สุกิจ อัถโถปกรณ์ เสนอแนวคิดการเพาะเลี้ยงสาหร่ายในทะเลตรัง และเรียกร้องให้รัฐบาลสนับสนุนการผลิตสาหร่ายเพื่อการส่งออกและลดการเสียดุลการค้า นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการจับจองที่ในทะเล โดยเน้นย้ำถึงความไม่สมควรที่จะมีการจับจองโดยไม่มีการขออนุญาต และเรียกร้องให้รัฐมนตรีแก้ไขปัญหานี้
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอตั้งกระทู้ถามท่านนายกรัฐมนตรี เรื่อง การเพาะเลี้ยงสาหร่ายในทะเลตรัง เพราะโดยความเชื่อของผม ถ้าเรื่องนี้ไม่มีความชัดเจนจะเกิดปัญหาสําคัญในอนาคต ทั้งในทะเลตรังเอง แล้วก็ทะเลอื่น ๆ ด้วย ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ให้เกียรติมาตอบกระทู้ถามในวันนี้ เนื่องจากปัจจุบันนี้ ได้มีการนําสาหร่ายสีแดงมาเลี้ยงในทะเลตรังครับ สาหร่ายสีแดงนี้มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ ชื่อสป้ชีส์ (Species) ก็คือ ยูชิวมา สป้ชีส์ (Eucheuma species) แล้วก็ แคปแปป นีคัส สป้ชีส์ (Cappap nycus species) ผมเชื่อว่าท่านสมาชิกหลาย ๆ ท่านก็คงไม่รู้จักสาหร่าย ตัวนี้จึงอยากจะแสดงภาพให้ชมนะครับ ซึ่งผมได้ขออนุญาตท่านประธานแล้ว ขอภาพที่ ๑ นี่คือทะเลตรัง แล้วก็ที่เห็นเปึนร่องรอยนั้นคือบริเวณที่เลี้ยงสาหร่ายครับ ขอภาพที่ ๒ ให้ใกล้เข้ามาอีกครับ ใกล้เข้ามาก็จะเห็น ภาพที่ ๓ ใกล้เข้ามาอีกก็จะเห็นว่ามีการขึงเชือก เปึนระยะ ๆ แล้วก็มีทุ่นลอยอยู่ ขอภาพถัดไปครับ ได้เห็นชัด ๆ ว่าเขาเอาสาหร่ายที่ผูกติด อยู่กับเชือกอันนั้น ที่ผูกติดกับเชือกอันนั้นก็คือสาหร่ายสีแดง แต่ดูตอนนี้มันออกไม่แดง ดังที่ลูกศรชี้อยู่นะครับ อันนั้นคือสาหร่ายที่เอามาผูกติดกับเชือกเปึนระยะ ๆ แล้วก็เอาไปลอยอยู่ในน้ําทะเล คือจมแต่ก็ไม่จมลึกนักนะครับ ขอภาพสุดท้ายเมื่อสักครู่ครับ อันนี้ใกล้ ๆ นะครับ นี่คือ สาหร่ายสีแดงที่เอามาเลี้ยงในทะเลตรังตอนนี้ ภาพพอแค่นี้ครับ ทีนี้จะเห็นนะครับว่า การเลี้ยงนี่ง่ายมากเลยครับ แค่เอามาผูกกับเชือกแล้วก็เอาไปทิ้งไว้ในทะเล ที่ต้องทํา ไม่ต้องให้กินอะไรเลยครับ ไม่ต้องเลี้ยงด้วยอาหารอะไรเลยแต่ว่าต้องเข้าไปล้างวันละ ๑ ครั้ง เพราะว่ากันพวกเพรียงพวกขยะอะไรที่จะไปเกาะให้สกปรก ไม่เหมือนกับการเลี้ยงปลา เลี้ยงกุ้งซึ่งนับวันอาหารยิ่งแพงขึ้นเรื่อย ๆ อันนี้ไม่ต้องให้กินอะไรเลยครับ พอเวลาผ่านไป ๖๔ วันหรือประมาณ ๒ เดือน ท่านประธานเชื่อไหมครับว่าสาหร่ายที่เขาเลี้ยงโตขึ้น