วิชัย ล้ําสุทธิ หารือเรื่องการตั้งคณะกรรมการองค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ และเรียกร้องการตราพระราชบัญญัติให้เร็วที่สุด เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากการดำเนินกิจการของนิคมอุตสาหกรรม นอกจากนี้ ยังเสนอแนะว่า การเลือกกรรมการองค์กรต่างๆ ควรโปร่งใส ชัดเจนและแน่นอน ไม่ควรเป็นการเลือกผู้ที่มีพรรคพวกกันเอง และยังเรียกร้องการความช่วยเหลือจากรัฐบาลในการดำเนินการ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวิชัย ล้ําสุทธิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ เรื่องของการตั้งคณะกรรมการองค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ ซึ่งต้องตราพระราชบัญญัตินี้ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๗ วรรคสอง เพราะว่า รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันให้ดําเนินโครงการหรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อ ชุมชนอย่างรุนแรงทั้งทางด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ จะกระทํามิได้ เว้นแต่จะได้ศึกษาและประเมินผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมก่อน ซึ่งสําคัญที่สุดก็คือสุขภาพของประชาชนในชุมชนแล้วก็จัดให้มีกระบวนการรับฟัง ความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสีย รวมทั้งได้ให้องค์การอิสระให้ความคิดเห็น ต่อประชาชนก่อน ท่านประธานที่เคารพครับ จะเห็นได้ว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้นะครับ ซึ่งเปึนรัฐธรรมนูญที่ต้องคงองค์การอิสระตั้งแต่ ป้ ๒๕๕๐ จนถึงปัจจุบันคือป้นี้นะครับ ป้ ๒๕๕๓ ก็ยังไม่มีองค์การนี้เลย ในขณะเดียวกันผู้ประกอบการอุตสาหกรรมกับประชาชน ในพื้นที่ก็ต้องดําเนินกิจการ แม้กฎหมายยังไม่ออกแต่ว่าอุตสาหกรรมก็ต้องดําเนินไป ประชาชนก็ต้องอยู่คู่กับอุตสาหกรรมไป นี่ก็เปึนเหตุให้ตอนนี้พื้นที่ที่สําคัญที่สุดก็คือพื้นที่ เขตนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ทําให้ประชาชนกับกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมยังทะเลาะกันอยู่ ทุกวันนี้ มันจึงเปึนเหตุให้มีการฟัองศาลปกครองเกิดขึ้นเพราะว่าในการดําเนินการระหว่าง สิ่งแวดล้อมอยู่ตรงกลางนี่ครับ การนิคมอุตสาหกรรมอยู่ด้านซ้าย ประชาชนอยู่ด้านขวา ปรากฏว่าถึงเวลาแล้วกฎหมายตัวนี้ก็ไม่ออกครับ กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบังคับ ก็ไม่ออก ไม่รู้จะทําอย่างไร ก็เลยมีปัญหาว่าถ้าเกิดฟัองศาลปกครองกันขึ้น จึงฟัองให้หน่วยงาน รัฐบาลและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องว่าออกคําสั่งให้โครงการดําเนินการไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ตามมาตรา ๖๗ (๒) มีผลให้ระงับ ๗๖ โครงการ ซึ่งเปึนการชั่วคราวจนเปึนผลให้เศรษฐกิจ ของจังหวัดระยอง เศรษฐกิจของมาบตาพุด เศรษฐกิจระดับประเทศชะลอลงไป นั่นก็ส่งผล ให้พวกเราดําเนินการอย่างลําบากยากเย็นมากครับ
ท่านประธานครับ กฎหมายฉบับนี้ถ้ายังไม่ประกาศใช้รัฐบาลก็ไม่รู้จะทํา อย่างไรครับ เพราะว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญบอกว่าต้องมี แต่ว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ไม่ออกก็ไม่รู้จะทําอย่างไร รัฐบาลก็เลยต้องตั้งองค์การอิสระเปึนการชั่วคราวก่อน เพื่อบรรเทา ดําเนินการทําทุกเรื่องนะครับ ไม่ว่าของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงสาธารณสุข ทําร่วมกันเพื่อให้กลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมกับประชาชนอยู่ร่วมกัน ด้วยความผาสุก นั่นคือประเด็นสําคัญของรัฐบาล แล้วก็คณะรัฐมนตรีทุกท่าน โดยเฉพาะ ท่านเลขาธิการกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ ลงไปพื้นที่อาทิตย์เว้นอาทิตย์เลยครับ ในการทําเพื่อให้ มาบตาพุดของเราเปึนโมเดล (Model) ของอุตสาหกรรมให้อยู่ร่วมกับประชาชนอย่างมี ความสุขได้ นั่นคือสิ่งที่พวกเราทํา แล้วก็ทําให้เพื่อเศรษฐกิจของประเทศไทยนี้เดินไปได้ ท่านประธานครับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ได้ให้องค์การอิสระตั้งอย่างเดียว ยังกําหนดที่มา ของคณะกรรมการชุดนี้ไว้เสร็จสรรพเลยว่าจะต้องประกอบด้วยผู้แทนองค์กรเอกชน ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านสุขภาพมีกี่คน กี่ท่านอย่างไรนะครับ ผู้แทนสถาบันอุดมศึกษา ที่จัดการด้านสิ่งแวดล้อมหรือทรัพยากรธรรมชาติหรือด้านสุขภาพ เขาจัดไว้เสร็จเลย ทั้ง ๒ ส่วน ส่วนมากรัฐธรรมนูญจะไม่เขียนไว้ แต่ว่ามาตรา ๖๗ (๒) เขียนไว้ให้เรียบร้อยว่า จัดเสร็จแบบนี้ แต่ท่านประธานสังเกตไหมครับว่ากฎหมายฉบับนี้ทําไมถึงออกล่าช้า รัฐธรรมนูญนี้เขียนไกด์ไลน์ (Guideline) ไว้ให้เรียบร้อย แต่ทําไมกฎหมายฉบับนี้ออก ล่าช้ามากครับท่านประธาน ผมเลยอยากให้ข้อสังเกตให้ท่านประธานไว้สัก ๒ – ๓ ประเด็น
ประเด็นที่ ๑ การตั้งองค์การอิสระที่ทุกภาคส่วนเปึนคณะกรรมการองค์การนี้ มีความน่าเชื่อถือหรือไม่ สรุปง่าย ๆ คือรัฐบาลจะตั้งองค์การอิสระซึ่งจะตั้งตามกฎหมายนี้ครับ ที่มาของคณะบุคคลคณะองค์การอิสระนี่ เฉพาะตัวบุคคลนี่มันต้องตั้งขึ้นมาด้วยความเปึนกลาง
ข้อที่ ๒ เปึนธรรมโปร่งใสขนาดไหนที่จะได้คนที่มีความน่าเชื่อถือนะครับ ก็คือพูดง่าย ๆ ไม่ใช่พวกมากลากไปตั้งพรรคพวกกันเองเข้ามา นี่คือสําคัญที่สุด พูดง่าย ๆ ก็คือสังคมต้องยอมรับว่าคณะกรรมการองค์การชุดนี้ตั้งขึ้นมาต้องโปร่งใส ชัดเจนและแน่นอน ไม่อย่างนั้นตั้งขึ้นมาแล้วก็มีปัญหา