สมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เสนอพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย เพื่อให้มีกฎหมายควบคุมการผลิตยาง และเสนอให้เปลี่ยนจากกองทุนสงเคราะห์การปลูกยางเป็นกองทุนพัฒนายางพารา เพื่อพัฒนาการผลิตยางพาราและผลิตภัณฑ์ยางพารา และขอให้ใช้เงินจากกองทุนนี้ในการวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ยางพาราและสงเคราะห์ประชาชนในการปลูกยางพารา
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้รับมอบหมายจากเพื่อนสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ แล้วก็พี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางได้เสนอหลักการและเหตุผลประกอบร่างพระราชบัญญัติ การยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. ....
หลักการ ให้มีกฎหมายว่าด้วยการยางแห่งประเทศไทย
เหตุผล สนับสนุนเพิ่มเติมในการเสนอร่างเพิ่มเติมจากที่ท่านรัฐมนตรี ได้กล่าวเพิ่มเติมไปนะครับ ก่อนอื่นต้องขอชื่นชมรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แล้วก็คณะกรรมการนโยบายการยางแห่งชาติ ซึ่งมีท่านรองสุเทพ เทือกสุบรรณ เปึนประธาน คณะกรรมการนโยบายการยางแห่งชาติ ขอบคุณทุกกระทรวงที่อย่างน้อยขณะนี้ทําให้ พี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางมีรายได้กิโลกรัมละ ๑๐๐ กว่าบาท หลายเดือนด้วยกันครับ ไม่ใช่เปึนการสร้างรายได้เพียงแค่ ๑-๒ เดือน เหมือนกับการจุดพลุ แต่ตอนนี้พี่น้องเกษตรกร มีรายได้กันอย่างทั่วถึงครับ จากยางต้นแรกที่ปลูกที่อําเภอกันตัง จังหวัดตรัง พื้นที่ยางพารา เต็มทั้งภาคใต้ประมาณ ๑๒ ล้านไร่ ไปจนถึงภาคตะวันออกซึ่งมีภูมิประเทศ ภูมิอากาศ ที่คล้ายคลึงกัน ลามไปถึงภาคเหนือ แล้วก็ที่สําคัญก็คือไปสู่พี่น้องภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งผมทราบว่าเปึนการดําริมาตั้งแต่สมัย ฯพณฯ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ เปึนนายกรัฐมนตรี โดยมีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในขณะนั้นก็คือท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ ของเรานี่ละครับ เปึนคนไปริเริ่มปลูกยางให้กับพี่น้องชาวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้มีรายได้สําหรับการประกอบอาชีพยางพารา ท่านประธานครับ จากพื้นที่ทั่วประเทศ ๑๗-๑๘ ล้านไร่ ซึ่งมีอัตราการเพิ่มการปลูกยางป้ละประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ ไร่นั้นส่งผลให้ การผลิตครับ ขณะนี้ประเทศของเรามีอัตราการผลิตยางพาราซึ่งถือว่ามากที่สุดในโลกนะครับ ป้ละประมาณ ๓.๓ ล้านตันต่อป้ ซึ่งเพิ่มป้ละประมาณร้อยละ ๖.