สุกิจ อัถโถปกรณ์ หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศ โดยแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการรวมหน่วยงานในการดูแลการผลิตยางพารา แต่ไม่เห็นด้วยเกี่ยวกับการรวมต้นยางพาราและชนิดอื่นเข้าด้วยกัน นอกจากนี้ยังวิพากษ์วิจารณ์การดำเนินงานของกรมยางพารา และเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการพัฒนาและปรับปรุงการดำเนินงานของกรมให้มีความยิ่งใหญ่และสามารถแข่งขันกับเอกชนได้
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมเปึน ส.ส. ที่มาจาก จังหวัดที่มีต้นยางพาราต้นแรกของประเทศไทยนะครับ เพราะฉะนั้นต้องขอแสดง ความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศ พ.ศ. .... สักเล็กน้อย ขอกราบเรียนเปึนเบื้องต้นว่าเห็นด้วยกับร่างพ.ร.บ. นี้นะครับ ซึ่งเปึนการรวมหน่วยงาน ที่กระจัดกระจายมาเอาไว้ในองค์กรเดียวก็คือที่จะเรียกต่อไปว่าการยางแห่งประเทศไทย หรือ กยท. เราก็ต้องบอกลากองทุนสงเคราะห์การทําสวนยางที่อยู่กับเรามา ๕๐ ป้ ในตอนนี้นะครับ อันนี้จะเปึนบทพิสูจน์อีกบทว่าการรวมศูนย์กับการกระจายอํานาจ อะไรจะดีกว่ากัน ก็จะเห็นกันในอนาคตอันใกล้นี้นะครับ ท่านประธานครับ ผมจะเริ่มที่ มาตรา ๔ เรื่องของคํานิยาม ตรงคําว่า ต้นยาง ในที่นี้ให้ความหมายคําว่า ต้นยาง หมายความว่าต้นยางพารา แล้วยังเขียนต่อไปอีกครับว่า ให้หมายความรวมถึงต้นยาง ชนิดอื่นตามที่คณะกรรมการประกาศกําหนด อันนี้ผมไม่ค่อยเห็นด้วยครับ เชื่อว่า เรื่องยางพาราอย่างเดียวก็หนักพอแล้วนะครับ เปึนเรื่องใหญ่มาก ๆ แล้ว ไม่ควรจะเอา ต้นยางอย่างอื่นมาเกี่ยวข้องเด็ดขาด เพราะไม่มีความเหมือนกันในประการใด ๆ ทั้งสิ้น
ต่อไปก็มาตรา ๙ ครับ มาตรา ๙ นี้ก็กล่าวถึง กยท. ให้มีอํานาจกระทําการต่าง ๆ ผมขอพูดถึง (๒) ที่บอกว่าสามารถประกอบธุรกิจเกี่ยวกับยางพารา แล้วต่อไปถึงมาตรา ๑๐ ซึ่งให้อํานาจ กยท. ทําในสิ่งต่าง ๆ ขอพูดถึง (๖) ซึ่งจะสอดคล้องกันก็คือ บอกว่าให้จัดตั้ง บริษัท จํากัด หรือบริษัทมหาชน จํากัด เพื่อประกอบธุรกิจเกี่ยวกับยางพารา เรื่องนี้ ต้องพูดกันสักเล็กน้อยครับ คือถ้า กยท. จะทําธุรกิจแบบเดียวกับที่เอกชนในปัจจุบัน เขาทําอยู่ ก็คือซื้อยางจากพี่น้องประชาชนแล้วก็ส่งไปขายต่างประเทศก็อย่าทําเลยครับ ผมว่าเรื่องนี้มันกิ๊กก๊อกเกินไปสําหรับรัฐบาล แล้วก็ทําไปในอดีตก็เจ๊งตลอดนะครับ เพราะว่าสู้เอกชนเขาไม่ได้ ขอกราบเรียนท่านประธานครับ การค้ายางผมก็อยู่กับเรื่องนี้ มาตลอด เปึนศิลปะที่ค่อนข้างจะล้ําลึก ต้องอาศัยประสบการณ์ที่ยาวนาน การคาดการณ์ ที่แม่นยํา ความกล้าได้กล้าเสีย ซึ่งในระบบราชการทําแบบนี้ไม่ได้หรอกครับ แล้วก็ได้พิสูจน์มาหลายครั้งแล้ว อย่างเช่น ยกตัวอย่างสถาบันวิจัยยางได้พยายามสร้างโรงงานยางแท่งที่รัชภูมิ อําเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ปัจจุบันปรากฏว่าขาดทุนครับ ให้เอกชนเช่าไป พอเอกชนไปทําปรากฏว่า เขาได้กําไร เพราะฉะนั้นตามความเห็นของผมนะครับ ถ้า กยท. คิดจะทําต้องทําให้เรื่อง มันยิ่งใหญ่ไปเลย ตอนนี้เราส่งยางไปขายต่างประเทศได้กิโลกรัมละ ๑๐๐ กว่าบาท เราดีใจแทบตายนะครับ แต่ท่านประธานครับ พอมันกลับมาเปึนบริดจสโตน เปึนมิชลิน เปึนพิเรลลี เปึนกู๊ดเยียร์ เส้นละเท่าไรครับ เปึนพันเปึนหมื่นบาท เราฉลาดหรือเราโง่ครับ ที่เรามียางอยู่ในมือแล้ว แต่เราก็ส่งขายเปึนวัตถุดิบไป ๘๐ เปอร์เซ็นต์กว่า ๆ ที่พอจะ กู้หน้าได้ตอนนี้ก็คือถุงมือทางการแพทย์ที่เราได้พัฒนาได้คุณภาพที่ดีแล้วก็ส่งไปแข่ง ติดอันดับโลก พี่น้องประชาชนก็ถามเสมอนะครับว่าทําไมเราไม่ทํายางรถยนต์ที่เปึน ยี่ห้อของเราเองแล้วก็ส่งไปขายต่างประเทศ นี่จะเปึนโอกาสอันดีครับจากมาตรา ๙ มาตรา ๑๐ ถ้า กยท. จะทําธุรกิจก็ให้ทําระดับนี้เถอะครับ อย่าไปแข่งกับเอกชนเลย สงสารเขา ท่านรัฐมนตรีครับ สงสารเขา สร้างแบรนด์ (Brand) ยางรถยนต์ของเราเอง เอายี่ห้ออาร์เอโอทีเลยก็ได้นะครับ หรือขายในประเทศก็เอายี่ห้อ กยท. ไปเลย ออกไป ตีตลาดโลกด้วยคุณภาพที่ดีและราคาย่อมเยาครับ อย่าไปทํากิ๊กก๊อกแย่งงานของเอกชน ที่เขาทําอยู่เลยครับ
ทีนี้ก้าวเลยไปเลยครับเพื่อประหยัดเวลา ผมไม่ใช้เวลามากครับ ไปถึง มาตรา ๓๙ อันนี้สําคัญสําหรับพี่น้องประชาชนเปึนโอกาสของพี่น้องประชาชนที่มีที่ดินเปล่า ต่อไปนี้ถ้าดูตามร่างพระราชบัญญัติอันนี้ผู้ที่มีที่ดินเปล่า ๒-๑๕ ไร่ จะได้รับการสงเคราะห์ ให้ปลูกยางพารา อันนี้จะเปึนแรงจูงใจให้คนหันมาปลูกยางพารากันทั้งประเทศ เพราะอะไรครับ เพราะรายได้มันดี จากการศึกษาเขาบอกว่าใช้พื้นที่ ๑ ตารางเมตร ของนาข้าว ทํารายได้ได้ ๐.