ธีระ วงศ์สมุทร หารือเรื่องการเพาะเลี้ยงสาหร่ายทะเล โดยนำข้อมูลจากกรมประมงและรายงานการศึกษาของต่างประเทศมาเป็นหลักการ และเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากการเพาะเลี้ยงสาหร่าย เช่น การกัดแทะของสัตว์น้ำและปัญหาการเคลื่อนไหวของน้ำ นอกจากนี้ยังเสนอให้มีการศึกษาและอนุญาตตามกฎหมายเพื่อส่งเสริมให้เป็นอาชีพทางเลือกของชาวประมง
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับมอบหมายจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ให้เปึนผู้มาชี้แจงตอบกระทู้ถามเรื่องการเพาะเลี้ยงสาหร่ายในทะเลตรังของท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติจากจังหวัดตรังครับ ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ ต่อคําถามของท่าน แล้วก็โดยข้อเท็จจริงท่านก็ได้กล่าวไปเมื่อสักครู่ว่าการเลี้ยงสาหร่ายสีแดง ในทะเลนั้นก็มีทั้ง ๒ ด้าน คือทั้งด้านบวกแล้วก็ทั้งด้านลบ ซึ่งที่มาที่ไปของตรงนี้ ก็สืบเนื่องมาจากว่าจังหวัดตรังก็ได้มอบหมายให้อําเภอสิเกาได้ลงนามข้อตกลงกับบริษัท จากต่างประเทศ เพื่อดําเนินการศึกษาความเปึนไปได้ในการเลี้ยงสาหร่ายทะเลสีแดง ในเชิงพาณิชย์ โดยมีการว่าจ้างชาวประมงพื้นบ้านให้ดําเนินการโครงการนี้ ซึ่งจากข้อมูล ทางวิชาการตามที่ท่านได้กล่าวไปสักครู่ว่าโดยธรรมชาติแล้วสาหร่ายพวกนี้ก็แพร่กระจาย ในทะเลเป่ดที่มีความเค็มสูง ซึ่งเดิมก็เลี้ยงกันมากที่ประเทศฟ่ลิปป่นส์ แล้วต่อมาก็ได้มี การเผยแพร่ขยายตัวไปในเขตทะเลในประเทศอื่น ๆ ซึ่งสาหร่ายชนิดนี้ก็มีการเพาะเลี้ยง เพื่อเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ของวัตถุดิบที่สําคัญเพื่อมาสกัดเปึนสารคาราจีแนนที่ใช้ ในเชิงอุตสาหกรรมอาหารแล้วก็เครื่องสําอาง ซึ่งเรื่องนี้ต้องขออนุญาตกราบเรียนว่า กรมประมงเองก็ได้เคยศึกษาทดลองเลี้ยงในประเทศไทยเราด้วยแล้วเช่นกัน ก็ได้ศึกษา ถึงการเจริญเติบโตของสาหร่ายชนิดนี้ทั้งชายฝัืงทะเลอ่าวไทย เช่น ที่จังหวัดจันทบุรี จังหวัดระยอง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์และชายฝัืงทะเลอันดามันบริเวณเกาะตะรุเตา เขาใช้ตามที่ท่านนําภาพมาให้ดูเมื่อสักครู่ โดยใช้การเลี้ยงโดยขึงเชือกแล้วก็ใช้แขวนท่อนพันธุ์ เอาไว้ ซึ่งก็พบว่าในการเจริญเติบโตของสาหร่ายนี้ก็ใกล้เคียงกับในรายงานการศึกษาของ ต่างประเทศ แต่ก็พบว่ามีปัญหาเช่นกันในการเพาะเลี้ยงนั้นก็เกิดการกัดแทะของสัตว์น้ํา ชายฝัืง ก็ทําให้ผลผลิตเสียหายจึงมีข้อจํากัดในการขยายการเพาะเลี้ยง แล้วนอกจากนั้น ก็ยังพบว่าในการเลี้ยงที่พื้นที่แคบ ๆ ไม่มีการเคลื่อนไหวของน้ําก็อาจจะมีการเจริญเติบโต ของสาหร่ายช้าลงหรือเกิดอาการเน่าตายได้นะครับ เพราะฉะนั้นพื้นที่ที่จะเลี้ยงสาหร่าย ก็ต้องเปึนพื้นที่ที่กว้างแล้วก็มีน้ําถ่ายเทได้สะดวก อีกทั้งต้องหลีกเลี่ยงปัญหาเรื่องของ คลื่นลมแรงในฤดูมรสุมอีกด้วย
ประการสําคัญก็คือหากมีการส่งเสริมก็จําเปึนจะต้องมีการทดสอบ ความเปึนไปได้ในแต่ละพื้นที่เสียก่อนให้ชัดเจน และทางวิชาการยังชี้ให้เห็นว่าการเลี้ยงสาหร่าย ในบริเวณทะเลชายฝัืงนั้นก็ยังสามารถลดการสะสมของธาตุอาหารที่ไหลลงสู่ทะเล แล้วก็ ส่งผลให้ปรากฏการณ์ขี้ปลาวาฬลดลงอีกด้วย หากสามารถเลี้ยงสาหร่ายไม่ว่าจะเปึนชนิดใด ถ้าเปึนไปตามความต้องการของตลาดแล้ว ผมคิดว่าก็น่าจะก่อให้เกิดการเพิ่มผลผลิต ทางด้านการประมงและสร้างรายได้ด้วยนะครับ