กว่าเดิม ๑๒ เท่าตัว พอโตได้ขนาดนั้นก็ตัดเอาบางส่วนมาขาย แล้วโคนนี่ก็ทิ้งไว้แล้วมันก็ จะแตกของมันออกมาใหม่อีกไม่ต้องไปลงทุนใหม่นะครับ ดูแล้วก็น่าเลี้ยงมาก ทีนี้ถามว่า เลี้ยงไปทําไม เนื่องจากว่าในสาหร่ายชนิดนี้สามารถจะนํามาสกัดเปึนสารสกัดในรูปของ ไฟโครคอนลอย ชนิดที่เรียกว่าคาราจีแนน (Carrageenan) ผมเชื่อว่าหลายท่านก็คงเคย ได้ยินคํานี้จากโฆษณาทีวี เมื่อคืนผมนั่งรถไฟฟัาก็เห็นในรถไฟฟัาว่าเปึนส่วนผสม ของเครื่องดื่มชนิดหนึ่ง ปรากฏว่าสารตัวนี้สามารถที่จะเอามาใช้ในอุตสาหกรรมได้หลายประเภท ทั้งที่เปึนอาหารแล้วก็ไม่ใช่อาหารอย่างเช่นเชื่อไหมว่าในไอศกรีมมีสารตัวนี้ผสมอยู่ โยเกิร์ต (Yoghurt) ที่เรากิน ในเครื่องสําอางที่เอามาทาติดหน้า ในยาสีฟัน ในสบู่ ในก้อนเจลดับกลิ่น ที่เราเอามาทารักแร้ แม้กระทั่งยาขัดรองเท้า หรือแม้กระทั่งในไวน์ (Wine) และเหล้าเพื่อให้ มีรสนุ่มเขาบอกว่าอย่างนั้น และสาหร่ายชนิดนี้จะเลี้ยงกันมากในประเทศเพื่อนบ้านของเรา โดยการเพาะเลี้ยงทั่วโลกจะผลิตได้ป้ละ ๘๐,๐๐๐-๑๒๐,๐๐๐ ตัน ประเทศที่เลี้ยงมากที่สุด เปึนอันดับ ๑ ของโลกขณะนี้ก็คือประเทศเพื่อนบ้านของเรา ประเทศฟ่ลิปป่นส์ รองลงมา ประเทศอินโดนีเซีย ๒๔ เปอร์เซ็นต์ ประเทศมาเลเซีย ๔ เปอร์เซ็นต์ สําหรับประเทศไทยเรา มีการนําเข้าสารคาราจีแนนมาใช้ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ป้หนึ่งเปึนมูลค่านับร้อยล้านบาท แล้วเราก็ยังเสียดุลการค้าอยู่ เช่นผมมีสถิติเก่าสักนิดนะครับท่านประธาน ท่านรัฐมนตรี คือเมื่อป้ ๒๕๔๕ ประเทศไทยเรานําเข้าสาหร่ายประเภทวุ้นซึ่งไม่ได้ระบุว่าเปึนยูชิวมาที่ ผมพูดถึงนี้ แต่เปึนสาหร่ายประเภทวุ้น เรานําเข้ามาทั้งหมด ๖๐๓,๔๗๙ กิโลกรัม มูลค่า ๒๘๒,๓๑๕,๐๖๑ บาท แล้วเรายังส่งออกได้นิดหน่อยคือส่งออกไป ๑๓๒,๗๘๙ กิโลกรัม ได้เงินเข้าประเทศมา ๒๗,๑๔๔,๙๕๑ บาท เราขาดดุลเรื่องนี้ ๒๕๕,๑๗๑,๐๑๐ บาท อย่างนี้เปึนต้นครับ ทีนี้ท่านลองคิดดูสิครับว่าประเทศไทยของเรามีชายฝัืงทะเลที่ยาวนาน และอุดมสมบูรณ์มาก สามารถจะเลี้ยงสาหร่ายชนิดนี้ได้ดีครับท่านประธาน ดังนั้นถ้า สมมุติว่ามันมีการเลี้ยงเกิดขึ้นอันนี้จะเปึนอาชีพใหม่เลยนะครับ เปึนอาชีพใหม่ให้กับ พี่น้องโดยเฉพาะพี่น้องชาวประมงได้มีรายได้ และในขณะเดียวกันก็สามารถจะส่งไปขาย ต่างประเทศลดการเสียดุล ถ้าเลี้ยงมากก็จะได้ดุลด้วย โดยเฉพาะประเทศทางฝัืงยุโรป