วีรวิท คงศักดิ์ หารือเรื่องการประชุมวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร โดยเน้นย้ำถึงข้อตกลงระหว่าง 2 สภาที่จะพิจารณาเฉพาะ 14 ประเด็นที่วุฒิสภาได้ดำเนินการแก้ไขก่อน และจะกลับมาพิจารณาในประเด็นนอกเหนือจาก 14 ประเด็นนั้น นอกจากนี้ ยังหารือเรื่องการดำเนินการตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายเกี่ยวกับการตั้งคณะกรรมาธิการและพนักงานไต่สวน โดยเรียกร้องให้มีการพิจารณาอย่างรอบคอบและไม่ให้บังคับใช้กฎหมายเกินกว่าที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ และอธิบายว่าไม่มีการลงมติในครั้งนี้ เนื่องจากทุกฝ่ายเห็นพ้องกัน แต่บางประเด็นอาจจะไม่ตรงกับหลายฝ่าย และจะพิจารณาในครั้งต่อไป
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม พลอากาศเอก วีรวิท คงศักดิ์ สมาชิกวุฒิสภาแบบสรรหา ภาควิชาชีพ ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการร่วมกันและทําหน้าที่ประธาน คณะกรรมาธิการในการประชุม ครั้งที่ ๒ ครั้งที่ ๓ และครั้งที่ ๔ ที่ได้มีปัญหา ผมอยากจะ กราบเรียนว่าในการประชุมนั้นเราก็ใช้กรอบการพิจารณาที่เราเปึนข้อตกลงระหว่าง สมาชิก ๒ สภาร่วมกัน ก็คือจะพิจารณาในเฉพาะ ๑๔ ประเด็นที่วุฒิสภาได้ดําเนินการ แก้ไขก่อน หลังจากนั้นเราจะกลับมาพิจารณาในประเด็นนอกเหนือจาก ๑๔ ประเด็น ถ้าเผื่อคณะกรรมาธิการเห็นชอบด้วย ในเรื่องนี้เปึนข้อเสนอของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งผมขออนุญาตเอ่ยนาม ก็คือท่านประยุทธ์ ศิริพานิชย์ และกรรมาธิการทุกท่าน ก็เห็นพ้องต้องกันและในวันนั้นก็ไม่มีผู้ใดคัดค้าน เพราะฉะนั้นกรอบในการที่ผมทําหน้าที่ ประธานคณะกรรมาธิการแทนท่านประธานคณะกรรมาธิการร่วมกันนั้นก็ดําเนินการ ตามแนวทางที่เราตกลงกันดังกล่าวนะครับ ทีนี้ประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นนั้น เนื่องจาก มาตรา ๒๘/๑ และมาตรา ๒๘/๒ นั้นมี ๒ ส่วน ส่วนหนึ่งคือส่วนที่วุฒิสภาได้แก้ไขกับบางส่วน ที่ท่านจิตติพจน์ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านเสนอประเด็นขึ้นมาในการที่จะดําเนินการ พิจารณานั้นผมก็ได้ดําเนินการตามหลักเกณฑ์ก็คือเอาประเด็นที่มีข้อเห็นไม่ตรงกันก่อน ส่วนประเด็นที่นอกเหนือจากนั้นถึงแม้ว่าจะอยู่ในมาตราเดียวกันก็จะรอพิจารณา หลังจากที่มีการพิจารณาเสร็จเรียบร้อย แต่อย่างไรก็ตามในการที่จะอภิปรายกันนั้น ก็มีเพื่อนสมาชิกที่เสนอความเห็นนอกเหนือจากประเด็นหรือข้างเคียง เราก็ได้ให้มี การอภิปรายเสนอความคิดเห็นแล้วก็บันทึกไว้ในรายงานการประชุม ซึ่งผมเรียนว่า บางส่วนนั้นก็มีการแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นกันระหว่างสมาชิก ๒ สภา ในขณะที่มีการเสนอ ประเด็นที่นอกเหนือในมาตรา ๒๘/๑ และมาตรา ๒๘/๒ ที่คาดว่าจะเกินเลยรัฐธรรมนูญนั้น มีคณะกรรมาธิการร่วมกันทั้งส่วนที่เปึน ส.ส. และ ส.ว. เห็นว่าความเห็นดังกล่าว เปึนความเห็นในเรื่องของข้อกฎหมายซึ่งมีโอกาสที่จะมองไม่เหมือนกันได้นะครับ ในเรื่องนี้เนื่องจากกฎหมายฉบับนี้จะต้องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา หลังจากที่ ๒ สภา ให้ความเห็นชอบแล้วน่าจะเปึนการชอบที่ให้ตั้งเปึนข้อสังเกตไว้ แล้วก็ให้ศาลรัฐธรรมนูญ ไปพิจารณาในประเด็นนั้น ท่านประธานและท่านสมาชิกคงจะเห็นว่าในข้อสังเกตของ คณะกรรมาธิการนั้นจะมีถ้อยคําที่ท่านกรรมาธิการจิตติพจน์ได้ให้ข้อสังเกตไว้ ผมขออนุญาตอ่านในข้อเสนอ
