สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๙ · ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๓

สมคิด บาลไธสง หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. ระบุความสับสนในคำจำกัดความต้นยาง ไม่ยาง และสวนยาง และเรียกร้องให้คณะกรรมาธิการพิจารณาเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการผลิตยางรถยนต์เพื่อขายให้กับประเทศจีน และแสดงความเห็นเกี่ยวกับมาตรา 37 ในร่างพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย พ.ศ..... ซึ่งเกี่ยวข้องกับการปลูกยางและปาล์ม

นายสมคิด บาลไธสง หนองคาย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม สมคิด บาลไธสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดหนองคาย บังเอิญ จังหวัดหนองคายของกระผมเองก็เปึนจังหวัดหนึ่งในภาคอีสานที่ว่าปลูกยางมาก ไม่แพ้จังหวัดอื่น ๆ นะครับ ประมาณร่วม ๑,๐๐๐,๐๐๐ ไร่ จังหวัดหนองคายที่กรีดได้แล้ว ก็ประมาณ ๓๐๐,๐๐๐-๔๐๐,๐๐๐ ไร่ ผมก็อยากแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติ การยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... นะครับ ผมจะพยายามไม่พูดซ้ําแต่บางทีก็อาจจะซ้ําบ้างนะครับ ในมาตรา ๔ ผมยังสับสนอยู่กับความหมายในมาตรา ๔ บางตอน อย่างเช่น มาตรา ๔ ต้นยาง หมายความว่า ต้นยางพารา อันนี้เข้าใจ และให้หมายความรวมถึง ต้นยางชนิดอื่นตามที่คณะกรรมการประกาศกําหนด อันนี้ก็ยังสงสัยอยู่ ต่อไปอีก ไม้ยาง หมายความว่า ต้นยาง ผมไม่เข้าใจจริง ๆ สําหรับผู้เขียนมีวัตถุประสงค์อย่างไร เพราะว่า ชาวอีสานหรือชาวประเทศไทยเราก็ตามไม่ว่าประเทศไทย ประเทศลาว คําว่า ไม้ยาง ท่านลืมคิดถึงไม้ยางที่อยู่ตามภูเขา ไม้ยางต้นขนาดใหญ่จะให้เขาไปตีความอย่างไร บางที จะเข้าใจว่าเปึนไม้ยางเติมคําว่า พารา เข้าไปได้ไหม เพื่อไม่ให้สับสนกับต้นยางใหญ่ ๆ อยู่ตามไร่ตามนา ไม้ยางนะครับ ท่านรัฐมนตรีครับ เติมคําว่าพาราเข้าไปหน่อยเพื่อไม่ให้ มันสับสน คืออย่าไปให้ตี เดี๋ยวเขาไปกรีดต้นยางอยู่บนภูเขามาตีเปึนยางพาราอีกมันจะยุ่ง อันนี้ก็อยากฝากความหมายตรงนี้ สวนยาง ผมก็สงสัยทําไมถึงไปกําหนดไม่น้อยกว่า ๒ ไร่ ชาวบ้านคนยากคนจนเกิดเขามีสวนยางอยู่ไร่เดียวไม่ให้เขาเปึนสวนหรือ หรือจะบังคับ ให้เขามี ๒ ไร่ คําว่า สวนยาง นี่นะครับ ความหมายมัน อันนี้ก็จะฝากคณะกรรมาธิการ ไปพิจารณาด้วยนะครับ คืออย่าไปกําหนดว่า ๒ ไร่ เขาอาจจะมี ๑ งาน ๑๐๐ ตารางวา ก็เปึนสวน เขามีต้นยางแล้วเขาก็มีรั้วรอบขอบชิดเปึนที่ดินของเขามีแค่นั้นจะทําอย่างไร หรือเราไม่สนับสนุนเลยคนจนมีที่น้อย ๆ อันนี้ก็ให้ตั้งข้อสังเกตไว้ครับ

