สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๙ · ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๓

เรวัต สิรินุกุล พูดเรื่องร่างพระราชบัญญัติการยาง แห่งประเทศไทย พ.ศ. ซึ่งเขาเห็นด้วย แต่ขอให้ปรับปรุงให้ชาวสวนยางมีสิทธิมีเสียงมากขึ้น เพราะไม่มีใครรู้ดีกว่าชาวสวนยางหรอกครับ

นายเรวัต สิรินุกุล กาญจนบุรี

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเรวัต สิรินุกุล ส.ส. แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทยครับ ร่างพระราชบัญญัติการยาง แห่งประเทศไทย พ.ศ. .... ซึ่งสภาได้พิจารณาอยู่นี้นั้น กระผมใคร่กราบเรียนท่านประธานว่า มีการเสนอจากรัฐบาลและท่านสมาชิกรวมแล้ว ๗ ฉบับด้วยกัน สาระสําคัญก็คือว่า ต้องการให้พี่น้องซึ่งปลูกยางหรือการทําสวนยางมีอาชีพ เปึนอาชีพที่มั่นคงเพื่อที่จะให้ การทํายางเจริญรุ่งเรือง ก็ไปยกเลิกกฎหมายเก่าทั้งหมดเลย แล้วก็ใช้ฉบับนี้แทน เนื้อหาสาระก็คล้ายคลึงกันครับ ซึ่งกระผมก็เห็นด้วย แต่กระผมก็มีข้อสังเกตบางประการที่จะ กราบเรียนท่านประธานว่าในมาตรา ๑๗ ซึ่งได้พิจารณาดูแล้วก็เห็นว่าการตั้งคณะกรรมการ ให้มีคณะกรรมการขึ้นคณะหนึ่ง เสร็จแล้วปรากฏว่ามีชาวสวนยางหรืออาชีพเกษตรกร ที่ทํายางคนเดียวเท่านั้นเอง เมื่อมาดูแล้วถ้าเปึนอย่างนี้จะบอกว่าให้การทํายางอย่างมั่นคง ถาวร ก้าวหน้าเจริญรุ่งเรือง อย่างไร ผมก็ไม่แน่ใจ เพราะมีคนเดียวจะเปึนปากเปึนเสียงได้อย่างไรครับ แล้วคณะกรรมการ ของรัฐมีอยู่ ๔ คน และจะไปรู้เรื่องอะไรของชาวสวนยางเขา ปลูกยาง ทํายาง ก็ต้องมาจาก ชาวสวนยางโดยตรงที่มีปากมีเสียงในคณะกรรมการ เพราะว่าอํานาจและหน้าที่เยอะ นะครับ อํานาจหน้าที่คณะกรรมการซึ่งมีทั้งหมด ๑๐ ข้อและสําคัญทั้งนั้นเลย กําหนด นโยบายบริหาร การจัดหาทุน ให้ความเห็นชอบแผนการดําเนินงานเกี่ยวกับยางพารา ต้องเปึนคนที่มีความรู้ความสามารถในเรื่องนี้ แล้วคณะกรรมการเหล่านั้นก็ไปดําเนินการ แต่ก็เปึนเรื่องแปลกอยู่อย่างหนึ่ง ซึ่งผมอยากจะกราบเรียนว่าเปึนเรื่องที่ดีเหมือนกันครับ เพราะว่าคณะกรรมการนั้นนอกจากจะดูแลเรื่องอื่นแล้วยังจัดหาทุนครับ กฎหมายฉบับนี้ เปึนเรื่องที่ดีที่ว่าให้เงินกองทุน ให้ทุนแก่คนทําสวนยาง ซึ่งกระผมอยากจะเปรียบเทียบกับ กฎหมายฉบับอื่น และอยากจะกราบเรียนว่าอย่างในกฎหมายอ้อยและน้ําตาลทราย ป้ ๒๕๒๗ ท่านประธานครับ เรามีคณะกรรมการขึ้นมาคณะหนึ่งซึ่งประกอบด้วย ๕ ๗ ๙ คือ หมายความว่า รัฐบาล ๕ คน โรงงานน้ําตาล ๗ คน ชาวไร่อ้อย ๙ คนครับท่านประธาน ตรงนั้นชาวไร่อ้อย มีสิทธิมีเสียงเต็มที่ แล้วก็ได้มารับรู้ ได้รู้ได้เห็นในการซื้อขาย เงินต่าง ๆ รัฐบาลไม่ค่อยได้ ช่วยเหลือเลย ก็แตกต่างกับกฎหมายฉบับนี้ การทําสัญญาฉบับนี้ซึ่งรัฐให้การดูแลเงินกองทุน มีการสนับสนุนให้ชาวสวนยางที่ปลูกยางเกินกว่า ๒๕๐ ไร่ก็ให้ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ อีก ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ก็รายเล็กรายน้อยที่ไม่ถึง ๒๕๐ ไร่ อย่างนี้เปึนต้น นี่คือการสนับสนุนของรัฐ สําหรับชาวไร่อ้อย ไม่ใช่ อยู่ในระบบ หาจากระบบครับท่านประธาน แล้วก็เอามาอยู่เปึนกองทุนเหมือนกัน เราสนับสนุนจากนี้ไป ผมกราบเรียนได้ว่าในกรณีอย่างนั้นก็เปึนประโยชน์อย่างที่ชาวไร่อ้อย สามารถดําเนินกิจการของตนเองได้ ได้รู้ ได้ซื้อ ได้ขาย แต่สวนยางนี่ไม่ใช่ และเขาไม่ได้บอก คณะกรรมการไม่ได้บอกว่าในการกําหนดราคาของน้ํายางหรืออะไรต่าง ๆ นี่ไม่ได้บอก เพราะฉะนั้นก็เลยกราบเรียนว่าถ้าอย่างนี้จะทําอย่างไร ผมยังอยากเห็นว่าเราเอาแนว ในเรื่องของกฎหมายอ้อยและน้ําตาลทราย ป้ ๒๕๒๗ มาเปึนแนวทางในการปรับปรุงหรือใช้ได้ หรือไม่อย่างไร เพราะมันเปึนประโยชน์ครับ กฎหมายอ้อยและน้ําตาลทรายใช้จนถึงทุกวันนี้ มันเปึนประโยชน์ต่อพี่น้องเกษตรกรชาวไร่อ้อย อุตสาหกรรมอ้อยและน้ําตาล เราสามารถ ยืนหยัดอยู่ได้ด้วยกฎหมายอ้อยและน้ําตาลทราย นี่เปึนสิ่งที่กระผมอยากจะเห็นนะครับว่า ให้เกษตรกรชาวสวนยางนั้นยืนหยัดอยู่ด้วยความมั่นคงแล้วก็มั่นใจในการประกอบอาชีพ แต่ถ้าดูลักษณะของการตรากฎหมายฉบับนี้แล้วก็รู้สึกว่าชาวสวนยางนั้นมีสิทธิมีเสียงน้อย เข้ามาดูแลน้อยครับ เพราะฉะนั้นก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าอยากจะฝาก คณะกรรมาธิการพิจารณาว่าทําอย่างไรให้ชาวสวนยางมีสิทธิมีเสียงมากขึ้น เพราะไม่มีใคร รู้ดีกว่าชาวสวนยางหรอกครับ ไม่มีใครรู้ดีกว่าชาวไร่อ้อยหรอกครับ ไม่ว่าโรงงาน รัฐบาล แม้กระทั่งคณะกรรมการก็ตามก็ต้องขึ้นอยู่กับชาวสวนยางโดยแท้จริง ผมกราบเรียนอย่างนี้ครับ ท่านประธาน จริง ๆ แล้วในขณะนี้แพร่หลายไปเกือบทั่วทั้งประเทศในการปลูกยาง ก็ต้องกราบเรียนข้อเท็จจริงว่าสาเหตุมาจากท่านนายกรัฐมนตรี ท่าน พันตํารวจโท ดอกเตอร์ ทักษิณ ชินวัตร ในช่วงนั้นราคายางพารา ๒๕ บาทกว่า ท่านก็ไปลุยทําสวนยางว่าทําไม ยางปลูกในประเทศไทยให้คนอื่นเขามากําหนดราคา ทําไมเราไม่กําหนดราคาเอง ก็ไปรวบรวม ที่ปลูกยางทั้งหมด ก็ปรากฏว่าหลังจากนั้นประเทศไทยเราก็สามารถประกาศราคายางพารา ได้ทุกวัน ราคายางพาราหาดใหญ่ราคาเท่าไร ยางดิบเท่าไร ยางแผ่นเท่าไร ยางรมควันเท่าไร จนในที่สุดราคายางพาราก็ขึ้นมา ๑๐๐ กว่าบาท พี่น้องขยายปลูกกันใหญ่ จังหวัดกาญจนบุรี ของผมท่านประธานครับ ปลูกยางพารามาไม่น้อยเหมือนกัน ผมยกตัวอย่างจังหวัดกาญจนบุรี มีอยู่ ๑๓ อําเภอ ปลูกยางพารามา ๒๐ กว่าป้แล้ว อําเภอสังขละบุรี อําเภอศรีสวัสดิ์ อําเภอทองผาภูมิ ในเริ่มแรกก็มีสวนยางปลูกมาประมาณไม่กี่หมื่นไร่หรอกครับ แต่ระยะหลัง เราปลูกเปึนแสนกว่าไร่ เพราะอะไร เพราะราคายางพารามันดีขึ้น จาก ๒๐ กว่าบาท เปึน๑๐๐ กว่าบาทอย่างนี้ในช่วงท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ใคร ๆ ก็รู้ครับ ต้องยอมรับ เรื่องนี้ด้วยเปึนเรื่องจริงที่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นเมื่อเปึนอย่างนี้มาถึงปัจจุบันนี้ก็มีปัญหาว่า เราจะทําอย่างไรให้ระบบยางพาราที่พี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางพาราสามารถยืนหยัดอยู่ได้ ด้วยอาชีพตรงนี้ ทําอย่างไรให้เกิดความมั่นคง เมื่อออกกฎหมายมาฉบับนี้กระผมจึงเห็นด้วย ผมเห็นด้วยว่าจะเปึนกฎหมายที่รองรับอาชีพชาวสวนยางโดยแท้จริง แต่ยังไม่สมบูรณ์นะครับ ท่านประธานจะต้องให้มีพี่น้องชาวสวนยางเปึนกรรมการเพิ่มขึ้น แล้วก็สามารถมีสิทธิ มีเสียงมาดูแลในกิจการของเขา นี่คือสิ่งที่กระผมอยากจะฝากจริง ๆ ต่อคณะกรรมาธิการ วิสามัญที่จะพิจารณาในเรื่องนี้ ท่านประธานครับ ผมมาดูในรายละเอียดของกฎหมายฉบับนี้ ของรัฐบาลที่เสนอมานี้มีสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ นี่เยอะเหมือนกันครับเยอะมากที่จะให้ แต่ก็เปึนในเรื่องของกรรมการเสียส่วนใหญ่ เปึนกรรมการเสียส่วนใหญ่ ทีนี้กรรมการส่วนใหญ่ ไม่มีสิทธิมีเสียงของพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางเลยครับ มีอยู่คนเดียวแล้วจะไปมีสิทธิมีเสียงอะไร มากมายอย่างไรไม่ได้ กระผมจะยกตัวอย่างนี้ในการดําเนินกิจการของคณะกรรมการการยาง หรือเรียกชื่อย่อว่า กยท. แม้ว่าจะได้บอกว่าให้คํานึงถึงประโยชน์ของรัฐและประชาชนก็ตาม แต่สิทธิตรงนี้จะไปดําเนินการได้อย่างไร ท่านประธานมีอยู่คนเดียว อย่างกฎหมายอ้อย และน้ําตาลทรายนี้ถกเถียงกันมา ๙ คน รัฐกับโรงงานน้ําตาลทรายเขาก็พยายามที่จะฮั้วกันแล้ว ก็อยู่ในแนวเดียวกัน ๙ คนนี้ครับ สู้กันมาตลอดเลยครับ จนกระทั่งในที่สุดต้องยอมรับ ความเปึนจริงที่เกิดขึ้นอะไรมันไม่ดีไปกว่าชาวไร่อ้อยที่จะไปรู้ มารู้แล้วมาดูผลประโยชน์ของเขา โดยแท้จริง เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ท่านประธานครับ ถ้ากฎหมายฉบับนี้จะให้ผลประโยชน์ ที่แท้จริงและเปึนประโยชน์ต่อการทําสวนยางโดยแท้จริง ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า ขอให้คณะกรรมาธิการวิสามัญที่พิจารณาขึ้นดําเนินการให้มีคณะกรรมการมาจากตัวแทน ของชาวสวนยางให้มากกว่านี้อย่างน้อย ๆ ภาคละ ๑ คน หรือเกิน หรือว่าอย่างไรก็แล้วแต่ ตามสัดส่วนที่จะตั้งขึ้น แต่ไม่ใช่คนเดียว อย่างน้อยก็ต้องมีสัก ๔-๕ คน อย่างนี้เปึนต้น ก็อยากจะ กราบเรียนฝากไว้ครับท่านประธาน อย่างไรก็ตามผมก็ถือโอกาสนี้ขอสนับสนุนกฎหมาย ซึ่งทั้งของรัฐบาลและท่านสมาชิกที่เสนอร่างพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... มา ขอขอบคุณท่านประธานครับ