สถาพร มณีรัตน์ เสนอร่างพระราชบัญญัติประกันสังคม เพื่อแก้ไขจุดอ่อนและขยายความคุ้มครองให้กับลูกจ้างชั่วคราวทุกประเภท และเสนอการแก้ไขหลักเกณฑ์การประกันสังคมให้มีความชัดเจนและเท่าเทียมกัน
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูนครับ วันนี้พร้อมคณะได้เสนอ ร่างพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... พร้อมกับเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานที่เคารพ กฎหมายฉบับนี้นั้นเปึนกฎหมายซึ่งคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย และกระบวนการแรงงาน รวมทั้งนายจ้างลูกจ้างได้สังเคราะห์ ร่างเพื่อที่จะแก้ไขจุดอ่อน จุดแข็งและการมีส่วนร่วมของผู้ประกันตน ท่านประธานที่เคารพ ร่างพระราชบัญญัติ ประกันสังคมหรือกองทุนประกันสังคมนั้นมันเปึนกองทุนที่มีประวัติศาสตร์จากการเรียกร้อง ของสังคมแรงงาน ซึ่งสมัยนั้นเมื่อ ๒๐ กว่าป้ สภาพแวดล้อม สภาพข้อบังคับ สภาพการจัดให้รวมทั้งสวัสดิการของผู้ใช้แรงงานนั้นตกต่ําอย่างยิ่งยวด ผู้ใช้แรงงาน จึงรวมตัวกันและเรียกร้องให้มีการประกันสังคม วันนี้ ๒๐ กว่าป้แล้วครับ ท่านประธาน ที่เคารพ กองทุนประกันสังคมได้เติบโตขึ้นเปึนลําดับ ซึ่งมีการสมทบอยู่ ๓ ฝ์าย คือ นายจ้าง ลูกจ้าง และผู้ใช้แรงงาน เพราะฉะนั้นวันนี้ทิศทางของการประกันสังคม หรือกองทุนประกันสังคมจะต้องเติบโต ทันสมัย ทันยุค ทันเหตุการณ์และโปร่งใส คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทยและพรรค เพื่อไทย ซึ่งมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสนับสนุน จึงเสนอหลักการแก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. ๒๕๓๓ ดังนี้ครับ
(๑) ขยายความคุ้มครองไปถึงลูกจ้างชั่วคราวทุกประเภท
(๒) เพิ่มนิยามคําว่า ประกันสังคม เพื่อให้กฎหมายดําเนินการครอบคลุม ถึงกองทุนประกันสังคม กองทุนเงินทดแทนและภัยพิบัติอันจะเกิดขึ้นและมีขอบเขต ที่ชัดเจน
(๓) แก้ไขนิยามคําว่า ลูกจ้าง เพื่อให้รวมถึงลูกจ้างที่ทํางานบ้านอันมิได้ ประกอบธุรกิจ รวมทั้งคุ้มครองผู้รับงานไปทําที่บ้าน และหมายถึงผู้จ้างงานในการที่ รับงานไปทําที่บ้านด้วย แก้ไขให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเปึนผู้รักษาการตาม พระราชบัญญัตินี้
(๔) แก้ไของค์ประกอบ กระบวนการได้มา คุณสมบัติ อํานาจหน้าที่และ วาระดํารงตําแหน่งและการพ้นจากตําแหน่งของคณะกรรมการประกันสังคม เพื่อเปึน หลักประกันชัดเจนในการได้มาซึ่งกรรมการ ผู้แทนฝ์ายนายจ้าง ฝ์ายผู้ประกันตนและ ผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ ความสามารถ ความเหมาะสม และไม่มีส่วนได้เสียกับกิจกรรม ที่กระทํากับสํานักงาน รวมทั้งรองรับความต่อเนื่องในการทํางานของคณะกรรมการ
(๕) ให้มีคณะกรรมการตรวจสอบทั้งองค์ประกอบ คุณสมบัติ กระบวนการ ได้มาของคณะกรรมการซึ่งได้มาด้วยอํานาจหน้าที่ และได้มีคณะกรรมการชุดต่าง ๆ ให้มีคณะกรรมการตรวจสอบองค์ประกอบด้วย
(๖) กําหนดให้สํานักงานประกันสังคมเปึนหน่วยงานของรัฐที่ไม่ใช่ส่วนราชการ และไม่ใช่รัฐวิสาหกิจ นั่นก็หมายความว่าเปึนองค์กรมหาชนหรือองค์กรอิสระนั่นเอง
(๗) กําหนดให้มีเลขาธิการสํานักงานที่มีความรู้ความสามารถเหมาะสมกับ งานประกันสังคม โดยมาจากกระบวนการสรรหา ซึ่งมีคุณสมบัติและวาระการดํารงตําแหน่ง ตามที่กําหนด
(๘) กําหนดให้มีคณะกรรมการลงทุน มีองค์ประกอบคุณสมบัติ กระบวนการ ได้มา และวาระการดํารงตําแหน่ง เพื่อทําหน้าที่บริหารจัดการเกี่ยวกับการจัดหา ผลประโยชน์ของกองทุนเพื่อให้เปึนไปตามนโยบายและแผนการลงทุนที่คณะกรรมการ ประกันสังคมเห็นชอบ
(๙) แก้ไขหลักเกณฑ์การส่งเงินสมทบก่อนที่ผู้ประกันตนจะสิ้นสภาพ การเปึนลูกจ้างเพื่อให้ผู้ประกันตนได้รับประโยชน์ทั้งระยะสั้นและระยะยาว
(๑๐) แก้ไขระยะเวลาการจ่ายเงินสมทบสําหรับผู้เคยประกันตน และต่อมา ได้สิ้นสภาพการเปึนลูกจ้าง
(๑๑) กําหนดให้รัฐบาลจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมสําหรับ ผู้ประกันตนที่มิใช่ลูกจ้างหรือแรงงานนอกระบบเปึนอัตราไม่น้อยกว่าอัตราเงินสมทบ ที่ได้รับจากผู้ประกันตน
(๑๒) แก้ไขเงื่อนเวลาการไม่ส่งเงินสมทบก่อนสิ้นสุดความเปึนผู้ประกันตน ให้มีระยะเวลายาวขึ้น
(๑๓) กําหนดให้ผู้ประกันตน นายจ้าง หรือผู้มีส่วนได้เสียมีสิทธิรับรู้เข้าถึง ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการประกันสังคมและการส่งเงินสมทบ รวมทั้งข้อมูลเกี่ยวกับ การบริหารของคณะกรรมการต่าง ๆ
(๑๔) แก้ไขอัตราเงินเพิ่มเปึนร้อยละสี่ของเงินสมทบกรณีที่นายจ้าง ไม่นําส่งเงินสมทบหรือส่งสมทบไม่ครบจํานวน
(๑๕) กําหนดให้ผู้ประกันตนมีสิทธิตามมาตรา ๗๓ มาตรา ๗๕ จัตวา และมาตรา ๗๗ จัตวา มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนจากกองทุน
(๑๖) ยกเลิกบทบัญญัติการขอส่วนลดเงินสมทบเนื่องจากไม่มีความจําเปึน อีกต่อไป
(๑๗) แก้ไขวิธีการคํานวณค่าจ้างรายวันในการจ่ายเงินทดแทนการขาดรายได้
(๑๘) แก้ไขหลักเกณฑ์ในการรับบริการทางการแพทย์ของผู้ประกันตน หรือคู่สมรสของผู้ประกันตน รวมทั้งมีสิทธิเข้ารับบริการทางการแพทย์ในสถานพยาบาลอื่นได้ ในกรณีฉุกเฉินหรือกรณีล่าช้า หรืออาจเกิดจากอันตรายแก่ผู้ประกันตน หรือคู่สมรส ของผู้เอาประกันตน โดยให้สํานักงานเปึนผู้ออกค่าใช้จ่ายตามที่ตกลงกับสถานพยาบาล
(๑๙) กําหนดให้ผู้ประกันตนมีสิทธิในการได้รับเงินทดแทนจากการขาดรายได้
(๒๐) แก้ไขให้ผู้ประกันตนมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนเฉพาะบริการ ทางแพทย์ในกรณีประสบอันตราย หรือเจ็บป์วย และทุพพลภาพอันมิใช่เกิดจากการทํางาน
(๒๑) เพิ่มเติมประโยชน์ทดแทนกรณีประสบอันตราย ให้รวมถึงส่งเสริม สุขภาพ ตรวจสุขภาพประจําป้ และการปัองกันโรคแก่ผู้ประกันตน
(๒๒) แก้ไขให้ผู้ประกันตนที่จ่ายเงินสมทบใสเปึนเวลานาน มีสิทธิได้รับ เงินทดแทนการขาดรายได้มากขึ้น
(๒๓) แก้ไขให้ผู้ประกันตนได้รับประโยชน์เงินทดแทนในกรณีคลอดบุตร สําหรับตนเองหรือภรรยาเพิ่มขึ้น
(๒๔) แก้ไขหลักเกณฑ์และอัตราได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้
(๒๕) แก้ไขหลักเกณฑ์ให้ผู้ประกันตนมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนกรณี สงเคราะห์บุตรสําหรับบุตรที่มีอายุจนถึงยี่สิบป้บริบูรณ์
(๒๖) แก้ไขหลักเกณฑ์การรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน โดยมีเงื่อนไข จํานวนไม่น้อยเท่าที่จําเปึนและเปึนธรรม
(๒๗) แก้ไขเพิ่มเติมคณะกรรมการอุทธรณ์ให้มีองค์ประกอบ กระบวนการ ที่มาวาระการดํารงตําแหน่ง พ้นจากตําแหน่งและการทํางานต่อเนื่องชัดเจน
(๒๘) แก้ไขบทบัญญัติเกี่ยวกับการลงโทษกรณีที่ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคําสั่ง ของพนักงาน เจ้าหน้าที่และคณะกรรมการต่าง ๆ ตามกฎหมายนี้
(๒๙) เพิ่มเติมบทเฉพาะกาล เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านของการบริหารจัดการ ด้านต่าง ๆ จากหน่วยราชการไปสู่ความเปึนองค์กรอิสระหรือองค์กรมหาชนด้านประกันสังคม ดําเนินการไปอย่างราบรื่น
จากหลักการเหตุผลดังกล่าวข้างต้น กระผมและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จํานวนหนึ่งรวมทั้งพี่น้องผู้ใช้แรงงาน จึงเสนอหลักการและเหตุผลดังกล่าวข้างต้นครับ หวังไว้ว่าสภาชุดนี้คงรับหลักการนะครับ ขอบคุณครับ