สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๘ · ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๓

สถาพร มณีรัตน์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดลำปาง หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติ องค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อม และแสดงความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อสังคมชุมชนจากการก่อสร้างเขตอุตสาหกรรม

นายสถาพร มณีรัตน์ ลําพูน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน ท่านประธานที่เคารพครับ ต่อร่างพระราชบัญญัติ เรื่องขององค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อมนั้น ผมเองคงจะต้องขออภิปรายประกอบความเห็น ให้กับคณะกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้น เพื่อนําไปพิจารณาในการอภิปรายในครั้งนี้ เราต้องยอมรับว่าผลกระทบสิ่งแวดล้อม ของประเทศนี้นั้นมันมาจากเรื่องโครงสร้างของแผนพัฒนาประเทศ ท่านประธานครับ วันหนึ่งเราก็มีอีสเทิร์น ซีบอร์ด (Eastern seaboard) เราต้องมีการพัฒนานิคมอุตสาหกรรม ภาคเหนือเพียงเพื่อต้องการกระจายรายได้ของประเทศนี้บ้านนี้เมืองนี้ให้ทัดเทียมกัน โดยไม่กระจุกในส่วนเมืองใหญ่ ๆ ดังนั้นเราต้องยอมรับว่าที่ไหนเปึนเขตอุตสาหกรรมที่นั่น มีการกระจายรายได้ที่ทําให้พี่น้องประชาชนส่วนหนึ่งก็ได้ประโยชน์ เราจะเอาส่วนหนึ่งส่วนใด มาตัดสินครับ ถ้าเราต้องการอุตสาหกรรม ต้องการการกินดีอยู่ดีของพี่น้องประชาชน ในเขตอุตสาหกรรม เราก็ต้องสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรม แต่ภายใต้การพัฒนา อุตสาหกรรมของประเทศนี้ในบ้านนี้เมืองนี้มันเกี่ยวโยงกับโครงสร้างของประเทศด้วยครับ วันนี้กลุ่มทุนขนาดใหญ่อยากลงทุนที่ไหนนั้น อํานาจรัฐหรือชุมชนนั้น ๆ ยอมสยบครับ มีการอพยพ โยกย้าย มีการเวนคืน มีการล่มสลายของสังคมชุมชนอย่างมากมายมหาศาลครับ ผมไม่อยากจะมององค์การอิสระที่จะตั้งขึ้น ไม่อยากจะมองมิติเดียว ไม่อยากจะมองมิติ ในด้านของผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม ผมอยากจะมองมิติของสังคมชุมชนที่ล่มสลาย เพราะเขตอุตสาหกรรมเข้าไปก่อตั้งด้วย วันนี้เรากําลังมองระยองโมเดลที่ถูกคําสั่ง ศาลปกครองให้ระงับการก่อสร้าง ระงับการประกอบกิจกรรม แต่เราไม่ได้มองย้อนหลังไปว่า ที่อําเภอแม่เมาะ จังหวัดลําปาง โรงไฟฟัาได้ก่อสร้างขึ้นมาจํานวน ๑๕ โรง แล้วนําจํานวน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ของแหล่งผลิตจากแม่เมาะมาปัอนที่กรุงเทพฯ เอากระแสไฟฟัามาให้ ห้างใหญ่ ๆ ในกรุงเทพฯ พี่น้องประชาชนในเมืองใหญ่ ๆ ล้วนแล้วแต่ใช้โรงไฟฟัาแม่เมาะ เปึนฐาน ท่านประธานที่เคารพ ที่นั่นนั้นเจ็บปวดรวดร้าวมาก ต้องอพยพชุมชนทั้งอําเภอ ต้องอพยพแหล่งน้ํา ต้องขุดภูเขา เพื่อเอาลิกไนต์เข้ามาเปึนตัวเชื้อเพลิง จนกระทั่งมีวิกฤติ ฝนกรดในป้ ๒๕๓๕ จนกระทั่งต้องให้การไฟฟัาฝ์ายผลิตชดเชยและติดตั้งเอฟจีดี (FGD) คือตัวสกัดซัลเฟอร์ (Sulfur) เพื่อไม่ให้เกิดฝนกรด นั่นก็คือตัวอย่างที่ ๑ ที่เราเห็นว่ามิติ ของการจัดตั้งองค์การอิสระต้องควบคุม มิติที่ ๒ โรงถลุงสังกะสีที่อําเภอแม่สอด จังหวัดตาก ทําให้พี่น้องประชาชนต้องบริโภคข้าวปนสารแคดเมียม (Cadmium) เปึนสิบ ๆ ป้ ต้องสูดดม ไอหมอกที่กลั่นจากสังกะสีเหล่านั้นมาเปึนเวลาสิบ ๆ ป้ กว่าจะรู้ก็เปึนโรคที่เกิดจาก ทางเดินหายใจ และเปึนโรคอันเกิดจากอุตสาหกรรม สิ่งเหล่านี้เปึนผลกระทบจาก การพัฒนาประเทศที่ไร้ทิศทางอย่างสิ้นเชิง ถ้าให้ผมอภิปรายผมก็ต้องโทษบรรพบุรุษ ผู้ที่ทําโครงสร้างของบ้านนี้เมืองนี้ปล่อยให้พี่น้องประชาชนเผชิญชะตากรรม ด้านสิ่งแวดล้อมจนต้องลุกขึ้นสู้ด้วยพลังของเขาเอง นี่คือมิติที่ ๑ ที่ผมจะต้องฝากไปว่า องค์การอิสระที่จะตั้งขึ้นนั้นควรที่จะเปึนองค์การที่กํากับดูแล ไม่ใช่เปึนองค์การอนุญาต จะต้องเปึนองค์การกํากับดูแล องค์การที่อนุญาตควรเปึนองค์การของรัฐ วันนี้เราได้ ทอดทิ้งการกํากับ การตรวจสอบ และทอดทิ้งการมีส่วนร่วม เพราะฉะนั้นสิทธิชุมชน ในกฎหมายรัฐธรรมนูญต้องใหญ่กว่าเรื่องขององค์การอิสระนี้ ท่านประธานที่เคารพ ถ้าองค์การอิสระสิ่งแวดล้อมได้รับอนุมัติผ่านเปึนกฎหมาย สมมุติว่าองค์การอิสระ มีความเห็นว่าควรสร้างแล้วครับ มาบตาพุด ๑๑ โครงการที่ศาลปกครองได้สั่งการ แต่ชาวบ้านบอกไม่ให้สร้าง อย่างไร คุณก็สร้างไม่ได้ ใครจะรับผิดชอบว่าความเห็นขององค์การอิสระและความเห็นของอีไอเอ ความเห็นของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนั้นอนุญาตให้ตั้งโรงงานได้ แล้วประชาชนส่วนหนึ่งบอกคัดค้านไม่ให้สร้าง ยุติการก่อสร้าง ผลกระทบจากการลงทุน มหาศาลตรงนั้นใครจะรับผิดชอบครับ กฎหมายจะต้องชัดเจนว่าการให้อํานาจหรือการให้ ข้อแนะนําขององค์การอิสระที่มีขึ้นในอนาคตนี้มีอํานาจบังคับหรือเปล่า มีสภาพบังคับ หรือเปล่า เรื่องนี้เรื่องใหญ่นะครับ เพราะมันจะมีผลกระทบกับโครงสร้างอุตสาหกรรม ที่จะอยู่กับชุมชนในอนาคตข้างหน้าด้วย เพราะเปึนการลงทุนไม่ใช่ ๕ บาท ๑๐ บาทครับ ไม่ใช่โรงงานห้องแถว มันเปึนเรื่องโครงสร้างอุตสาหกรรมของประเทศ เพราะฉะนั้น ถ้านโยบายของรัฐคิดว่าแค่ตั้งองค์การอิสระแล้วพี่น้องประชาชนหรือว่าอุตสาหกรรม