ศุภชัย โพธิ์สุ เสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรในจังหวัดภาคใต้ โดยเฉพาะที่จังหวัดพัทลุง โดยเน้นย้ำว่ารัฐบาลชุดนี้มีความตั้งใจและมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาและช่วยเหลือพี่น้องที่เจอภัยพิบัติ โดยเฉพาะการช่วยเหลือครอบครัวเกษตรกรที่ถูกน้ำท่วมและเกษตรกรชาวสวนยางพาราที่ได้รับผลกระทบ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ศุภชัย โพธิ์สุ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรีและ ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ให้เปึนผู้มาตอบกระทู้ของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติในสภาแห่งนี้เกี่ยวกับประเด็น ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในจังหวัดภาคใต้ โดยเฉพาะที่จังหวัดพัทลุง ที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติจากจังหวัดพัทลุง ท่านนริศ ขํานุรักษ์ ขออภัยที่เอ่ยนามท่าน ได้มาสอบถามแนวทางในการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลที่มีต่อพี่น้องเกษตรกรผู้ได้รับ ความทุกข์ยากความเดือดร้อนอยู่ในขณะนี้ ผมคงจะไม่ลงในรายละเอียดว่ากรณีที่เกิดทั้ง อุทกภัย วาตภัยแล้วก็ดินถล่มที่เกิดขึ้นในขอบเขตทั่วทั้งประเทศ ๓๐-๔๐ กว่าจังหวัด ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะที่เปึนหนักหนาสาหัสมากที่สุดก็คือภาคใต้ ภาคอีสาน ภาคเหนือ ภาคกลางหลายจังหวัดโดนอุทกภัย แต่ภาคใต้ทั้งอุทกภัย ทั้งวาตภัยแล้วก็ดินถล่มด้วย ปัญหาความเดือดร้อนทั้งสื่อมวลชนทั้งท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติหลาย ๆ ท่านได้พูดมา เปึนประจําแล้ว ผมจะไม่ไปพูดในรายละเอียดตรงนั้น แต่อยากจะเรียนในรายละเอียด ในการแก้ไขปัญหาของรัฐบาล ท่านประธานครับ รัฐบาลชุดนี้ได้คํานึงถึงปัญหาความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชน มีความตั้งใจมีความมุ่งมั่นในการที่จะแก้ไขปัญหาเพื่อที่จะซับน้ําตา ของพี่น้องที่กําลังทุกข์ยากเดือดร้อนในขณะนี้ ภาพที่เกิดขึ้นนั้นไม่มีใครไม่เศร้าสะเทือนใจ ผมเองซึ่งเปึนรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เดินทางไปเยี่ยมพี่น้อง ที่จังหวัดสงขลาและที่จังหวัดพัทลุง วันนั้นก็ได้รับการต้อนรับจากท่านนริศ ขํานุรักษ์ ท่านสุพัชรี ธรรมเพชร แล้วก็ท่านเลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฎรด้วยนะครับ ท่านนาที รัชกิจประการ ก็ได้มาให้การต้อนรับแล้วก็ร่วมกันไปเยี่ยมไปดูแลทุกข์สุขของ พี่น้องชาวจังหวัดสงขลาและจังหวัดพัทลุงด้วย