สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๘ · ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๓

สงวน พงษ์มณี เสนอความเห็นในเรื่องรัฐธรรมนูญที่เขียนไม่สอดคล้องกับหลักการของสิทธิชุมชน และยัดไส้ว่าให้เอ็นจีโอเข้ามาแบ่งอํานาจรัฐ

นายสงวน พงษ์มณี ลําพูน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน ผมคิดว่ากฎหมายฉบับนี้ในชั้นพิจารณาด้านรับหลักการ ผมมองว่าผู้เสนอน่าจะต้องรับกลับไปปรับปรุงใหม่ เพราะว่าผมดูแล้วมันไม่สอดคล้องกับ รัฐธรรมนูญ ผมจะพูดทั้งหมดนี้เพื่อแสดงให้เห็นว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้แยกให้เห็นชัด สิ่งที่ดีงามของรัฐธรรมนูญที่คนทั่วไปชมก็คือว่า เพิ่มสิทธิของประชาชนเปึนหมวดหมู่ เข้าใจง่าย มาตรา ๖๗ ไม่ใช่อิสระจากมาตรา ๖๖ ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญเขียนไว้ว่า หมวดนี้เปึนหมวดสิทธิชุมชน มาตรา ๖๖ บอกว่าการรวมตัวกันเปึนชุมชน ชุมชนท้องถิ่น ชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิม นั่นหมายถึงชุมชนที่อยู่ในบริเวณป์าเขาดั้งเดิมและขณะนี้ เขาไม่มีเปึนชุมชนไม่ได้เปึนหมู่บ้านอะไร เพราะว่าถูกละเมิดสิทธิ เขียนปกปัองไว้ หลักการก็คือว่ามาตรา ๖๖ บอกว่า ชุมชนมีสิทธิอย่างไรบ้าง ก็บอกว่ามีสิทธิที่จะเข้าร่วม ในการตัดสินใจกับรัฐในการที่จะดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ นี่คือมาตรา ๖๖ มาตรา ๖๗ เขียนชัด ท่านประธานครับ เขียนว่าอย่างไรครับ เขียนว่า สิทธิของบุคคล ที่จะเข้าร่วมกับรัฐในการตัดสินใจ นี่วรรคหนึ่ง แต่วรรคสองก็บอกว่า ที่เขียนเพิ่มมาจาก รายละเอียดของรัฐธรรมนูญฉบับก่อน ๆ ก็คือเพิ่มคําว่า สิ่งแวดล้อมและสุขภาพ เขียนว่า ต้องมีองค์การเข้ามาเพื่อตรวจสอบให้คําแนะนํา นี่คือหลักของ ๒ มาตรานี้ แต่รัฐธรรมนูญ เขียนไว้อย่างนี้ชัดเจน กฎหมายฉบับนี้ในชั้นเขียนเข้ามาท่านเห็นว่ามันขัดแย้งกันเองครับ ท่านประธาน ในส่วนแรกละเมิดสิทธิแน่นอน ก็เขียนว่า มาตรา ๒๙ กับมาตรา ๔๓ ยกเว้นคือเขียนยกเว้นไว้ ผู้ร่างท่านกลับไปอ่านรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙ ในท้ายของ วรรคแรก เขียนว่า สิทธิของประชาชนจะละเมิดมิได้เว้นแต่ใช้กฎหมายออกกฎหมาย แต่กฎหมายนั้นจะต้องไม่ละเมิดสาระสําคัญแห่งสิทธิ คําว่า สาระสําคัญแห่งสิทธิ ของรัฐธรรมนูญหมวดนี้คืออะไร ก็คือสิทธิชุมชน