สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๘ · ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๓

อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ที่เกี่ยวข้องกับองค์การอิสระที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม และร้องขอให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นหลังรัฐธรรมนูญ ปี 2550 โดยมีจุดยืนเรียกร้องการจัดตั้งองค์การอิสระหลายองค์การ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานครจากพรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นผมเชื่อว่าถ้าสภาผู้แทนราษฎรวันนี้รับหลักการร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ไปก็จะ เปึนข่าวดีที่สุดข่าวหนึ่งของวงการอุตสาหกรรมไทยในรอบสัปดาห์ทีเดียว ท่านประธานครับ เนื่องจากว่าเรารอองค์การอิสระเรื่องสิ่งแวดล้อมนี้มานานแล้ว ไม่ได้รอตั้งแต่รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ รอตั้งแต่สมัยรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ถ้าใครจําได้นะครับ จะอยู่ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ มาตรา ๕๖ เขาก็บัญญัติคล้าย ๆ กันเลยครับว่าเรื่องไหนเปึนโครงการ ที่อาจกระทบต่อชุมชนอย่างร้ายแรงก็ต้องมีการทําแบบทดสอบเรื่องสิ่งแวดล้อม ต้องมีความเห็นขององค์การอิสระแบบนี้ละประกอบ แต่พอดีว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เขาใจดีครับ เขาไปเขียนทิ้งเติ่งท้ายว่า ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ พอไม่มีกฎหมาย สร้างองค์การอิสระขึ้นมาในอดีตเลยทําให้ไม่มีอะไรครับ หน่วยงานราชการที่เคยอนุมัติให้ใบอนุญาตอยู่ก็ยังให้ใบอนุญาตเหมือนเดิม กลไกของรัฐ ก็ทําเหมือนเดิม ไม่มีองค์การอิสระไหนมาให้ความเห็นประกอบ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้มันแท้ง มานานแล้วครับ แท้งตั้งแต่รัฐบาลในอดีต ตั้งแต่รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ จนกระทั่งเรื่อยมาเลย พอมาป้ ๒๕๕๐ เขาเขียนเข้มขึ้นว่าถ้าใครที่จะเป่ดโรงงานหรือกิจการใด ๆ ก็แล้วแต่ ที่เปึนโครงการที่อาจจะก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างร้ายแรงต้องทํา ๔ เรื่องด้วยกัน ๑. แบบทดสอบเรื่องสิ่งแวดล้อมก็คืออีไอเอ แบบทดสอบเรื่องสุขภาพก็คือเอชไอเอ (HIA) ต้องมีการรับฟังความคิดเห็นจากพี่น้องประชาชนผู้มีส่วนได้เสีย รวมถึงประการสุดท้าย คือการได้รับความเห็นประกอบจากองค์การอิสระ เกิดปัญหาทันทีเลยครับเพราะว่า คําว่าทั้งนี้ตามที่กฎหมายบัญญัติถูกตัดทิ้งไปในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เลยทําให้มีผล สภาพใช้บังคับทันที ส่งผลให้พอรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ใช้บังคับ เกิดปัญหาทันทีว่า โรงงานอุตสาหกรรมที่มีลักษณะเปึนการก่อให้เกิดผลกระทบกับพี่น้องประชาชน ไม่รู้ว่า แค่ไหนรุนแรง แค่ไหนไม่รุนแรงแล้วก็ต้องมาเข้าตามกระบวนการตามนี้หมด กฎหมาย รัฐธรรมนูญมีผลใช้ทันที เลยส่งผลทําให้เกิดการไม่ชัดเจนในการลงทุนของนักอุตสาหกรรม ที่จะเข้ามาในประเทศไทยนั้นติดขัดในเรื่องนี้ แล้วไม่ได้เกิดขึ้นสมัยท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ครับ พอรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เกิดมาตั้งแต่ท่านสมัคร มาตั้งแต่ท่านสมชาย เรียงมาเรื่อย แล้ววันนี้ก็จะถูกแก้ไขปัญหาเบ็ดเสร็จภายใต้รัฐบาล ภายใต้การนําของ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเองเห็นด้วยกับหลักการในร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ว่าให้มีองค์การอิสระในการเข้ามาให้ความเห็นประกอบ ถามว่ารับหลักการวันนี้ ได้ไหม ได้ครับ ดีครับ แต่ไส้ในในร่างพระราชบัญญัติผมมีความเห็นที่แตกต่างสิ้นเชิงเลย กับร่างพระราชบัญญัติที่ได้เสนอมาในวันนี้ ก็คือว่าวันนี้คนเสนอร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้เข้ามา ครม. ก็ดี หรือผู้เสนอเข้ามาที่ดีที่เปึนร่างประกบร่างพระราชบัญญัติ คล้ายกันครับ มองว่าเจ้าองค์การอิสระนี้เปึนองค์การเดียวครับผมมองต่างครับ ผมมองว่า องค์การอิสระนี้น่าจะมีหลายองค์การได้ โดยร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้น่าจะมีลักษณะ เปึนการอนุญาตให้มีการจัดทําองค์การอิสระนี้เกิดขึ้นได้หลายองค์การ ทําอย่างไรครับ เราเคยมีร่างพระราชบัญญัติ เช่นองค์การมหาชนเปึนต้น ใครอยากเปึนองค์การมหาชน ก็มาสมัคร เราเคยมีร่างพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน ใครอยากจดทะเบียนเปึน ธนาคารพาณิชย์มาสมัคร เราเคยมีพระราชบัญญัติบริษัทบริหารสินทรัพย์ ใครอยากจะ จดทะเบียนเปึนบริษัทบริหารสินทรัพย์ที่รับซื้อหนี้เสียก็สามารถที่จะมาจดทะเบียนได้ วันนี้ ผมก็เลยอยากจะเห็นร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ไส้ในมีลักษณะเปึนการเป่ดกว้างให้มี องค์การอิสระนั้นเกิดขึ้นหลายองค์การ ทําไมครับ ถ้าท่านประธานดูให้ลึกถึงวัตถุประสงค์ ของรัฐธรรมนูญก็จะพบว่าเจ้าองค์การอิสระนี้ทําหน้าที่เปึนเพียงการให้ความเห็นประกอบ เท่านั้นให้ความเห็นประกอบเท่านั้นนะครับ ขีดเส้นใต้ ๕๐๐ ครั้ง ไม่ใช่องค์การที่ให้ ความเห็นชอบแต่ประการใด วันนี้สิ่งที่สูญเสียไปก็คือว่าอํานาจของรัฐ จุดยึดโยงกับรัฐ กําลังจะเปลี่ยนไป ของเดิมเวลาขอใบอนุญาตต้องขอกรมโรงงาน ขอการนิคมอุตสาหกรรม ต้องไปดูสิว่ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเขาว่าอย่างไร มีความเห็นอย่างไร แต่วันนี้จุดยึดโยงของภาครัฐ ทั้งรัฐบาล ราชการกําลังจะเปลี่ยนไปครับ ถ้าเราร่างกฎหมาย โดยหน้าตาแบบนี้ เพราะอะไรเกิดขึ้นครับ เมื่อสักครู่ท่านผู้มีเกียรติท่านที่ผ่านมา ก็ได้ใช้คําว่าเปึน ผมจําถ้อยคําท่านไม่ได้ ประมาณว่าองค์การตีหัวเก็บกินประมาณนี้ ซึ่งมันน่ากลัวมากครับ จากเดิมในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เขียนชัดเจนเลยว่าให้ความเห็น ประกอบ แต่ถ้าท่านร่างกฎหมายองค์การอิสระเปึนองค์การเดียวแบบนี้ ผลที่ตามมาก็คือว่า การให้ความเห็นประกอบนั้นมันจะเปลี่ยนโดยนัยเปึนการให้ความเห็นชอบทันทีเลย แล้วต่อไปนี้ใครจะทําโรงงานอุตสาหกรรมในประเทศไทย กรมโรงงานก็อย่างนั้น ๆ การนิคมอุตสาหกรรมก็อย่างนั้น ๆ ครับ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก็อย่างนั้น ๆ ครับ ต้องมาที่นี่ครับ แล้วที่นี่จะเปึนแหล่งอํานาจแหล่งใหม่ที่จะเกิดขึ้น ในอนาคต นักอุตสาหกรรมใหญ่ ๆ จะต้องมาลอบบี้ที่นี่ มาจ่ายสตางค์ที่นี่ครับ ทําอย่างไร จะแก้ก็อย่างที่ผมเรียน วันนี้หลักการผมอยากรับไป เพราะว่าผมอ่านแล้วว่าหลักการ และเหตุผลนั้นไม่ได้ขัดหรือแย้งกับเหตุผลที่ผมได้สนับสนุนไปเลย คือความต้องการ ให้มีองค์การอิสระนี้ แต่ในเนื้อหาของร่างพระราชบัญญัติถ้าเปึนไปได้คณะกรรมาธิการ ที่จะมีเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งแน่นอนผมไม่ได้อยู่ในคณะกรรมาธิการที่จะจัดตั้งขึ้นในโควตา ของพรรคประชาธิปัตย์ ขอร้องครับถ้าเปึนไปได้เป่ดโอกาสให้มีการจัดตั้งองค์การอย่างนี้ ในหลาย ๆ องค์การ ให้เปึนพระราชบัญญัติ ให้เปึนพระราชบัญญัติในการจัดตั้ง ใครอยากจะทําองค์การอิสระแบบนี้มาเลยครับ แล้วอีกหน่อยเราจะมีองค์การอิสระที่มีความเชี่ยวชาญหลายด้านเลย เช่น อุตสาหกรรม สิ่งทอ อุตสาหกรรมเหล็ก อุตสาหกรรมอาหารสัตว์ มันเยอะเลยครับ แล้วนี่ละครับ จะไม่เกิดองค์กรเรื่องการตีกิน แล้วนี่ละครับคําที่บอกว่าให้ความเห็นประกอบ มันก็จะเปึน เพียงความเห็นประกอบที่ไม่ใช่ความเห็นชอบ แต่ถ้าร่างพระราชบัญญัติแบบนี้เปึน ความเห็นชอบ ซึ่งผมคิดว่าอาจจะไม่ถูกต้องและไม่ตรงนักกับวัตถุประสงค์ที่มีอยู่ใน รัฐธรรมนูญตั้งแต่ป้ ๒๕๔๐ จนถึงป้ปัจจุบันครับท่านประธานที่เคารพ ขอบคุณครับ