ของเราจะเจริญก้าวหน้า คิดผิดครับ ถ้ามีองค์การนี้แล้วทุกอย่างจบไม่ใช่ครับ วันนี้ เราต้องวางแผนให้ชัด โครงสร้างพัฒนาของประเทศไม่ใช่ว่าพอไปถึงมีการไม่พอใจ ในชุมชนนั้น ๆ ก็ออกกฎหมาย ออกระเบียบมารองรับโดยอ้างกฎหมายรัฐธรรมนูญ วันนี้ เราได้ละเลยนะครับ พี่น้องประชาชนในเขตอุตสาหกรรม ผมถามพี่น้องของผมที่อยู่บริเวณ ในเขตอุตสาหกรรมหลายเขตอุตสาหกรรมจะไปสมัครงานยังไม่ได้เลยครับ เขาก็ไม่รับครับ แล้วจะให้เขารักโรงงานอุตสาหกรรมนั้นได้อย่างไร ผลประโยชน์จาก อบต. ผลประโยชน์ จากภาษีเอาปัอนส่วนกลางหมดครับ ไม่มีหรอกครับ อย่างนิคมอุตสาหกรรมลําพูนของ กระผม ภาษีแวต (VAT) เขาเอามาส่วนกลางหมดครับ และสิ่งที่เราได้รับก็คือคนจากที่ไหน ไม่รู้สารพัดพื้นที่มาอยู่มากินมาสร้างปัญหาสังคมวุ่นวายไปหมด ทั้งยาเสพติด คุณภาพ ชีวิตของคนงาน ตื่นเช้ามามีคนนั่งกินเบียร์กันเต็มถนนครับ เพื่อกินเบียร์สักขวดหนึ่ง จะได้นอนหลับแล้วตื่นมาบ่ายจะได้มาทํางานเปึนกะต่อครับ นี่มันเปึนสังคมที่มันกระทบจริง ๆ แต่พอถึงเวลาที่ท้องถิ่นจะได้ภาษี ท้องถิ่นจะได้โครงสร้างภาษีต่าง ๆ กลับเอามาไว้ ส่วนกลางหมด ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นน้อยมากครับ แต่เขาต้องรับผิดชอบ เพราะฉะนั้นมิติของคณะกรรมการมองแค่การแก้ปัญหาบางจุดบางอย่างแค่นั้นเอง ไม่ได้ครอบคลุมทั้งระบบ ไม่ได้ครอบคลุมทั้งเชิงโครงสร้าง เชิงสังคม และเชิงเศรษฐกิจ เอากันให้ชัดครับว่าบ้านนี้เมืองนี้จะพัฒนาอุตสาหกรรมเกษตร จะพัฒนาอุตสาหกรรม ที่มีผลกระทบกับชุมชนก็เปึนโซนนิง (Zoning) สิครับ ประกาศเปึนโซนเลย และไม่มีใครขัดครับ โซนสีแดง โซนสีเหลือง โซนสีส้ม โซนสีเขียวเปึนเขตเกษตร ใครก็ลงทุนไม่ได้ห้ามสร้างโรงงาน โซนสีส้มเปึนโรงงานได้ พี่น้องประชาชนต้องยอมรับ ถ้าเขาบอกว่าโซนนี้ตั้งโรงงาน อุตสาหกรรมได้คุณก็ไม่ต้องมีหรอกครับ องค์การกํากับอิสระ เพราะมันเปึนเขตอุตสาหกรรม เราต้องยอมรับ ต้องอย่างนี้ครับ มิติของการแก้ปัญหาอุตสาหกรรมและสิ่งแวดล้อม มันต้องเปึนโซนนิง ถ้าเกิดมีโรงงานอุตสาหกรรมตั้งกระจายผมถามว่าคณะกรรมการชุดนี้ จะรับไหวหรือครับ และคนจะกล้ามาลงทุนประเทศนี้หรือครับ เพราะว่าแค่เขียนโครงการ หมดเปึน ๑๐๐ ล้านบาทนะครับ เกิดไม่ได้รับอนุมัติใครรับผิดชอบครับท่านประธาน เรื่องนี้ เรื่องใหญ่นะครับ ไม่ใช่แก้ปัญหาได้เฉพาะมาบตาพุด มันจะกระทบเชิงโครงสร้าง อุตสาหกรรมทั่วประเทศ ไม่ว่าภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคใต้ ไม่เฉพาะ ภาคตะวันออก