กรรมการทั้งชุดอธิบายให้สาธารณะ ฟังหน่อยได้ไหม ผู้ร่างว่ามันเกี่ยวกับชุมชนตรงไหน ทั้งฉบับเปึนการเขียนขึ้นมาแล้ว สําทับโดยมาตรา ๒๗ เปึนองค์กรเก็บหัวคิวท่านประธาน รายได้ขององค์กรนี้มีด้วย ท่านประธานครับ นี่เปึนหลักการนะครับ ให้องค์กรนี้หาเงินได้ด้วย แล้วหาเงินแล้วรู้ว่า เงินจะมาก (๔) ยังบอกว่า ดอกเบี้ยก็ต้องเปึนของเขาด้วย เห็นไหมครับ นั่นหมายความว่า ถ้าเอกชนจะไปขอตั้งโรงงานเราเสียเงินให้บริษัททําสิ่งแวดล้อมมากมายเหลือเกินครับ แต่พอไปบอกว่าสุขภาพจะต้องมาเสียให้กับองค์กรนี้อีกหรือ นี่คือหลักการของกฎหมาย ซึ่งขัดแย้งกันเอง และเขียนขึ้นมาอย่างนี้ผมกล่าวหาว่าท่านเขียนขึ้นมาเก็บหัวคิว ยิ่งได้รับฟังคําชี้แจงจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้องนั้น องค์กรเหล่านี้มีอยู่แล้วในข้าราชการประจํา แล้วมีบริษัทที่รับทํางานเรื่องเหล่านี้อยู่ แต่นี่เขียนเพิ่มเข้ามาเพื่อเพิ่มค่าใช้จ่ายให้กับผู้ลงทุน นี่คือหลักการของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่เขียนยัดไส้ว่าให้เอ็นจีโอเข้ามาแบ่งอํานาจรัฐ ผมกล่าวหาชัดเจนอย่างนี้เพราะอะไรครับ เพราะว่ากฎหมายฉบับนี้ท่านได้รับสารภาพไว้ ในบทเฉพาะกาล มาตรา ๓๘ มาตรา ๓๙ มาตรา ๔๐ ท่านรับสารภาพไว้ครับ รับสารภาพ อย่างไรครับ บอกว่าองค์กรที่รัฐบาลตั้งขึ้นเพราะรู้ว่าไม่ถูกกฎหมาย ท่านก็เขียนว่า ที่ตั้งขึ้นเมื่อวันที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๕๓ บอกว่าองค์กรนี้เขียนแล้ว มาตรา ๓๙ บอกว่าเอาละ ที่ตัดสินไปแล้วขอให้การตัดสินขององค์กรนี้ชอบด้วยกฎหมายฉบับนี้ แล้วมาตรา ๔๐ เขียนอย่างไรครับ บอกว่า ให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจ่ายเงิน ให้องค์กรนี้อย่างพอเพียง ผมถามว่าจ่ายอย่างไร ข้าราชการเขาต้องประชุมกันและต้องบอกว่าฉันจ่ายตามมติ ครม. ไม่ชอบด้วยระเบียบราชการทั้งสิ้น เขียนเพื่อรองรับการทํางานของตัวเองอยู่ แต่ที่ไม่ตลกเลย ในมาตรา ๓๘ ครับ รัฐธรรมนูญเขียนไว้ให้คุ้มครองสิทธิชุมชนครับ ท่านดูมาตรา ๓๘ กฎหมายฉบับนี้เขียนเองว่าการได้มาของคณะกรรมการชุดนี้ขององค์การนี้ในมาตรา ๙ ละเอียดยิบเลยว่าได้มาอย่างไร แต่ขอโทษครับท่านประธาน ผู้ร่างไม่ได้เป่ดโอกาส ให้กฎหมายฉบับนี้ทํางานเลย กินหัวคิวไป ๔ ป้ ให้ใครทําครับ ในมาตรา ๓๘ ว่า ให้คณะกรรมการที่ตั้งขึ้นตั้งแต่วันที่ ๑๒ มกราคม เปึนผู้คัดสรรเอง ท่านประธาน มันเหมือนรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๙ เลยครับ ที่ผู้ยกร่างยกร่างเข้าในสภาแล้วบอกว่า ทุกองค์กรตามรัฐธรรมนูญนี้ให้อยู่ครึ่งวาระ ก็เขียนเต็ม ๆ วาระ ก็หมายความว่า อยู่ในแวดวงของคําสั่งคณะปฏิวัติถึง ๙ ป้เต็ม อันนี้ก็เหมือนกัน ๔ ป้จากนี้ไปไม่อิสระ จากกรรมการที่กําลังทํางานอยู่ ผมไม่เห็นด้วยจริง ๆ เพราะอะไรครับ เพราะว่า เขียนอย่างนี้เท่ากับเราดูถูกสภา ดูถูกรัฐบาล ผมไม่เชื่อว่ารัฐบาลเห็นด้วย รัฐบาลไหน ๆ ก็คงไม่เห็นด้วยมาตรานี้ เพราะท่านคิดดูสิครับในนี้ไม่ได้เขียนชัดเจน ผู้ร้องเข้าไปปุ็บ ศาลตัดสินทันทีว่าคุ้มครอง ผิดเพราะอะไร ใครเปึนเจ้าของล่ะ ใครเปึนผู้มีสิทธิในการร้อง ชุมชนหรือองค์กรเอกชนครับ ไปทําแทนบุคคลหมด นี่คือกระบวนการที่รัฐของเรากําลังถูก แทรกแซงโดยองค์กรภายนอก ที่ผมพูดทั้งหมดผมกําลังจะบอกกับท่านประธานว่า ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีปัญหา มาตราไหนที่มันมีปัญหาก็อย่าได้ออกเลย ออกแล้วเปึนปัญหากับบ้านกับเมืองตอนนี้ ใครเปึนรัฐบาลก็ทําไม่ได้ เพราะอะไรครับ เพราะว่าหน่วยงานของรัฐตัดสินแล้ว อามะ ภันเตกันไปทั้งหมด แล้วเขาก็เริ่มทํางานไปแล้ว ตัดสินตูมว่าคุ้มครอง พอคุ้มครองไปคุ้มครองมาบอกว่าไม่คุ้มครองแล้ว เสียหายไป หลายหมื่นล้านบาท เปึนแสนล้านบาท ใครรับผิดชอบ นี่ก็คือองค์กรตามรัฐธรรมนูญ องค์กรหนึ่งคือศาลปกครอง ท่านบอกว่าไม่ผิดแล้ว ไม่ผิดแล้วใครรับผิดชอบล่ะ เหมือนกรณีจังหวัดเชียงใหม่ครับ นายกคนหนึ่ง กกต. ก็บอกว่าไม่มีสิทธิ หมดสิทธิ สมัคร กกต. กลางก็หมดสิทธิสมัคร ไปร้องศาลปกครอง ศาลปกครองรับคุ้มครองชั่วคราว ไปป้กว่า ใช้เงินไปเปึนจํานวนมาก ตอนนี้บอกว่ารับไม่ได้ ไม่ใช่อํานาจของตัวเอง แล้วใครรับผิดชอบต่อปัญหา ผมพูดทั้งหมดเพื่อให้รู้ว่าวันนี้วิกฤติของบ้านของเมือง คือวิกฤติเขตอํานาจขององค์กรตามรัฐธรรมนูญทั้งหลายทั้งมวล เราจะสร้างองค์การนี้ ขึ้นมา สร้างเสร็จแล้วลบไม่ได้ ท่านประธานครับ เอากลับไปปรับปรุงใหม่ดีกว่า ท่านประธานครับ ผมจึงบอกว่าฉบับนี้มีปัญหา ขัดรัฐธรรมนูญแน่นอนถ้าเขียนอย่างนี้ ถ้าเขียนอย่างนี้มาตราที่เกี่ยวกับมาตรา ๒๗ ต้องตัดครับ รายได้ที่มาจากการหากิน กับบริษัทต้องไม่มี แล้วกระบวนการสรรหาต้องเปึนไปตามกฎหมาย ไม่ใช่ให้ใคร มาทําแทน ทั้งหมดที่ผมพูดมานี่ผมไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง ขอบคุณท่านประธานครับ