๗ ของป้ที่แล้ว ท่านครับ แน่นอนเมื่อราคายางพาราดีขึ้น พี่น้องเกษตรกร พี่น้องชาวไทยก็ปลูกยางพารากันเพิ่ม ไม่เพียงแค่เมืองไทยที่เพิ่มป้ละประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ ไร่ ทั่วโลกขณะนี้ปลูกยางพารากัน โดยประมาณคาดว่าจะมีการปลูกเพิ่มประมาณร้อยละ ๓ ไม่ว่าจะเปึนประเทศกัมพูชา ประเทศลาว ประเทศพม่า ประเทศเวียดนาม ประเทศอินโดนีเซียทราบว่ามีการเผาป์า ทั้งนี้ เพื่อมาปลูกยางพารา ประเทศศรีลังกาตัดไร่ชาเพื่อปลูกยางพารา เมื่อมีการปลูกยางพารา เพิ่ม แน่นอนครับ ไปเกี่ยวข้องกับปริมาณการผลิต แล้วก็ไปเกี่ยวข้องกับราคายางพาราครับ เมื่อมีปริมาณออกมามาก ความต้องการเท่าเดิมหรือความต้องการลดลง เมื่อปริมาณล้น ราคาก็จะลดลง ในอดีตพี่น้องชาวสวนยางพารา เวลาปลูกยางพาราไม่สามารถที่จะตัดโค่นได้ เหตุผลเพราะว่าถ้าเกิดตัดโค่นยางพาราแล้วในช่วง ๗-๘ ป้ กว่าจะมีรายได้จากการตัด ยางพาราอีกครั้งหนึ่งต้องใช้เวลา ๗-๘ ป้ ตอนช่วงนั้นจะไม่มีรายได้เลย ในป้ ๒๕๐๓ จึงเกิดพระราชบัญญัติกองทุนสงเคราะห์การทําสวนยางขึ้นมา ทั้งนี้ ในขณะนั้นมีวัตถุประสงค์ ก็คือเพื่อควบคุมพื้นที่การผลิตโดยมอบให้สํานักงานสงเคราะห์การทําสวนยางมีหน้าที่ ในการโค่นยางพาราแล้วก็ปลูกทดแทน ในขณะเดียวกันแน่นอนพันธุ์ยางพาราทั้งหลาย ก็ควรจะมีการพัฒนา ก็เลยมอบให้กรมวิชาการเกษตรโดยสถาบันการวิจัยยางมีหน้าที่ในการวิจัย พัฒนายางพาราให้มันทนทานแล้วก็ได้ปริมาณน้ํายางมากขึ้น ส่วนที่ ๓ ในการออก พระราชบัญญัติก็คือมีการเก็บเงินสงเคราะห์จากการส่งออกยางพารา ตรงนี้แหละครับ ท่านประธาน ผมยกตัวอย่างว่าถ้าเกิดเราขายยางพาราในการส่งออกได้กิโลกรัมละ ๒๐ บาท เขาจะเก็บไว้ในกองทุนประมาณ ๙๐ สตางค์ ถ้าเกิดยางพารากิโลกรัมละ ๔๐ บาท ก็จะเก็บเงินสงเคราะห์ไว้ ๑.๔๐ บาท เก็บไว้เพื่อทําอะไรครับ ก็คือแยกออกเปึน ๓ ส่วน
ส่วนแรกก็คือ ไว้สําหรับการวิจัยพัฒนาเกี่ยวกับยางให้กับสถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ส่วนที่ ๒ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ก็คือมอบให้กับการบริหารของสํานักงานสงเคราะห์ การทําสวนยาง
ส่วนที่ ๓ ก็คือสําหรับพี่น้องชาวเกษตรสวนยางพาราได้ปลูกทดแทน ในช่วงที่ไม่มีรายได้ก็จะมีเงินจากการสงเคราะห์มาเปึนรายจ่าย
ท่านประธานครับ จากป้ ๒๕๔๗-๒๕๕๒ โดยเฉลี่ยเราจะมีเงินนําเข้าสู่ กองทุนสงเคราะห์การทําสวนยางประมาณ ๓,๘๒๓,๓๐๐,๐๐๐ บาท โดยเฉลี่ยในช่วง ๕-๖ ป้ที่ผ่านมา ท่านประธานครับ แน่นอนในจํานวนร้อยละ ๘๕ ที่มอบให้กับพี่น้องเกษตรกร ชาวสวนยางพาราในการสงเคราะห์แต่ละไร่ ช่วงหลัง ๆ ค่าใช้จ่ายในการปลูกยางพารา ทดแทนนี่มันสูงขึ้น ไม่ว่าจะเปึนค่าต้นกล้ายางพาราเหมือนที่ท่านสมาชิกหลายท่านก็บอกว่า ขณะนี้ต้นกล้ายางพาราแพงขึ้นมาก ไม่ว่าจะเปึนค่าปุิยหรือค่าดูแล รัฐบาลก็เลยมี การเปลี่ยนแปลงจากเงินสงเคราะห์ที่เคยให้ ๗,๓๐๐ บาท ก็เพิ่มมาให้เปึนไร่ละ ๙,๐๐๐ บาท แล้วโดยเฉพาะเดือนกรกฎาคม ๒๕๕๑ ก็มีการเพิ่มเปึน ๑๑,๐๐๐ บาท พี่น้องประชาชน ขณะนี้ถ้าเกิดมีการโค่นยางพาราก็จะได้รับเงินสงเคราะห์จากสํานักงานสงเคราะห์การทํา สวนยางไร่ละ ๑๑,๐๐๐ บาท ท่านประธานครับ แม้จะได้ป้ละ ๓,๘๐๐ ล้านบาท แต่ก็ไม่พอ เหตุผลเพราะว่าปริมาณการปลูกยางพาราในแต่ละป้จะเพิ่มมาประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ ไร่ ต่อป้เหมือนที่ผมกราบเรียนท่านประธาน แต่ว่าในการไปให้เงินสงเคราะห์เพื่อโค่นยางพารา โดยเฉลี่ยจะได้ประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ ไร่ แน่นอนครับ ปริมาณที่มันต่างอยู่ก็คือประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ไร่ต่อป้จะเปึนปัญหาในอนาคต ซึ่งท่านประธานครับ จากจํานวนเงินที่ไม่ค่อย เพียงพอรัฐบาลเลยมีมติคณะรัฐมนตรีในการปรับเงินสงเคราะห์เพื่อนําเข้าสู่กองทุน โดยมีอัตราดังนี้ น้อยกว่า ๔๐ บาทก็จะเก็บ ๙๐ สตางค์ ๔๐-๖๐ บาท จะเก็บ ๑.