อยากจะเรียนว่าปัญหาภัยพิบัติที่เกิดขึ้น ในครั้งนี้ในความโชคร้ายของพี่น้องประชาชน พี่น้องเกษตรกรของพวกเราก็เปึนความโชคดี ที่พี่น้องมีรัฐบาลที่เข้าใจปัญหา เข้าใจความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนของพวกเรา ในผลิตผลทางการเกษตรที่ได้รับผลกระทบ ผมอยากจะทบทวนนิดหนึ่ง เมื่อก่อนนั้น เมื่อป้ที่แล้วรัฐบาลได้อนุมัติช่วยเหลือชดเชยภัยพิบัติที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเปึนอุทกภัย วาตภัย อัคคีภัยก็ตาม ในนาข้าว เมื่อก่อนรัฐบาลอนุมัติช่วยเหลือไร่ละ ๖๐๖ บาท พืชไร่ ๘๓๗ บาท พืชสวน ๙๑๒ บาท ครม. มีมติเมื่อวันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ให้มีการปรับอัตราการช่วยเหลือพี่น้อง ที่เจอภัยพิบัติเพิ่มขึ้น นาข้าวจากไร่ละ ๖๐๖ บาทเปึน ๒,๐๙๘ บาท เพิ่มขึ้นเปึนประมาณ ๓-๔ เท่าตัว พืชไร่จาก ๘๓๗ บาทเพิ่มเปึน ๒,๙๒๑ บาท พืชสวนโดยทั่วไปจาก ๙๑๒ บาท เปึน ๔,๙๐๘ บาท นี่คือสิ่งที่คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติในการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร ที่เจอภัยพิบัติ มติ ครม. เมื่อวันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ นี่ก็ได้ดําเนินการเร่งรัด ในการช่วยเหลือพี่น้องเราอย่างเต็มที่
ส่วนเรื่องครอบครับของพี่น้องเกษตรกรหรือว่าพี่น้องราษฎรของพวกเรา ถ้าถูกน้ําท่วมอย่างฉับพลัน ถูกน้ําขังหลายวันติดต่อกันและเกิดความเสียหายติดต่อ โลกภายนอกไม่ได้ พวกเราก็ทราบแล้วรัฐบาลช่วยเหลือโดยการอนุมัติเงินช่วยเหลือ ครอบครัวละ ๕,๐๐๐ บาท นั่นคือสิ่งที่ดําเนินการ กําลังเร่งรัดในการดําเนินการไปแล้ว
ทีนี้ประเด็นที่เปึนปัญหาที่พี่น้องชาวภาคใต้ให้ความสนใจเปึนอย่างยิ่ง ก็คือประเด็นเรื่องยางพารา เพราะยางพารานี่เปึนชีวิตจิตใจของพี่น้องชาวภาคใต้ ๑๐ กว่าจังหวัดนะครับ อุทกภัยที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ได้ทําให้สวนยางพาราทั้งถูกอุทกภัย และถูกวาตภัย ดินถล่มด้วย เสียหายมากมายทั้งหมดประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ กว่าไร่ ใน ๑๒ จังหวัดที่เจออุทกภัย ประมาณ ๑๑๗,๐๐๐ กว่าไร่ที่เจอกับวาตภัยเสียหาย ประมาณ ๙๗,๐๐๐ กว่าไร่ ในจํานวน ๑๑๗,๐๐๐ กว่าไร่ที่ถูกอุทกภัยนะครับ เนื่องจาก น้ํามันมาเร็วแล้วก็หายไปเร็ว ความเสียหายที่จะเกิดขึ้นทางสํานักงานกองทุนสงเคราะห์ การทําสวนยาง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีการประเมินผลเอาไว้ว่าความเสียหาย จากอุทกภัยน่าจะประมาณไม่เกิน ๒๐ เปอร์เซ็นต์หรือประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ถ้าบวกลบ มากหรือน้อยก็คงจะไม่มากไปกว่านี้ ยางพาราต้นเล็ก ๆ ที่น้ําท่วมหลายวันก็อาจจะ เสียหายตายไปบ้าง แต่ยางพาราต้นใหญ่แล้วไม่ตายยังคงอยู่ แต่ประเด็นสวนยางพารา ที่เจอวาตภัย ๙๗,๐๐๐ กว่าไร่ ประเมินแล้วว่าเสียหาย ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ รวมทั้งอุทกภัย และวาตภัยที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ที่เสียหายคาดว่าจะเสียหายนับเปึนไร่ไปเลยก็ประมาณ ๑๒๐,๐๐๐ ไร่เศษ ประมาณนี้ ฉะนั้นมาตรการที่รัฐบาลให้ความช่วยเหลือ ผมก็อยากจะเรียน ให้กับท่านประธานที่เคารพและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้ทราบว่า รัฐบาลได้ดําเนินการ ช่วยเหลือชาวสวนยางพาราที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย วาตภัย และดินถล่มในครั้งนี้ โดยดําเนินการช่วยเหลือในสภาพที่สวนยางพาราที่เสียสภาพสวน เสียสภาพสวนก็คือ เสียหายตั้งแต่ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ขึ้นไปเราถือว่าเสียหายเสียสภาพสวน จําเปึนต้องปลูกใหม่ หรือปลูกทดแทนใหม่ ฉะนั้นในการช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางพาราที่ได้รับความเสียหาย เปึนกรณีพิเศษ เราก็ได้ให้การช่วยเหลือในเกณฑ์ปกติที่ช่วยเหลือพืชอื่น ๆ นั่นก็คือ ประเมินช่วยเหลือพี่น้องที่เสียหายจากอุทกภัย วาตภัย หรือดินถล่มในปริมาณในอัตรา ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของต้นทุนการผลิต ข้าวก็ ๕๕ เปอร์เซ็นต์ พืชไร่ก็ ๕๕ เปอร์เซ็นต์ พืชสวนก็ ๕๕ เปอร์เซ็นต์ สวนยางพาราเปึนพืชเศรษฐกิจที่มีความสําคัญของประเทศ และนอกจากนั้น ยางพาราเปึนการลงทุนที่ต้นทุนสูงมาก แล้วก็เปึนการลงทุนระยะยาวปลูกตั้งแต่ป้แรก จนกว่าจะได้กรีดใช้เวลาประมาณ ๗ ป้ ต้นทุนการผลิตจากการสงเคราะห์ปลูกทดแทน ยางเก่าที่โค่นไปของกองทุนสงเคราะห์การทําสวนยาง เรากําหนดต้นทุนเอาไว้ ถ้าจําไม่ผิด ประมาณป้ ๒๕๔๓ หรืออะไรประมาณนี้ ในอัตราไร่ละ ๑๑,๐๐๐ บาท คือต้นทุนการปลูก แต่ว่าถ้าจากสถิติของชาวสวนทั่ว ๆ ไปที่เขาลงบันทึกเอาไว้อย่างละเอียด ต้นทุนการผลิต จริง ๆ ๑ ไร่ต้องประมาณ ๑๗,๐๐๐ บาท แต่เมื่อหลักฐานของราชการอัตราการชดเชย ของทางราชการมีอยู่ที่ไร่ละ ๑๑,๐๐๐ บาท หรือตัวเลขจริง ๆ ก็คือ ๑๐,๙๒๒ บาท ๕๕ เปอร์เซ็นต์ ก็คืออัตรา ๖,๐๐๗ บาทต่อไร่ คืออัตราการคํานวณจาก ๕๕ เปอร์เซ็นต์ ของต้นทุนในการปลูกยางพาราต่อ ๑ ไร่ ฉะนั้นการชดเชยหรือการช่วยเหลือพี่น้อง ชาวสวนยางพาราไม่ได้ให้ความสําคัญเกินกว่าพืชชนิดอื่น ๆ ที่ได้รับผลกระทบ คืออัตรา ๕๕ เปอร์เซ็นต์เท่ากัน