รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ศุภชัย โพธิ์สุ ร่วมหารือเรื่องคณะกรรมการการยางแห่งประเทศไทย โดยเน้นย้ำความจำเป็นในการเพิ่มสัดส่วนตัวแทนเกษตรกรในการตัดสินใจ เพื่อประโยชน์ของเกษตรกรทุกคน นอกจากนี้เขายังหารือเกี่ยวกับโครงการยาง 8,000,000 ไร่ที่รัฐบาลได้อนุมัติแล้ว โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมการปลูกยางในพื้นที่ใหม่แก่เกษตรกรที่ยากจน และขอข้อคิดเห็นของสภาในการพิจารณาการดำเนินการของโครงการนี้
ท่านประธานที่เคารพ ผม ศุภชัย โพธิ์สุ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขออนุญาตเรียนสรุปเพิ่มเติม ก็คงไม่สรุปหรอกครับ แต่ขออนุญาตชี้แจงบางประเด็นที่ อาจจะคลาดเคลื่อนบ้าง แต่ว่าในรายละเอียดส่วนใหญ่นั้น ตามที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ได้แสดงความคิดเห็น ได้อภิปราย ได้เสนอแนะ ได้ออกความคิดความเห็นนั้นล้วนแล้วแต่ เปึนข้อเสนอแนะที่ดีที่เปึนประโยชน์มาก ซึ่งผมก็เชื่อว่าในชั้นคณะกรรมาธิการเราจะ รวบรวมความคิดเห็นข้อเสนอแนะของพวกท่านทั้งหลายไปดําเนินการปรับปรุงแก้ไข ให้เปึนที่พอใจของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติในสภาแห่งนี้ ซึ่งต้องการเสียงส่วนใหญ่
ผมอยากจะชี้แจงประเด็นที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติส่วนใหญ่ข้องใจอยู่ ก็คือเรื่องคณะกรรมการของการยางแห่งประเทศไทย ซึ่งตามความคิดบอกว่าจะเปึนของ ภาคส่วนราชการมากกว่าเกษตรกร ซึ่งก็บอกว่ามาจากเกษตรกรชาวสวนยาง ๑ คน ผู้ประกอบกิจการยาง ๑ คน แล้วผู้ทรงคุณวุฒิอีก ๓ คน ซึ่งเปึนช่องทาง อยากจะเรียนว่า การยางแห่งประเทศไทยมีสถานะเปึนรัฐวิสาหกิจ จึงอยู่ในการบังคับของพระราชบัญญัติ มาตรฐานและคุณสมบัติสําหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ ซึ่งกระทรวงการคลัง ได้มีกฎหมายบังคับเอาไว้ว่าจะต้องมีสัดส่วนจากส่วนราชการอย่างไร จากผู้มีบทบาท อํานาจหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอย่างไร แต่ถึงอย่างไรก็ตามผมอยากจะเรียนว่าผู้ทรงคุณวุฒิ ๕ คนที่บอกว่ามาจากเกษตรกรชาวสวนยาง ๑ คน มาจากผู้ประกอบการ ๑ คน อีก ๓ คน เปึนผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ความสามารถเกี่ยวกับด้านยางพาราได้ระบุเอาไว้ว่า จะต้อง ไม่เปึนข้าราชการ จะต้องไม่เปึนพนักงานรัฐวิสาหกิจ จะต้องไม่เปึนผู้ที่มีเงินเดือนค่าจ้าง จากทางรัฐ ฉะนั้นช่องทาง ๓ คนนี้ก็น่าจะเปึนอีกช่องทางหนึ่งที่ตัวแทนของเกษตรกร เข้ามาได้ หรือไม่ถ้าหากว่าต้องการให้เกิดความชัดเจนให้มากขึ้นกว่านี้ว่า คณะกรรมการ การยางแห่งประเทศไทยควรจะมีสัดส่วนของตัวแทนเกษตรกรเพิ่มมากขึ้นกว่านี้ ในชั้นกรรมาธิการก็ยินดีที่จะให้ทางท่านสมาชิกของพวกเราแปรญัตติเพื่อที่จะเพิ่ม เพื่อที่จะให้เกิดความชัดเจนได้ ก็สุดแล้วแต่สภาแห่งนี้จะกําหนดว่าจะเอาอย่างไรดี
ส่วนอีกเรื่องหนึ่งที่ ส.ส. ท่านวรศุลีได้พูดถึงโครงการยาง ๘๐๐,๐๐๐ ไร่ ที่ขณะนี้ที่ทางรัฐบาลได้อนุมัติในหลักการไปแล้ว เพื่อที่จะได้มีการส่งเสริมการปลูกยาง ในพื้นที่ปลูกยางใหม่ให้กับพี่น้องประชาชนที่มีฐานะยากจน มีที่ดินทํากินเปึนของตนเองประมาณ ๒-๑๕ ไร่ และไม่เคยมีสวนยางพารามาก่อน อยากจะเรียนว่าวัตถุประสงค์ของโครงการนี้คณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ โดยมีอดีตท่านรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งปัจจุบันและอนาคตก็เปึนรองนายกรัฐมนตรี ฯพณฯ สุเทพ เทือกสุบรรณ เปึนประธานคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ อยู่ร่วมกับผมซึ่งเปึนรองประธานและเปึนประธานกองทุนสงเคราะห์การทําสวนยาง ฯพณฯ สุเทพ เทือกสุบรรณ ท่านก็มีดําริว่าควรจะให้การส่งเสริมและสนับสนุน การปลูกยางในพื้นที่ปลูกยางใหม่ โดยเฉพาะแล้วต้องการเอาโครงการการปลูก ยางพารานี้ไปแก้ไขปัญหาความยากจนให้กับพี่น้องที่มีฐานะยากจนจริง ๆ ไม่เคยมี สวนยางมาก่อน จึงได้กําหนดว่ารัฐบาลจะส่งเสริมการปลูกยางในพื้นที่ปลูกยางใหม่ ๘๐๐,๐๐๐ ไร่ ในจํานวน ๘๐๐,๐๐๐ ไร่นี้อยากจะเรียนว่ากองทุนสวนยางได้กําหนด เอาไว้ว่าจะส่งเสริมปลูกในภาคเหนือประมาณ ๑๕๐,๐๐๐ ไร่ ส่งเสริมการปลูก ในภาคตะวันออก ภาคกลาง ภาคใต้ ภาคตะวันออกสวนยางมีเยอะแล้ว ภาคใต้สวนยาง มีเยอะแล้ว ทางกองทุนก็เลยกําหนดว่า ๓ ภาค คือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก แล้วก็ ภาคใต้ สนับสนุนปลูกประมาณ ๑๕๐,๐๐๐ ไร่ ส่วนภาคอีสานซึ่งมีพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาล แล้วก็มีความเหมะสม มีความจําเปึน เพื่อจะไปแก้ปัญหาความยากจนของพี่น้อง ชาวอีสานก็กําหนดเอาไว้ประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ ไร่ อยากจะฝากท่านประธานไปถึง ทางคุณวรศุลีได้เข้าใจนะครับว่าภาคอีสาน ๕๐๐,๐๐๐ ไร่ ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคใต้ ๓ ภาค ๑๕๐,๐๐๐ ไร่ และนอกจากนั้นยังมีหลาย ๆ ท่านฝากหลาย ๆ ประเด็น ผมคิดว่าก็ไม่อยากจะเสียเวลาของสภาแห่งนี้ ก็จะขอรับเอาข้อสังเกต ข้อเสนอแนะ ความคิดเห็นของท่านทั้งหลายที่คิดว่าเปึนประโยชน์อย่างยิ่งต่อการที่จะไปในชั้น กรรมาธิการในการที่จะไปพิจารณานะครับ ก็ฝากท่านทั้งหลายเอาไว้ว่าถ้ามีข้อคิดเห็นใด ๆ ดี ๆ ก็กรุณาได้แปรญัตติเข้าไป ทางคณะกรรมาธิการก็น่าจะรับไปพิจารณาเพื่อที่จะ ดําเนินการปรับปรุงต่อไปครับ