๔๐ บาท ๖๐-๘๐ บาท ราคายางจะเก็บ ๒ บาท ๘๐-๑๐๐ บาท จะเก็บ ๓ บาท และถ้าเกิน ๑๐๐ บาท ก็จะเก็บ ๕ บาท ท่านประธานครับจะสังเกตว่าเดิมเราเก็บในราคาประมาณ ๑.๔๐ บาท เราจะได้เงิน เข้ากองทุนประมาณ ๓,๘๐๐ ล้านบาท แล้วเราก็คาดว่าถ้าเกิดใช้อัตรานี้ซึ่งประกาศใช้ ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคมที่ผ่านมา จะมีเงินเข้ากองทุนประมาณ ๑,๒๐๐-๑,๔๐๐ ล้านบาท แน่นอนครับ ผมเชื่อว่าการเก็บเงินดังกล่าวก็จะเปึนประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน เพราะมีข่าวดีว่าขณะนี้ท่านประธานครับ ราคายางเราคาดว่าน่าจะสูงขึ้น ทั้งนี้ เนื่องจาก ขณะนี้ความต้องการของตลาดโลกสูงมากครับ อัตราการผลิตรถยนต์เพิ่มขึ้นในป้นี้ ร้อยละ ๑๓ แน่นอนครับ เมื่อผลิตรถยนต์ก็มีการผลิตล้อรถยนต์ ก็ส่งผลให้กับความต้องการ ในตลาดยาง ๒. ก็คือประเทศจีนครับ ซึ่งขณะนี้เริ่มซื้อยางจากที่เขาเคยสต็อกไว้ บัดนี้ ก็เริ่มซื้อยางในการพัฒนาประเทศของเขา
ส่วนที่ ๒ ก็คือในช่วงตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาครับท่านประธาน เกิดภาวะลานินญา เกิดภาวะแล้ง จนกระทั่งผลผลิตลดลงร้อยละ ๒๓ และโดยเฉพาะ ตั้งแต่เดือนสิงหาคมที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ท่านประธานคงทราบมีฝนตกหนักในช่วงสิงหาคม ที่ผ่านมา และโดยเฉพาะเกิดอุทกภัยหลายพื้นที่ด้วยกัน แน่นอนครับทําให้ปริมาณลดลง เมื่อปริมาณการผลิตลดลงราคาก็ย่อมดีขึ้น
และส่วนที่ ๓ ต้องขอขอบคุณจริง ๆ ก็คือฝ้มือของรัฐบาล แน่นอนครับ มีผู้ผลิตกันทั่วทั้งประเทศอาเซียน หรือทั่วโลก หลายประเทศด้วยกัน ถ้าเกิดประเทศใด ประเทศหนึ่งไม่ยืนในราคาเดียวกัน หรือไม่ร่วมมือ ก็จะทําให้ราคายางนั้นตกลงแน่นอน ต้องขอชื่นชมรัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ส่งคณะผู้แทนจากประเทศไทย โดยเฉพาะ ท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพได้ไปตกลงคุยกับประเทศอินโดนีเซียว่าในขณะที่ราคายาง มันสูงขึ้นทั่วประเทศเราอย่าตัดราคากัน ถ้าเกิดกรณีที่มีปริมาณยางออกมาสู่ท้องตลาดมาก เราต้องเก็บสต็อกไว้ ทั้งนี้ ท่านประธานจะเห็นว่านโยบายในการไปเชื่อมความสัมพันธ์กับ ผู้ผลิตยางมันเคยเกิดมาในสมัยรัฐบาลท่านชวน หลีกภัย สมัยนั้นประเทศไทย ได้ส่งท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการอาคมไปจับมือกับประเทศอินโดนีเซีย ประเทศมาเลเซีย ทําให้ราคายางสูงสุดเปึนประวัติศาสตร์เช่นเดียวกัน บัดนี้ก็เปึนนโยบายในการสร้างความสัมพันธ์ ของฝ์ายผู้ผลิตเช่นเดียวกันครับ ท่านประธานครับ ถึงแม้รายได้จะสูง แต่ความเปึนเอกภาพ ของยางพาราก็ยังไม่มี เนื่องจากการผลิตยางพาราอยู่ที่สํานักงานสงเคราะห์การทําสวนยาง