๖๖ บาทต่อป้ หรือ ๖๖ สตางค์ต่อป้นะครับ ในขณะที่ ถ้ามาปลูกยางพารา ๑ ตารางเมตรเท่ากันทํารายได้ ๖ บาทต่อป้ รายได้เปึนสิบเท่าครับ เพราะฉะนั้นแน่นอนที่สุดสิ่งที่ตามมาในอนาคตก็คือคนจะหันมาปลูกยางพารากัน ทั้งประเทศ มีผู้ที่เขาอยู่ในวงการยางผู้เชี่ยวชาญเขาบอกว่าถ้าดูพื้นที่ที่ปลูกยางพารา ได้ทั้งโลกแล้วปลูกจนเต็มตอนนี้ก็ยังไม่ทําให้ยางล้นตลาด ยังสามารถที่จะรองรับได้ มีตลาดรองรับ แต่ผมก็ไม่ค่อยเชื่อหรอกครับ และเรื่องราคาจะดีตลอดหรือเปล่า อันนี้ผมก็ยังสงสัย โดยเฉพาะตอนนี้เรื่องของยางรถยนต์ เรื่องของรถยนต์ ซึ่งสินค้ายาง ส่วนใหญ่ก็จะไปลงที่ตรงนี้ครับ คือยางรถยนต์นี่แหละ มันไม่ได้มีปัจจัยเดียวจะมีปัจจัยอื่น มาประกอบด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือเรื่องของราคาน้ํามันที่ถีบตัวสูงขึ้นทุกวัน อันนี้แหละ ที่จะทําให้หลายประเทศรวมทั้งประเทศเราด้วย เราหันเรื่องของระบบขนส่งมวลชน ที่จะมาใช้ระบบรางมากขึ้น ประเทศจีนที่เปึนความหวังของเราก็เช่นเดียวกันครับ เมื่อสักครู่ผู้ที่เสนอกฎหมายทุกคนก็จะกล่าวถึงประเทศจีนว่าจะเปึนตลาดรองรับยาง ที่ใหญ่ของเรา ประเทศจีนเขากําลังจะเปึนเจ้าของระบบราง แล้วเรื่องการควบคุมปริมาณ รถยนต์ในประเทศของเขา ผมว่าประเทศจีนเขาทําได้นะครับที่จะไม่ให้มันมีมาก เพราะฉะนั้นถ้าเราหวังมากเราอาจจะผิดหวังก็ได้ครับ
ประเด็นต่อไปสั้น ๆ ที่จะพูดเปึนประเด็นสุดท้ายก็คือตอนนี้คําพูดที่ติดปาก ก็คือคําว่า ความหลากหลายทางชีวภาพ เขาว่ากันว่าตอนนี้ถ้าประเทศใดก็ตามที่มี ความหลากหลายทางชีวภาพมากกว่าจะมีภูมิคุ้มกันที่ดีกว่า เมื่อเกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ํา ก็จะทนได้ดีแล้วก็จะฟุ๋นตัวได้เร็วครับ การส่งเสริมให้ปลูกยางพาราเช่นนี้ผมเกรงว่า จะทําให้ความหลากหลายทางชีวภาพในประเทศเราจะลดลง เพราะอะไรครับ เพราะจะไปแย่งที่พืชอาหารอย่างเช่นนาข้าว ซึ่งเราประกาศว่าเราจะเปึน ครัวของโลก จะไปแย่งที่พืชพลังงาน พืชพลังงานที่เราควรจะส่งเสริมอย่างเช่น ปาล์ม น้ํามัน อ้อย มันสําปะหลัง พวกนี้เปึนต้นนะครับ แล้วที่น่ากลัวก็คือ ผมว่าสวนผลไม้ จะหมดไปจากประเทศเราครับ เพราะตอนนี้คนที่ปลูกผลไม้ต้องยอมรับว่าไปไม่ไหวแล้ว แล้วจะทําให้เรื่องของโภชนาการ คุณค่าทางอาหารของคนไทยก็จะเสียไปในส่วนหนึ่ง ก็มีแค่นี้ครับ จะสรุปว่าที่พูดมาทั้งหมดเปึนการให้แง่คิดให้นําไปทบทวนในบางเรื่องเท่านั้น ให้พึงระวังในบางเรื่องเท่านั้น แต่โดยส่วนตัวของกระผมแล้วในฐานะที่ต้องบอกว่า คนอย่างเราอยู่ภาคใต้ เติบโตได้เปึนผู้เปึนคนกับเขาก็เพราะยางพารานี่ละครับ ผมก็เห็นด้วย กับ พ.ร.บ. อันนี้ครับ ขอบคุณครับ