้อโน้น ละเมิดสิทธิมนุษยชน ท่านประธานที่เคารพครับ ถามว่าละเมิดสิทธิมนุษยชนตรงไหน ที่ห้ามไม่ให้เด็กและเยาวชนนั้นไปคบหากับคนที่จะ นําไปสู่ในทางที่กระทําความผิด หรือเข้าไปในที่มีการมั่วสุมที่ง่ายต่อการกระทําความผิด มันละเมิดสิทธิมนุษยชนตรงไหนครับ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นผมอยากจะ กราบเรียนท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการว่า ผมนั้นเห็นด้วยกับท่าน ส.ส. นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ และยังเห็นด้วยว่าการกําหนดคุ้มครอง ไปถึงอายุ ๒๔ ปีนั้นเป็นประโยชน์ต่อเด็กและเยาวชนอย่างแน่นอน แม้นว่าจะมีวิปรัฐบาล จะได้มีมติไปแล้วก็ตามว่าให้เหลือแค่ ๒๐ ปี ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะ กราบเรียนท่านประธานไปยังพี่น้องประชาชนทั่วประเทศว่า เด็กอายุ ๒๐ ปีในวันนี้ ในสภาพสังคมไทยเป็นอย่างนี้ กระแสวัฒนธรรมตะวันตก กระแสวัฒนธรรมประเทศญี่ปุ่น ประเทศเกาหลีแพร่เข้ามาระบาดอย่างนี้ เด็กมีการกระทําที่รุนแรง ท่านประธานครับ เด็กอายุ ๒๐ ปีวันนี้ ในสมัยที่ท่านประธานอายุครบ ๒๐ ปี ท่านประธานตั้งหลักได้แล้ว ตั้งครอบครัวได้แล้ว แต่เด็กอายุ ๒๐ ปี วันนี้ตั้งไข่ได้แล้วหรือยัง ท่านประธานครับ สมัยท่านประธานอายุ ๒๐ ปี ท่านประธานบรรลุนิติภาวะอย่างแน่นอน แล้วท่านประธานนั้น มีสติรู้ดี รู้ชอบ และได้เข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ไปบวชเป็นคนที่สุกแล้ว พระพุทธเจ้าว่าสุกแล้ว นั่นก็คือว่ารู้ว่าอะไรถูก อะไรผิด อะไรควร อะไรไม่ควร รู้ธรรมะขององค์สมเด็จพระศาสดา แต่ท่านประธานครับ เด็กทุกวันนี้ผมนั้นเป็ น ส.ส. อายุสี่สิบกว่าปี ใกล้ชิดกับเด็ก และเยาวชน บิดามารดา ผู้ปกครองในเขตหนองแขม เขตบางแค เขตภาษีเจริญ บอกผมว่าเด็กทุกวันนี้อายุ ๒๐ ปีปกครองมันไม่ได้ เป็นเด็กเหลือขอ พ่อแม่ห้ามอะไร ก็ไม่ฟัง สั่งอะไรก็ไม่ทํา ท่านประธานครับ เด็กที่มีปัญหาไม่ว่าจะเป็นการทะเลาะวิวาท ตบตีกันแย่งผู้ชาย อย่างที่มีคลิป (Clip) ปรากฏตามหน้าหนังสือพิมพ์ หรือเด็กที่ไป รวมกลุ่มกันที่เขาเรียกว่าเด็กแว๊นหรือไปแข่งรถมอเตอร์ไซค์กัน เพื่อพนันให้ผู้หญิง ที่ซ้อนท้ายนั้นเป็นไปเป็นของอีกฝ่ำยหนึ่งที่ชนะ หรือเด็กที่ติดยาเสพติด ติดยาบ้า มีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันสมควร หรือว่าเด็กที่ท้องคือมีครรภ์ในขณะนี้ เด็กอายุ ตํ่ากว่า ๒๐ ปี ประทานโทษครับท่านประธาน ไม่ใช่ว่า ๑๕ ปีลงไปนั้นตั้งครรภ์เป็นจํานวน นับเกือบแสนรายเป็นเพราะอะไร ท่านประธานครับ นี่คือปัญหาของสังคม และเป็นปัญหา ที่สังคมเราจะต้องแก้ไข อายุ ๒๐ ปีในปัจจุบันไม่ได้หมายความว่าจะมีคุณวุฒิ วัยวุฒิ วุฒิภาวะเทียบเท่ากับเด็กและเยาวชนอายุครบ ๒๐ ปีเหมือนกับในอดีต เหมือนกับ ในยุคท่านประธานหรือในยุคของท่านกรรมาธิการ แต่สังคมทุกวันนี้นั้นมันวิปริต แล้วเป็น สังคมที่ผมคิดว่าศาลควรที่จะเข้ามาคุ้มครองและดูแลเด็ก ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเข้าใจดีว่าการที่คณะกรรมาธิการได้ไปแก้ไขเปลี่ยนแปลงในมาตรา ๑๓๓ ทั้งหลาย