มีความต้องการอันนี้มาก เพราะว่าบริษัทที่มาทดลองเลี้ยงที่ทะเลตรังครั้งแรกเปึนบริษัท ที่มาจากยุโรปครับ ที่ผมพูดมาทั้งหมดนี้คือด้านดีของสาหร่าย แต่ว่าอย่างที่เราทราบกันว่าทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้มันไม่ได้มีด้านดีเสมอไปนะครับ ปรากฏว่ามีนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ เรื่องสาหร่ายบางท่านได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับสาหร่ายชนิดนี้ โดยเขาถือว่าเปึนเอเลี่ยน (Alien) ครับ เอเลี่ยนไม่ใช่มนุษย์ต่างดาว แต่หมายถึงว่า เปึนพันธุ์พืชที่แปลกปลอมถิ่นมา คือจะมาจากที่หนึ่งมาอยู่ในที่แห่งใหม่ แล้วความหมาย ของเอเลี่ยนก็จะออกไปในทางที่ไม่ค่อยดีก็คือจะมีผลที่ไม่ดีต่อสถานที่อยู่ใหม่ ที่เขาชอบ ยกตัวอย่างเอเลี่ยนกันบ่อยที่สุดก็คือเรื่องของผักตบชวาครับ ซึ่งครั้งหนึ่งเรานําเข้ามาแล้ว ทุกวันนี้เปึนปัญหาที่ใหญ่หลวงเลยสําหรับบ้านเรา สาหร่ายสีแดงก็เหมือนกันครับ มีนักวิชาการบางคนบอกว่าเปึนเอเลี่ยน ถ้าสมมุติว่าเอามาเลี้ยงแล้วก็เลี้ยงกันไปมาก ๆ เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จะมีผลต่อสิ่งอื่น ๆ ในท้องทะเล อย่างเช่น ปะการังและหญ้าทะเลครับ จังหวัดของผมจังหวัดตรังเปึนจังหวัดท่องเที่ยวมีปะการังใต้ทะเลที่สวยงาม มีนักท่องเที่ยวมา ป้ละเยอะ ๆ ถ้าสมมุติว่าอนุญาตให้เลี้ยงสาหร่ายชนิดนี้มาก ๆ ขยายออกไปเรื่อย ๆ สักวันหนึ่งเกิดมีการทําลายปะการังขึ้นมาก็จะเสียการท่องเที่ยว ผมเชื่อว่าเปึนการลดรายได้ ให้กับจังหวัด ให้กับประเทศเปึนอย่างมากทีเดียว ในขณะเดียวกันที่จังหวัดตรังเรามี ปลาพะยูนหรือพะยูนซึ่งเปึนสัตว์ที่กําลังจะสูญพันธุ์ อาศัยอาหารก็คือหญ้าทะเล ถ้าเปึนตามที่นักวิชาการท่านบอกว่าสาหร่ายชนิดนี้เลี้ยงไปนาน ๆ ขยายไปแล้ว เกิดไปทําลายหญ้าทะเลขึ้นมา หมายความว่าหมายถึงการสูญพันธุ์ของปลาพะยูนครับ
และอีกประเด็นหนึ่งครับ ก็คือปรากฏว่าการที่ไปเลี้ยงผู้เลี้ยงไปจับจองที่ ในท้องทะเลโดยพลการเลยครับ แล้วก็ได้มีข้อพิพาทกับชาวประมงอยู่หลายเรื่อง อย่างเช่น ไปขวางทางร่องน้ําเดินเรืออะไรของเขาอย่างนี้เปึนต้น ซึ่งผมเห็นว่าก็ไม่สมควรหรอก ที่อยู่ ๆ ใครคนใดคนหนึ่งจะไปจับจองทะเลแล้วก็เอามาเปึนสมบัติของตัวเอง มาใช้ประโยชน์ เพื่อตัวเองโดยที่ไม่มีการขออนุญาตอะไรเกิดขึ้น อันนี้ก็คือปัญหา ทีนี้ท่านรัฐมนตรีครับ ถ้ามองเหตุผลทั้ง ๒ ด้านแล้วผมก็ตัดสินใจยังไม่ถูก