ทีนี้ประเด็นที่กล่าวว่าเมื่อเลี้ยงสาหร่ายแล้วก็มีผลกระทบต่อปะการัง หรือหญ้าทะเลมากน้อยเพียงใดนั้น ผมขออนุญาตเรียนว่าสาหร่ายชนิดนี้ก็สามารถ สืบพันธุ์ได้ทั้งแบบการแตกหน่อจากท่อนพันธุ์แล้วก็เจริญเติบโต ซึ่งมีขนาดตามแขนง กิ่งก้านสาขาของเขา ได้มีการสร้างสปอร์ (Spore) เปึนจํานวนมากลอยไปตามกระแสน้ํา ซึ่งจากข้อมูลเบื้องต้นของกรมประมงก็พบว่าสาหร่ายชนิดนี้แม้สามารถเจริญเติบโตได้ดี แต่ก็สามารถที่เปึนอาหารของสัตว์น้ําขนาดเล็กได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกสัตว์กัดแทะ ดังนั้นโอกาสที่การแพร่ขยายพันธุ์ในแหล่งน้ําธรรมชาติก็เกิดขึ้นได้ยากหากมีการส่งเสริม จริง ๆ ควบคุมจริง ๆ ไม่ให้มีการไปแย่งอาหารก็จะไม่ให้พันธุ์แพร่กระจายไปบดบังในเรื่องของ หญ้าทะเลได้
ต่อประเด็นในการแย่งชิงพื้นที่กันนั้นในการเลี้ยงซึ่งเรื่องนี้ผมขออนุญาต กราบเรียนว่าสาหร่ายทะเลก็เปึนสัตว์น้ําตามพระราชบัญญัติการประมง เพราะฉะนั้น การนํามาเพาะเลี้ยงในพื้นที่จับสัตว์น้ําประเภทสาธารณประโยชน์จะต้องปฏิบัติตาม ประกาศของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งประกาศตามพระราชบัญญัติกรมประมง มาตรา ๑๖ วรรคสอง ก็คือผู้ที่จะเลี้ยงต้องดําเนินการขออนุญาตให้เปึนไปตามระเบียบ ของกรมประมง และที่สําคัญกรมประมงก็ยังได้วางหลักเกณฑ์เอาไว้ชัดเจนว่าการกระทํา เหล่านี้ต้องไม่ไปกีดขวางทางเดินเรือ แพ และก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่พี่น้องประชาชน ในพื้นที่ที่เลี้ยง ที่สําคัญก็คือต้องผ่านการประชาคมในพื้นที่ด้วย นอกจากนั้นแล้วก็ยังมีกฎหมายอีกฉบับหนึ่งที่เข้ามาเกี่ยวข้องก็คือกฎหมายควบคุม การก่อสร้างสิ่งล่วงล้ําลําน้ําตามพระราชบัญญัติการเดินเรือน่านน้ํา พ.ศ. ๒๔๕๖ ซึ่งตามกฎหมายฉบับนี้ทางกรมเจ้าท่าได้มอบอํานาจให้กรมปกครองท้องถิ่นเปึนผู้อนุญาต ในการสร้างกระชังเพาะเลี้ยงสาหร่าย ซึ่งจะต้องได้รับอนุญาตจากองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นก่อน ซึ่งต่อปัญหาที่ผมได้กราบเรียนไปดังกล่าวถามว่าแล้วนโยบายของ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่จะดําเนินการในเรื่องนี้มากน้อยอย่างไร ผมขออนุญาต กราบเรียนว่าในเรื่องนโยบายนั้นกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีนโยบายที่จะส่งเสริม การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ําอย่างยั่งยืนให้เปึนอาชีพทางเลือกของพี่น้องชาวประมงนะครับ สาหร่ายทะเลก็เปึนสัตว์น้ําชนิดหนึ่งซึ่งมีการเจริญเติบโตเร็วและขยายพันธุ์ได้ง่าย และมีศักยภาพที่จะพัฒนาให้เปึนอาชีพทางเลือกของพี่น้องชาวประมงได้ แต่การที่จะส่งเสริม ที่ไหน อย่างไรนั้น ผมคิดว่าเรื่องนี้จะต้องมีการศึกษาให้ชัดเจน เพราะว่าในบางครั้ง บางโอกาสสาหร่ายที่เรามาสกัดเปึนสารนั้น ซึ่งทราบว่าในบ้านเราก็ยังไม่มีโรงสกัดนะครับ แล้วเราก็ทําไปเปึนเพียงแปรรูปขั้นต้นแล้วก็ส่งไปสกัดที่อื่น ซึ่งบางครั้งเราก็ไม่แน่ใจว่า เมื่อสารสกัดออกมาแล้วจะมีคุณสมบัติเปึนไปตามที่ต้องการก่อน ดังนั้นโดยสรุปแล้วว่า ในการที่จะส่งเสริมต่อพี่น้องชาวประมงนั้นจะต้องศึกษารูปแบบให้มันชัดเจน ศึกษา ในเรื่องของพื้นที่ที่จะเลี้ยงให้เหมาะสม แล้วก็ที่สําคัญคือต้องปฏิบัติให้ถูกต้องให้เปึนไป ตามกฎหมายด้วยครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน