สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๙ · ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๓

สถาพร มณีรัตน์ หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติยางพารา โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกยางพารา และการสร้างศักยภาพในการแข่งขัน รวมทั้งการแปรรูปผลผลิตยางพารา เพื่อเพิ่มมูลค่าและรายได้ของเกษตรกร และเรียกร้องให้กระจายโรงงานแปรรูปยางพาราไปยังภาคเหนือ และให้รัฐมนตรีศุภชัยมีใจใส่ในการแก้ไขปัญหาพันธุ์ยางพาราหายาก และพัฒนายางพาราของประเทศไทยให้มีมูลค่าเพิ่ม

นายสถาพร มณีรัตน์ ลําพูน

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน วันนี้ ผมขอชื่นชมยินดีกับพี่น้องเกษตรกรสวนยางทั่วประเทศ รวมทั้งผู้เสนอร่างกฎหมายทุกคน ที่ต้องการความปรารถนาดีไปยังเกษตรกรผู้ปลูกยางพาราทั่วประเทศ แต่ขณะเดียวกันนั้น ท่านประธานที่เคารพ ผมเชื่อว่าประเทศเรานี้ยังมีพื้นที่ ยังมีที่ดินอีกหลายอย่างที่ต้องการ สนับสนุน มีกฎหมายในการซับซิไดซ์ (Subsidize) หรือกฎหมายอุดหนุนพืชเศรษฐกิจ หลายตัว เราต้องยอมรับว่า ไม่ว่าข้าวโพด ข้าว ลําไย หอม กระเทียม หอมแดง ถ้าเรามี กฎหมายอุดหนุนซึ่งสร้างศักยภาพการแข่งขัน มีการวิพากษ์วิจารณ์ มีการวิจัยสนับสนุน รวมทั้งมีการแปรรูปที่เปึนระบบอย่างยางพาราอย่างกฎหมายฉบับนี้ ผมเชื่อว่าวันนี้นั้น ประเทศไทยเราคงจะลืมตาอ้าปากได้ทุกคน และเชื่อว่าประเทศไทยคงไม่มีเกษตรกร ที่ยากจนข้นแค้น วันนี้จุดอ่อนของประเทศก็คือการจะออกกฎหมายแต่ละฉบับ ที่ให้พี่น้องเกษตรกรผู้ประสบปัญหาอย่างแท้จริงมามีส่วนร่วมและเปึนกฎหมาย ที่มีความสําคัญต่ออาชีพเขา ต่อตัวเขา และต่อพื้นที่ของเขานั้นมีน้อยฉบับเหลือเกิน ผมอยากจะนําเรียนว่าวันนี้ผมอยากเรียกร้องให้รัฐบาล ให้เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เสนอกฎหมายซับซิไดซ์เกษตรทุกตัวครับ โดยเอาการยางนี่ละครับ เอา พ.ร.บ. ยางเรานี่ เปึนตัวอย่าง แล้ววันนั้นประเทศของเราจะรุ่งเรืองสดใสอําไพไม่หน้าดําคร่ําเครียด จะหน้าตาสดใสเหมือนท่านรัฐมนตรีศุภชัย โพธิ์สุ นี่ละครับ ที่ท่านได้นําเอาเรื่องยาง แล้วท่านก็บุกเบิกธุรกิจยางทางแถวอีสานจนชื่อเสียงนั้นติดขจรขจาย นี่คือเรื่องจริงครับ ผมมีเพื่อนและมิตรสหายอยู่ที่สิบสองปันนา ซึ่งถือว่าเปึนชนกลุ่มน้อย เมื่อก่อนยากจนข้นแค้นมากครับ ปรากฏว่าเขาเอาสิบสองปันนาปลูกยางพารานี่ละครับ วันนี้พี่น้องของผมที่สิบสองปันนามีความสุขครับ เพราะว่ายางพาราตีเปึนเงินหยวน ของเขา เช้าขึ้นมา ๑ กิโลกรัม ๕ หยวน ทําให้วันวันหนึ่งเขาต้องเลี้ยงโต๊ะจีนคนกรีดยาง ทุกวันครับ สิบเอ็ดโมงสั่งโต๊ะจีนเลี้ยง สิบเอ็ดโมงสั่งโต๊ะจีนเลี้ยงมาเปึนเวลาหลายป้ แล้วครับ นี่คือความมหัศจรรย์ของพืชเกษตร ถ้าเพิ่มมูลค่าได้รอดทุกรายครับ แต่วันนี้ที่ พืชเกษตรเราจะต้องประท้วงต้องสาปแช่งกันเนื่องจากว่ามันมีเหลือบไรในการเกาะกิน เกษตรกร เกาะกินพี่น้องของเราที่ใช้คําว่าเกษตรกรเปึนโล่กําบังแล้วเข้ามาโกงมากินครับ ท่านประธาน ผมอยากจะเห็นมิติของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้กําจัดเหลือบเกาะโกงกิน เกษตรกร โดยภาพรวมของร่างพระราชบัญญัติของการยางนี้ซึ่งมีลักษณะที่ส่วนใหญ่ ก็สนับสนุนในเรื่องของเกษตรกรผู้ปลูกสวนยางรวมทั้งครบวงจรเขาเรียกว่า วัน สตอป เซอร์วิส (One stop service) มีทั้งการพัฒนาสายพันธุ์ยาง มีทั้งการให้ความอุดหนุน กับเกษตรกรยาง มีทั้งความก้าวหน้าในเรื่องของการจะให้ผลิตแปรรูป รวมทั้งสิ่งที่ เกษตรกรต้องการคือมีแหล่งทุนที่สนับสนุนตั้งแต่ปลูกยันตัดครับ กรีด ตัด มีแหล่งทุน สนับสนุนทุกขั้นตอน นี่คือจุดแข็งของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ซึ่งผมถือว่าเปึน แบบอย่างที่เราน่าจะเอาไปใช้กับเกษตรกรผู้ปลูกพืชอย่างอื่นด้วย เพราะฉะนั้นผมเองยินดี ที่สนับสนุนรวมทั้งเรื่องของการที่โลกของเราทุกวันนี้นั้น ผมเชื่อว่าถ้าเราเอาสวนยาง หรือสวนผลไม้อื่น ๆ มาทําเปึนเครดิตคาร์บอน (Credit carbon) ด้วย โดยผูกรวมกับ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เงินที่จะเข้าในส่วนของชาวสวนต่าง ๆ ภาคเหนือมีสวนลําไย ภาคใต้มีสวนยาง ภาคอีสานมีสวนยาง แล้วนําเอาเครดิตคาร์บอนซึ่งเปึนกระแสโลก เรื่องลดภาวะโลกร้อน รายได้จากยางกับเครดิตคาร์บอนผนวกรวมกันไร่หนึ่งตามที่ ต่างประเทศเขาพิจารณาดูว่าน่าจะตกเปึน ๕,๐๐๐-๖,๐๐๐ ไร่ต่อป้ เฉพาะเครดิตคาร์บอน แล้วพืชยาง ลําไย พืชยืนต้น พืชพันธุ์ผลไม้หลายชนิดก็เข้าเกณฑ์ในการที่จะขอเครดิตคาร์บอน เพราะฉะนั้นการเชื่อมโยงให้มันครบวงจรทั้งหมด ผมเชื่อว่าพี่น้องชาวสวนยาง คงจะลืมตาอ้าปากจากรวยอยู่แล้วยิ่งจะรวยขึ้นไป และจากที่เปึนความหวัง ที่กําลังจะมี ความหวังก็ยิ่งจะมีความหวังขึ้น ตรงนี้ต่างหากที่ผมต้องการเห็นในเรื่องของการที่ พ.ร.บ. สวนยางตั้งแต่เรื่องของการปลูก การแปรรูป และยกระดับการแปรรูป เหมือนท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติจากจังหวัดตรัง ท่านคุณหมอได้อภิปรายนั่นละครับว่าต่อไปนี้ภารกิจของ องค์การยางที่จะเกิดขึ้นในอนาคตนั้นควรจะทําในเรื่องของแบรนด์ของตัวเอง ไม่ควรที่จะขาย เฉพาะขี้ยาง ยางแผ่น แล้วเขาก็เอาไปแปรรูปแล้วกลับมาขายในประเทศไทยสร้างแบรนด์ ของรัฐมนตรีศุภชัย โพธิ์สุ ก็ได้ เพื่อที่จะเอาไปจําหน่ายจ่ายแจก แล้วให้มันกลับเข้ามาสู่ การเพิ่มมูลค่าผลผลิตให้มากขึ้น ตรงนี้การยางจะต้องรับภารกิจนี้ไป แต่สิ่งหนึ่งที่ผมอ่าน ก็คือว่าการตรวจสอบถ่วงดุลในเรื่องของบอร์ด (Board) หรือคณะกรรมการของการยาง ในร่างพระราชบัญญัติของ ครม. ผมเองไม่สบายใจที่คณะกรรมการส่วนใหญ่จะมาจาก ภาคราชการ ฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีฝากไปทางกรรมาธิการว่า ทําอย่างไรเราถึงจะเอาสัดส่วนของชาวสวนเปึนรายภาคเลย ผมเชื่อว่าอานิสงส์ของ การแก้ไขร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ตั้งแต่สมัยท่าน พันตํารวจโท ดอกเตอร์ทักษิณ ชินวัตร ที่เอายางไปปลูกอีสาน เอายางไปปลูกภาคเหนือ เมื่อแก้กฎหมายเสร็จอานิสงส์ของ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จะทําให้พี่น้องมีกําลังใจและยางจะกระจายไปทั่วประเทศ ผมอยากจะให้สัดส่วนของคณะกรรมการตัวแทนชาวสวนยางไม่จํากัดเฉพาะ ๑ ที่หรือ ๒ ที่ ควรแบ่งเปึนรายภาค และสิ่งที่อยากจะเห็นก็คือสาขาขององค์กรสวนยางในอนาคต ข้างหน้าควรจะมีการกระจายไปทั่วประเทศ มีระดับภาค มีระดับจังหวัด สิ่งที่ผมเห็นในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็ไม่อยากจะให้ ท่านคณะกรรมาธิการหรือคณะรัฐมนตรีทอดทิ้งพนักงานองค์การสวนยาง เขาเหล่านี้ มีประสบการณ์มากและเปึนรัฐวิสาหกิจสั่งสมประสบการณ์ให้ความรู้กับพี่น้อง ชาวสวนยางพารามานับหลายสิบป้ครับ ก็อยากจะเขียนกฎหมายให้สวัสดิการไม่ใช่ว่า อาจได้โบนัส (Bonus) จะให้ก็ได้ไม่ให้ก็ได้แล้วแต่มติ ครม. ตัดคําว่า อาจ เถอะครับ บอกว่าสมาชิกองค์กรสวนยาง พนักงานองค์กรสวนยางมีสิทธิได้รับโบนัสทุกป้ ใส่เข้าไปเลยครับ เขาจะได้มีขวัญกําลังใจในการเดินไปตามสวนยางพาราทั่วประเทศ มีขวัญกําลังใจในความเติบโต ก้าวหน้า เพราะเขาได้สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับพี่น้องเกษตรกร แต่ขณะเดียวกันเขาเปึน ลูกจ้างครับ ก็อยากจะให้องค์กรสวนยางหรือพนักงานองค์กรสวนยางมีขวัญมีกําลังใจ ได้รับอัตราค่าตอบแทนที่ดีเหมือนกับราคายางพารา เหมือนกับพี่น้องเกษตรกร สวนยางพารา ไม่ใช่ชาวสวนยางนั่งป่กอัพใหม่ ๆ ทุกป้ แต่พนักงานสวนยางพารา ขี่มอเตอร์ไซค์เก่า ๆ ไปเยี่ยมชาวบ้าน มันก็ไม่เหมาะไม่สมครับ เมื่อเขาทํางานดี เขาเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร เขาให้ความรู้เกษตรกร ผลผลิตดี เขาก็ควรที่จะได้รับ ปัจจัยการผลิตในส่วนตัวของเขาที่ดีด้วยครับ เรื่องนี้ก็ฝากท่านประธานผ่านไปยัง คณะกรรมาธิการและผ่านท่านรัฐมนตรีว่าฝากเรื่องพนักงานองค์กรสวนยางด้วยว่า เขาควรจะได้รับค่าตอบแทนที่ดี

นอกจากนั้นในเรื่องของการแปรรูป ในเรื่องของโรงงานแปรรูปยางพารา ควรจะกระจายไปภาคเหนือ วันนี้โดยศักยภาพภาคเหนือสามารถส่งไปที่ประเทศจีนได้ง่ายขึ้น เพราะเรามีท่าเรือเชียงแสนเปึนหลัก ถ้าน้ําแม่น้ําโขงไม่แห้งนะครับ ตรงนี้ก็สามารถ ที่จะเชื่อมโยง ทางอีสานของท่านศุภชัยก็ยิ่งนั่นกันใหญ่ ทางภาคใต้โครงสร้างพื้นฐาน เขามีอยู่แล้ว ศักยภาพเขาดีอยู่แล้ว เพราะเขาเปึนต้นกําเนิดของยางพารา แต่ภาคเหนือ กับภาคอีสานขอให้ท่านศุภชัยในฐานะรัฐมนตรีที่กํากับกฎหมายนี้ยังไม่คลอดช่วยฝาก เอาใจใส่ด้วย วันนี้สิ่งที่เกษตรกรต้องการพันธุ์ยางพาราหายากเหลือเกินครับท่านประธาน พันธุ์ยางพาราหายากครับ เมื่อก่อนเกษตรกรจะลงทุนกล้ายางพารา ๑๕ บาท เดี๋ยวนี้ ๓๕ บาท ยังจะเจอของปลอมอีก เขาเรียกอะไร ยางตาสอยหรืออะไรนั่น ตรงนี้ก็อยากจะ นําเรียนว่าร่างพระราชบัญญัตินี้นั้นมีประโยชน์กับพี่น้องประชาชนชาวสวนยางทั่วประเทศ ก็อยากฝากท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการที่จะเกิดขึ้นว่าทําอย่างไรที่เราจะ พัฒนายางพาราของเราให้มีมูลค่าเพิ่ม ทําอย่างไรที่จะทําให้พี่น้องประชาชนลืมตาอ้าปากได้ และอยากจะฝากไว้ว่าอาชีพเกษตรกรทุกตัวไม่ว่าข้าว ข้าวโพด ลําไย หอม อยากจะมี กฎหมายอย่างนี้บ้างครับ กราบขอบคุณครับ