ทั้งปวงทั้งสิ้นนี้ก็เพื่อที่จะไม่ให้ขัดแย้งต่อกรรมาธิการเสียงข้างน้อยซึ่งไปลอบบี้ (Lobby) วิปรัฐบาลเอาไว้ให้เป็นไปตามนั้น ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะกราบเรียนว่า เรื่องนี้ถ้าได้เข้าสู่ใน อย่างเช่นท่านประธานนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ซึ่งป็ นประธาน ฝ่ายกฎหมายของพรรคประชาธิปัตย์ได้พิจารณาก่อนก็คงจะไม่ออกมาเป็นอย่างนี้ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า ทัศนะในการร่างกฎหมายก็ไม่ควรที่จะ ดูถูกดูแคลนศาลยุติธรรมหรือกล่าวหาศาลยุติธรรมต่าง ๆ นานา เพราะทุกวันนี้ศาล เป็นที่พึ่งสุดท้ายของสังคมไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมจึงอยากจะกราบเรียน ท่านประธานว่า ร่างกฎหมายในมาตรา ๑๓๓ และมาตราอื่น ๆ ที่ผ่านมานั้น นอกจาก ไม่ขัดต่อกฎหมายไม่ว่ามาตราใด ๆ แล้วยังไม่เป็ นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอีกด้วย และท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า ในกรณีที่ศาล ได้ยกฟ้ องหรือเห็นว่าเด็กและเยาวชนไม่มีความผิดนั้น ท่านประธานครับ ท่าน ส.ส. นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ก็ได้กล่าวไปแล้ว เนื่องด้วยศาลได้พิจารณาอย่างเมตตาธรรม และเห็นว่า พยานโจทก์ไปไม่ถึง พยานหลักฐานไปไม่ถึง เมื่อพยานหลักฐานไปไม่ถึง พยานโจทก์ ไปไม่ถึงก็ต้องยกฟ้ อง แต่มาตรการในการคุ้มครองและดูแลเด็กจะดูแลเพียงแค่ ๒๐ ปี กระนั้นหรือครับท่านประธาน อย่างที่เอกสารของฝ่ำยวิชาการได้แจกในที่ประชุม สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ว่าเด็กและเยาวชนได้มีโอกาสเติบโตทางด้านสมองไปจนถึงอายุ ๒๒ ปีหรือ ๒๓ ปี ๒๔ ปี ก็ควรที่จะให้เด็กและเยาวชนได้อยู่ภายใต้การดูแลของศาล ซึ่งผมถือว่าไม่ได้เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนแต่อย่างใด เพราะอะไรครับท่านประธาน เพราะสังคมทุกวันนี้มันเหลวแหลกเกินกว่า ที่จะปล่อยให้พ่อแม่ ผู้ปกครองดูแลอยู่ได้เพียงลําพัง นอกจากนี้ท่านประธานครับอย่าว่า แต่พ่อแม่ ผู้ปกครองในบ้านยังดูแลไม่ได้ครับ ประธานชุมชนก็ยังดูแลไม่ได้ ประธาน หมู่บ้านก็ยังดูแลไม่ได้ พ่อแม่เหล่านั้นต้องมาบอก ส.ส. บอกให้ไปช่วยพูดกับลูกหน่อย ท่านประธานที่เคารพครับ เพราะฉะนั้นผมเห็นว่าศาลยุติธรรม ถ้าได้มีโอกาส มีมาตรการ ในการคุ้มครองและดูแลเด็กและเยาวชนไปจนถึงอายุ ๒๔ ปี ก็จะเป็นประโยชน์ต่อ สังคมไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ณ เวลานี้ถ้าไม่ให้ศาลได้ดูแลเด็กและเยาวชน ไปจนถึงอายุ ๒๔ ปี จะเป็นการทําร้ายหรือหวังดีกับเด็กและเยาวชน ผมว่าประวัติศาสตร์ ในอนาคตจะเป็นผู้ตัดสิน และผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในกรุงเทพมหานคร คนหนึ่งที่ขออภิปรายไว้ในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ เพื่อจารึกไว้คู่กับท่าน ส.ส. นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ว่าผมเห็นด้วยกับเหตุผลของกรรมาธิการ ของศาลนับแต่ที่ได้เสนอมา และ ร่างนี้คือร่างของรัฐบาลเดิมด้วย ท่านประธานครับ ขอกราบขอบพระคุณ