ดังนั้นหลักการขององค์การกํากับอิสระคุณควรจะไปทําในเรื่องของ โครงสร้างอุตสาหกรรม เรื่องโครงสร้างของประเทศนี้ให้เปึนกิจจะลักษณะครับ ต้องเปึนนักวิชาการไม่ใช่ตัวแทนกระทรวง ทบวง กรม ตัวแทนเอกชนมานั่ง ก็นั่งได้นะครับ รับแขก แจกผ้าเย็น เปึนประธานแล้วก็ให้ชาวบ้านปรบมือคล้องพวงมาลัย อย่างนี้ เพราะดูโครงสร้างแล้วมันไปไม่ได้ครับ มันไม่ได้แก้ปัญหาแต่ไปสร้างปัญหาเพิ่มขึ้นมาอีก ๑ องค์กร เปึนองค์การที่สร้างปัญหา เกี่ยวกับอุตสาหกรรมอีก ๑ องค์การ และคอสท์ (Cost) การลงทุนของนักลงทุนมันก็บวก ใส่สินค้านั่นละ แล้วใครจะมาลงทุน นี่คือเรื่องใหญ่ครับท่านประธาน ผมไม่อยากจะให้ การตั้งองค์การกํากับเปึนไปตามกระแส เราต้องชัดเจนในแผนการลงทุนของประเทศว่า วันนี้นิคมที่จะเกิดขึ้นในอนาคตข้างหน้า คุณต้องบอกชุมชนแต่เนิ่น ๆ ให้สร้างความเข้าใจ การนิคมอุตสาหกรรมมีไว้ทําอะไรครับ หรือว่ามีไว้จัดสรรที่ขายให้กับโรงงานจบแล้ว มันต้องเปึนภารกิจที่คุณจะต้องสร้างความเข้าใจ อย่างสมมุติมาบตาพุดเขาสร้างกันมา ตั้งนานแล้วครับ ๑๐ ป้ ๒๐ ป้ เนื่องจากเราขาดการมีส่วนร่วม ไม่ได้เสียสละ ไม่เปึนนักธุรกิจ ที่สนใจสังคม เปึนกลุ่มทุนขนาดใหญ่ ทอดทิ้งชุมชน มันจึงเกิดมีปัญหาอย่างนี้ครับ ซื้อเวลาทีวีโฆษณาเปึนร้อย ๆ ล้านบาท บางรัฐ บางโรงงาน แต่กับชาวบ้านไปขอทอดกฐิน ผ้าป์า ยากเหลือเกิน เขตอุตสาหกรรมห้ามเข้าครับ แล้วใครจะรักเขตอุตสาหกรรมนั้น ถ้าเขาเจ็บเขาป์วยเขาก็ต้องโทษสิ่งแวดล้อมแถวนั้นละครับ เพราะฉะนั้นผมฝาก ฝากไม่ว่าทางรัฐบาล ฝากทางคณะกรรมาธิการด้วยครับ วิสัยทัศน์ในการแก้ปัญหา สิ่งแวดล้อม ไม่ใช่ตั้งคณะกรรมการแล้วจบ มันจะต้องมาสังคายนากันทั้งประเทศ จะต้อง จํากัดโซนนิง แบ่งโซนนิง และสร้างความเข้าใจ การนิคมอุตสาหกรรมต้องทํางานเชิงลึก กระทรวงอุตสาหกรรมต้องรุกมากกว่านี้ ไม่ใช่จะคอยจ้องแต่เก็บภาษี แล้วภาษีต้องเปึนธรรม กับพื้นที่ โครงสร้างภาษี การจ้างงานต้องเปึนธรรมกับคนในพื้นที่ ต้องกระจายรายได้ ที่เปึนธรรม ไม่ใช่ว่าคุณกอบโกยเสร็จป่ดโรงงาน หิ้วกระเปิากลับต่างประเทศ ไม่ได้ครับ แล้วทิ้งสิ่งทรุดโทรมไว้ให้พวกเราแก้ไขกันอีก ทิ้งขยะ ทิ้งความรับผิดชอบ ป่ดโรงงาน ไปเสียแล้ว ไม่ได้ครับ เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพ ผมเห็นด้วยในการที่มีองค์การอิสระ ที่เปึนอิสระจริง ๆ แต่ต้องเปึนมิติของการกํากับ การตรวจสอบ และการทําแผนในการที่จะ ทําให้การพัฒนาเขตอุตสาหกรรมของประเทศไม่มีผลกระทบกับชุมชน และ/หรือมี ผลกระทบขอให้มีผลกระทบที่น้อยที่สุด ผมฝากประเด็นของผมแค่นี้ละครับท่านประธาน ที่เคารพ