การวิจัยอยู่ที่สถาบันวิจัยยาง การทดลองพันธุ์ยางอยู่ที่องค์การสวนยางซึ่งมีพื้นที่ปลูกยางอยู่ ๔๒,๐๐๐ ไร่ ทําให้มีแนวคิดในการกําหนดให้เกิดร่างพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย ท่านประธานครับ สาระสําคัญก็คือจะได้ให้องค์กรยางได้มาเปึนเอกภาพโดยรวมระหว่าง สํานักงานสงเคราะห์การทําสวนยางสถาบันวิจัยยาง แล้วก็องค์การสวนยางเข้ามาอยู่ด้วยกัน ทั้งการผลิต ทั้งการพัฒนา แล้วก็เรื่องของราคาในการสร้างเสถียรภาพของราคา
ส่วนที่ ๒ ก็คือให้มีคณะกรรมการการยาง ซึ่งมีหน้าที่วางนโยบายว่าเราจะ ผลิตยางกันอย่างไร ปริมาณมากน้อยแค่ไหน จะพัฒนากันอย่างไร จะขายกันอย่างไร ผมเชื่อว่าจะทําให้องค์การยางนั้นดีขึ้น
และส่วนที่ ๓ ก็คือเปลี่ยนจากกองทุนสงเคราะห์การทําสวนยางมาเปึน กองทุนพัฒนายางพาราครับ แน่นอนครับ จากการสงเคราะห์มาเปึนการพัฒนา มีเงิน เข้ากองทุนป้ละประมาณ ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท หรือ ๑๔,๐๐๐ ล้านบาท ร้อยละ ๑๕ ไปไว้สําหรับการบริหารการวิจัย ท่านประธานครับ เดิมการวิจัยให้เฉพาะสถาบันวิจัยยาง แต่ตอนนี้เรื่องยางพารามันไม่ใช่เปึนการวิจัยเพียงแค่การวิจัยเฉพาะต้นพันธุ์ แต่มันจะต้อง ไปวิจัยถึงผลิตภัณฑ์มันด้วย ถนนหนทางจะเอายางพาราข้นไปผสมขนาดไหนจะทําให้ถนน ได้ดีขึ้น หน้าตาของคนเราครับ เอายางพาราไปผสมทําอย่างไรทําเปึนครีมหน้าเด้ง สามารถ จะเอาเงินดังกล่าวไปในการวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ยางพาราทําให้มีมูลค่ามากขึ้น
และส่วนที่ ๒ ก็คือร้อยละ ๘๕ ไปสู่พี่น้องประชาชนก็คือในการสงเคราะห์ ปลูกแทน เชื่อว่าราคายางพาราจะดีขึ้น วงจรยางพาราจะดีขึ้น
ผมในฐานะที่เปึนผู้แทนราษฎจังหวัดตรัง แหล่งกําเนิดของยางพาราก็รู้สึก ภาคภูมิใจแล้วก็สามารถที่จะทําความเปึนอยู่อย่างดีให้กับพี่น้องคนไทย ซึ่งเรามีรายได้ กันถึงป้ละ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท
ท่านประธานครับ ถึงแม้ผมสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติของทางรัฐบาล แต่ว่ามีอยู่มาตราหนึ่งก็คือมาตรา ๓๙ ในส่วนตัวแล้วก็ทางคณะของผมเองไม่เห็นด้วยกับ ทางรัฐบาล ก็คือในกรณีที่พี่น้องเกษตรกรที่ไม่มีสวนเปึนของตนเอง ๒-๑๕ ไร่ สามารถเอา เงินของกองทุนพัฒนายางพารามาเปึนเงินสงเคราะห์ในการปลูกแทน หมายถึงว่าใครที่มี ที่ดินที่ยังไม่เปึนสวนยางพารา ตอนนี้สามารถที่จะมาขอเงินจากกองทุนได้แล้วเอาไปปลูก ผมเชื่อว่าคงไม่มีพืชชนิดไหนครับ ถ้าเกิดกรณียางพารากําลังขาดแคลน แน่นอนครับ รัฐบาลควรจะส่งเสริมให้มีการปลูกมากขึ้น แต่ท่านประธานครับ ยางพาราขณะนี้อยู่ในช่วง ที่เหมาะสมอยู่ ถ้าวันใดก็แล้วแต่เกิดมีการปลูกยางพารามาก ปริมาณออกมามาก แน่นอนครับ ราคายางพาราก็จะลดลง ซึ่งเกิดผลเสียกับพี่น้องประชาชนแล้วก็ประเทศชาติ อย่างไรก็แล้วแต่ ผมขอสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. การยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... แล้วก็มีบางประเด็น ที่มันเปึนรายละเอียดก็จะไปพิจารณากันในชั้นคณะกรรมาธิการ ก็ขอขอบคุณท่านประธานครับ