สําหรับอีกเรื่องหนึ่งที่ผมอยากแสดงความคิดเห็นก็เกี่ยวกับเรื่องวัตถุประสงค์ ถ้าดูวัตถุประสงค์แล้วยังไม่เขียนชัดเจนเกี่ยวกับว่าเราจะทําอย่างไร วัตถุประสงค์ของ กยท. ยังไม่ชัดเจนว่าเราจะสนับสนุนพี่น้องชาวสวนยางหรือสนับสนุนกิจการยางในการผลิตภัณฑ์ยาง ส่วนใหญ่เราเอายางไปขาย เอาแผ่นยางไปขาย เราไม่ได้อธิบายว่าเราจะพาพี่น้องชาวสวนยาง ร่ํารวยอย่างไร เราจะผลิตผลิตภัณฑ์จากยางหลายท่านพูดมาแล้วผมก็อยากย้ําอีกว่า ผลิตภัณฑ์อะไรก็ตามที่ผลิตจากยางพาราได้เราจะทําอย่างไร เราถึงจะแปรรูปให้มันได้มี คุณค่าเพิ่มขึ้นกว่าเดิมเพื่อเราจะได้ซื้อยางของเกษตรกรที่แพงขึ้นเพราะเราเปึนผู้ผลิต เมื่อเราผลิต เมื่อเรารู้ต้นทุนอยู่แล้วเราก็กําหนดราคาแม้แต่ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ได้ไม่ว่ายางรถยนต์ ไม่ว่าอะไรก็ตาม ทําไมเราถึงขายยางแผ่นให้จีน เราทําไมไม่ขายยางรถยนต์ให้จีนอย่างนี้ครับ ยางรถยนต์เส้นหนึ่งหลายพันบาทแทนที่เราจะไปขายยางแผ่นให้เขากิโลกรัมไม่กี่บาท ยางแผ่น ๒ แผ่น ๒-๔ กิโลกรัม ก็ได้ยางรถยนต์เปึนเส้น เราทําไมไม่คิดที่จะทําหรือทําการ แลกเปลี่ยนกับประเทศจีน ประเทศที่ผลิตรถยนต์ให้เราขายยางรถยนต์ให้เขา แทนที่ เราจะมาขายยางแผ่นให้เราได้ราคามาก ๆ นี่เรามาพูดถึงแต่เรื่องขายยาง ขายขี้ยาง ขายอะไรอยู่ ไม่พูดถึงเรื่องไม่รับประกันผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากยางที่มันมีราคาเพิ่มขึ้นอย่างมาก อันนี้ก็ตั้งข้อสังเกตเพื่อให้ท่านที่จะไปร่วมกันเปึนคณะกรรมาธิการว่าเราจะทําอย่างไร ถึงจะมีการกําหนดการผลิตผลิตภัณฑ์ยางให้ออกมาจริง ๆ ได้โดยประเทศไทยเปึนผู้ผลิต ไม่ว่าอะไรก็ตามที่เปึนผลิตภัณฑ์จากยาง

อีกส่วนหนึ่งที่ผมอยากแสดงความคิดเห็นก็ตรงที่เกี่ยวกับการสนับสนุนเงินทุน การร่วมทุน มีหลายท่านพูดไปแล้ว ผมขอแสดงความเห็นว่าการกู้ยืมหรือการให้กู้ยืมเงินมีวงเงิน ไม่เกิน ๕๐ ล้านบาท ผมว่าน้อยมาก ถ้าสมมุติเขาจะสร้างโรงงานอุตสาหกรรมผลิตอะไร อย่างหนึ่งขึ้นมา ๕๐ ล้านบาทมันทําไม่ได้ในความคิดของผม เราทําไมกําหนดน้อย ทําไมไม่กําหนดวงเงินเปึน ๑,๐๐๐ ล้านบาท บางทีอาจจะมาร่วมทุนกับ กยท. สร้างโรงงานผลิต โรงงานยางรถยนต์ส่งประเทศจีนส่งประเทศญี่ปุ์น อย่างที่ผมกล่าวมาแล้ว มันต้องให้มีวงเงิน มากกว่านี้ถึงจะผลิตผลิตภัณฑ์ยางได้นะครับ มาตรา ๓๗ ผมอยากแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่องการปลูกแทนต้นยาง อันนี้เปึนเรื่องสําคัญก็สงสัยอยู่ว่ามาตรานี้เกิดขึ้นมา เพื่ออะไร พี่น้องชาวภาคใต้ปลูกยางมาเปึนชั่วอายุคน และถ้ามาออกกฎหมายนี้คงได้รับ ผลประโยชน์แต่ชาวภาคใต้ใช่ไหม หรือว่าการยางเราจะไม่พัฒนาไปเท่าที่ควรเห็นว่ายางพารา จะมีปัญหาในอนาคตเลยมาออกกฎหมายฉบับนี้ มาตรานี้เพื่อรองรับคนที่จะไม่ปลูกยางพาราแล้ว เราพูดถึงร่างพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... แต่เรามาพูดถึงการตอบแทน โดยการอาจจะไม่ปลูกยางนะครับมาตรานี้ อาจจะไปปลูกปาล์มก็ได้แล้วคนที่ทําสวนยาง มาแล้วตัดยางทิ้งไปปลูกปาล์มก็ได้เงินค่าตอบแทนอีกแล้ว ผมมองไปอย่างนั้นนะครับ แสดงว่าพี่น้องที่ปลูกยางมาเปึนชั่วอายุแล้วก็กําลังตัดต้นยางทิ้ง แล้วก็จะได้รับการตอบแทน ในร่างพระราชบัญญัตินี้ตามมาตรา ๓๗ ซึ่งผมก็ยังสงสัยอยู่นะครับ อันนี้ไปพิจารณาดี ๆ นะครับ ขอบคุณครับ