สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๙ · ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๓

นริศ ขํานุรักษ์ พูดถึงปัญหาการช่วยเหลือภัยพิบัติในจังหวัดพัทลุง และเรียกร้องให้รัฐบาลและหน่วยงานท้องถิ่นเร่งดำเนินการช่วยเหลือประชาชน

นายนริศ ขํานุรักษ์ พัทลุง

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้ตั้งกระทู้ถามสด ตามมาตรา ๑๕๗ ของรัฐธรรมนูญเพื่อสอบถาม ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี เรื่องการแก้ไข ปัญหาและเยียวยาผู้ประสบภัยธรรมชาติในพื้นที่ภาคใต้ อันสืบเนื่องมาจากในวันที่ ๒๗ ภาคใต้ได้ประสบอุทักภัยและในวันที่ ๑ พฤศจิกายน ภาคใต้เกือบทุกจังหวัดประสบ วาตภัย ความเสียหายขออนุญาตสรุปคร่าว ๆ มีผู้เสียชีวิตสําหรับในจังหวัดพัทลุง จังหวัดเดียวนะครับ ผู้เสียชีวิต ๗ คน บาดเจ็บ ๕๐ คน มีบ้านเรือนเสียหาย ๙,๔๙๘ หลัง และเสียหายทั้งหลังใช้การไม่ได้เลย ๓๒๑ หลัง โรงเรียนได้รับความเสียหาย ๑๑๙ โรง ไฟฟัาดับทั้งจังหวัด ดับประมาณ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ร่วม ๒ อาทิตย์ กระผมขออนุญาต ได้กราบเรียนว่าพี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อนในหลายด้านด้วยกัน โดยเฉพาะ เรื่องไฟฟัานะครับ เพราะว่าเมื่อไม่มีไฟฟัานี่น้ําประปาก็ไม่มีครับ เพราะว่าต้องใช้ไฟฟัา ในการสูบน้ําในระบบประปา และบางพื้นที่ก็ต้องใช้ไฟฟัาไปทําโรงสีข้าวต่อ แม้ว่าจะใช้ ความพยายามพวกผมที่เปึน แล้วบางพื้นที่ก็ต้องใช้ไฟฟัาไปทําโรงสีข้าวต่อ แม้ว่าจะใช้ความพยายาม พวกผมที่เปึน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่พยายามประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ว่าไฟฟัา ดับร่วม ๒ อาทิตย์ซึ่งเปึนวิกฤติที่สําคัญแล้วก็ภายนอกยังไม่อาจรับรู้ได้ถึงวิกฤตินี้ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าภัยพิบัติดังกล่าวจังหวัดพัทลุงได้รับความเสียหายมากที่สุด เพราะว่าพายุจากลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือหรือดีเปรสชันขึ้นฝัืงที่อําเภอสทิงพระ ซึ่งอําเภอสทิงพระในจังหวัดสงขลาก็ได้รับความเสียหาย แล้วพายุดังกล่าวนี้พัดเข้ามา ในจังหวัดพัทลุง ระหว่างสทิงพระกับจังหวัดพัทลุงไม่มีอะไรบดบังเลยนะครับ เพราะว่า ไม่มีภูเขาแล้วก็ได้รับความเสียหาย ในประวัติศาสตร์ของจังหวัดพัทลุงภัยธรรมชาติครั้งนี้ ทําให้จังหวัดพัทลุงได้รับความเสียหายมากที่สุดเปึนประวัติการณ์ของจังหวัด โดยเฉพาะ เรือกสวนไร่นาของคนในจังหวัดพัทลุง เบื้องต้นมีการสํารวจว่านาข้าวได้รับความเสียหาย ๑๔๐,๕๙๕ ไร่ พืชไร่ ๑๔,๘๘๑ ไร่ สวนผลไม้ ๒๑๔,๘๕๒ ไร่ และพืชเศรษฐกิจหลัก ของจังหวัดคือยางพาราได้รับความเสียหายถึง ๕๘,๐๐๐ ไร่ ผมขออนุญาตเรียน ท่านประธานต่อไปก่อนที่จะตั้งคําถามว่าในจังหวัดพัทลุงตั้งแต่วันที่ ๑ เปึนต้นมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระบรม โอรสาธิราชสยามมงกุฎราชกุมาร ได้พระราชทานถุงยังชีพเพื่อพสกนิกรของพระองค์ ในพื้นที่จังหวัดพัทลุง และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ ได้เสด็จ เยี่ยมพสกนิกรในพื้นที่จังหวัดพัทลุงที่ได้รับภัยครั้งนี้ ในนามของรัฐบาล ในนามของ จังหวัดพัทลุง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ก็ได้ดูแลเยียวยาในเบื้องต้น ประชาชน ได้รับการดูแลเรียบร้อยครับ ผู้ว่าราชการจังหวัดแล้วก็ทางท้องถิ่นได้สอบถามมายัง ผู้แทนราษฎรว่าจะรับถุงยังชีพจากรัฐบาล จากจังหวัด จากท้องถิ่น ให้ผู้แทนราษฎร ไปแจกจ่ายเยียวยาพี่น้องบ้างหรือไม่ พวกผมซึ่งประกอบด้วยท่านนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ซึ่งเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมด้วย ท่านสุพัชรี ธรรมเพชร ก็ได้เรียนกับ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดบอกว่าให้ผู้ว่าราชการจังหวัดได้แจกจ่ายเครื่องยังชีพเหล่านี้ กับพี่น้องประชาชน เพราะว่าทางจังหวัดเปึนผู้รู้ดีที่สุดว่าตรงไหนประสบปัญหามากน้อย แค่ไหน และที่สําคัญจังหวัดมีข้อมูลว่าได้ช่วยเหลือหมู่บ้านไหนไปบ้างแล้ว พวกผม ๓ คน ไม่ประสงค์ที่จะไปแจกจ่ายสิ่งเหล่านี้ด้วยมือของพวกเราเอง แล้วก็ให้ทําในนามของรัฐบาล อย่าไปทําในนามส่วนตัว แล้วพวกผมก็ให้จังหวัดดําเนินการได้เลย ส่วนความช่วยเหลือ ที่ไปจากภาคเอกชนก็ให้เอกชนได้เลือกทําได้เลยในทุกพื้นที่เพราะว่าความเสียหายนั้น กระจาย แต่กราบเรียนท่านประธานว่าการช่วยเหลือจากภาคเอกชนส่วนใหญ่แล้วกระจุกตัว เช่นมีข่าวว่าหมู่บ้านนี้ได้รับความเสียหาย คาราวานความช่วยเหลือก็ไปหมู่บ้านนี้จนพอ จนล้น แต่ว่าหมู่บ้านอื่น ๆ ที่สื่อมวลชนยังไม่ได้กระจายข่าวก็ยังเดือดร้อนอยู่นะครับ ยกตัวอย่างกรณีกระเบื้อง จนถึงขณะนี้กระเบื้องยังไปในพื้นที่จังหวัดพัทลุงแม้ว่ากระเบื้อง พอเพียงหลายวันแล้วนะครับ แต่ว่าขณะนี้ยังไป จังหวัดพัทลุงยังขาดแคลนเรื่องอื่น แต่ว่า เรื่องกระเบื้องนี้เพียงพอแล้ว ผมจึงถือโอกาสนี้ชมเชยขอบคุณรัฐบาล และทางจังหวัด และทางท้องถิ่น ที่ได้ดูแลเยียวยาพี่น้องประชาชน