แต่บังเอิญยางพาราลงทุนสูงอัตราการชดเชยก็สูงหน่อย คือไร่ละ ๖,๐๐๗ บาท โดยทั่วไปหมายความว่าสวนยางพาราที่เสียหายทุกพื้นที่ทุกสวนก็ให้ การช่วยเหลือไร่ละ ๖,๐๐๗ บาท ทีนี้กรณีสวนยางพารามันเปึนพืชเศรษฐกิจที่เขามีระบบ การดูแลช่วยเหลือซึ่งกันและกันมาก่อนนับหลาย ๆ สิบป้แล้ว นั่นก็คือพอเขากรีดยางพาราได้ เขาส่งยางไปขายยังต่างประเทศเขาจะเก็บภาษีการส่งออก ภาษีส่งออกตรงนี้ละครับ เขาเรียกว่าเงินเซสส์ (Cess) เงินเซสส์ตรงนี้เขาเอามาเปึนกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร ฉะนั้นเวลาพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางพาราปลูกยางพาราเวลายางพาราเสียหายต้อง ปลูกใหม่ทดแทน เวลายางพาราอายุแก่มากแล้วต้องตัดโค่นปลูกใหม่ กองทุนสงเคราะห์ การทําสวนยางก็จะใช้เงินจากกองทุน ซึ่งเปึนเงินที่พี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางพารานี้ ได้หักภาษีมารวบรวมมาเก็บเอาไว้ตรงนี้ ไม่ใช่เงินจากรัฐบาล แต่ว่าเปึนเงินกองทุนของ พี่น้องเกษตรกรเขาเก็บรวบรวมกันเองในนามกองทุนสงเคราะห์การทําสวนยางพารา เขาก็จะมีเงินกองทุนตัวนี้มาสงเคราะห์การปลูกแทนสวนยางพาราเก่า หรือสวนยางพารา ที่ได้รับความเสียหาย ฉะนั้นมาตรการของรัฐบาลชุดนี้ก็คือนอกจากชดเชย หรือช่วยเหลือ ไร่ละ ๖,๐๐๗ บาทต่อไร่แล้ว ในสวนยางพาราที่อยู่ในความรับผิดชอบของกองทุนสงเคราะห์ การทําสวนยางพาราก็มอบให้กองทุนสงเคราะห์การทําสวนยางพาราไปให้การช่วยเหลือ สงเคราะห์ปลูกทดแทนสวนยางพาราที่เสียหายเหมือนกับการชดเชย เหมือนกับการสงเคราะห์ สวนยางพาราเก่าที่ปลูกทดแทนไร่ละ ๑๑,๐๐๐ บาทครับ ฉะนั้นพอพี่น้องสวนยางพารา ที่อยู่ในสวนสงเคราะห์ได้รับการสงเคราะห์ปลูกแทนตามระบบของเขาอยู่แล้วอย่างนี้ รัฐบาลก็จําเปึนต้องมาดูแลพี่น้องที่เปึนสวนนอกสงเคราะห์ สวนนอกสงเคราะห์มันก็จะ มีอยู่ในหลายระดับ สวนนอกสงเคราะห์ที่เปึนพื้นที่มีความเหมาะสมต่อการปลูกยางพารา แต่ยังไม่ได้เปึนสมาชิกของกองทุนสงเคราะห์การทําสวนยางพารา ในส่วนนี้รัฐบาล ก็จําเปึนต้องดูแลในการที่จะส่งเสริมการปลูกทดแทนสวนยางพาราที่เสียหาย นั่นก็คือ มอบให้สํานักงานกองทุนสงเคราะห์การทําสวนยางดูแลในการส่งเสริมการปลูกทดแทนใหม่ โดยรัฐบาลอนุมัติงบกลางมาช่วยในการปลูกทดแทนไร่ละ ๑๑,๐๐๐ บาท เช่นกัน ฉะนั้น จึงรวมทั้งเงินสงเคราะห์ในกองทุนสงเคราะห์การปลูกทดแทนกับเงินชดเชย รวมแล้วก็ ประมาณไร่ละ ๑๗,๐๐๐ บาท ประมาณนี้ ทีนี้ถามว่าในการช่วยเหลือพี่น้องที่เปึน สวนยางพาราอยู่นอกสงเคราะห์มันมีอยู่ ๓ พื้นที่ พื้นที่ ๑ ก็คือพื้นที่ที่เหมาะแก่การปลูก