ประการที่ ๑ ก็คือกรณีการตั้งคณะทํางานขึ้นตามมาตรา ๒๘/๑ เปึนการตั้งคณะทํางานขึ้นเฉพาะกรณีตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๒ วรรคสี่ ประกอบมาตรา ๒๗๕ วรรคท้าย ไม่ใช่ว่าจะทําได้ทุกกรณี ถ้าหากว่าพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญมีการระบุเรื่องการตั้งคณะกรรมาธิการในกรณีใดจะถือว่าเปึนการระบุ เกินจากที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้
ประการที่ ๒ กรณีการออกระเบียบที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. กําหนดตาม มาตรา ๒๘/๒ เปึนการกําหนดคุณสมบัติของพนักงานไต่สวน และการแต่งตั้งทนายความ เพื่อดําเนินการคดีแทนนั้นควรพิจารณาออกระเบียบอย่างรอบคอบ โดยระบุคุณสมบัติ เปึนผู้มีประสบการณ์ด้านคดีความมิใช่มีเฉพาะใบอนุญาตว่าความอย่างเดียว อันนี้ก็คือ เปึน ๒ ประเด็นที่ได้บันทึกไว้นะครับ
ทีนี้ในการประชุม ครั้งที่ ๓ ที่มีการอ้างถึงนั้นผมอยากกราบเรียนว่าเราก็มี การพิจารณาทั้งหมดใน ๑๔ ประเด็นนั้น คณะกรรมาธิการร่วมกันได้เห็นพ้องต้องกัน โดยที่ไม่ต้องลงมติ เพราะฉะนั้นในการประชุมทั้งหมดไม่มีการลงมติ ในระหว่างที่อภิปราย เสนอความคิดเห็นนั้นอาจจะมีเพื่อนกรรมาธิการเดินออกไปทําภารกิจอื่นบ้าง แต่ก็มี จํานวนผู้เข้าร่วมประชุมทั้ง ๒ ฝ์ายเกือบตลอดเวลา ในส่วนที่ผมอยากจะกราบเรียนว่า ประเด็นปัญหาที่เกิดข้อทักท้วงนั้นโดยปกติแล้วจะอยู่ที่ดุลยพินิจของประธานในที่ประชุมว่า จะให้ลงมติหรือไม่ บางครั้งอาจจะให้พักการประชุมเพื่อมีการดําเนินการ อันนี้เปึน ลักษณะเดียวกับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรหรือการประชุมรัฐสภา และรวมทั้งการประชุม วุฒิสภา อย่างที่เรากําลังอภิปรายอยู่ขณะนี้ถ้าจะเอาองค์ประชุมขณะที่อภิปรายมาเปึนเกณฑ์ ในการที่จะมองการพิจารณานั้นก็คงเปึนไปได้ยาก เพราะฉะนั้นขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของ ท่านประธานที่ประชุมอยู่ในขณะนั้นว่าจะลงมติเมื่อไรต้องมีการที่จะเรียกผู้เกี่ยวข้องมา ในการประชุมวันที่ ๓ นั้นผมได้พิจารณาด้วยดุลยพินิจแล้วว่าจํานวนผู้ที่เข้าอยู่อภิปรายนั้น ก็เปึนการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นธรรมดา ท่านคณะกรรมาธิการได้เสนอให้ลงมติ ผมเลยบอกว่าในกรณีการลงมตินั้นขอให้ไปพิจารณาในครั้งต่อไป แล้วก็มีบางท่านที่ ขออนุญาตผมไม่แน่ใจว่าจะมีการยกมือขึ้นเพื่อดําเนินการในการที่ จะให้มีการชะงักการเสนอความคิดเห็นหรือเปล่านะครับ ต้องขออภัยด้วยครับ ผมก็เรียนว่า กระบวนการในลักษณะอย่างนี้ก็เปึนไปตามข้อบังคับและเปึนไปตามแนวทางที่รัฐสภา ใช้เปึนแนวทางในการดําเนินการอยู่ มิได้มีสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่นอกเหนือจากเกณฑ์เลย และผมรับรองด้วยว่ากระบวนการต่าง ๆ นั้นเราได้ปรึกษาหารือกันด้วยบรรยากาศที่ดี ตลอดนะครับ ในระหว่างกรรมาธิการ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของ ส.ส. และ ส.ว. และรวมทั้ง ท่านประธานนิพิฏฐ์ก็ได้มีการประสานงานและคุยกันตลอดเวลา เพราะฉะนั้นสาระ ที่เราเสนอเข้านั้นเปึนการที่เราดําเนินการอย่างเห็นพ้องต้องกัน ในส่วนประเด็นที่ จะมีความเห็นในข้อกฎหมายของบางท่านนั้นอาจจะไม่ตรงกับกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ ก็เปึนเรื่องที่เราได้ให้เกียรติด้วยการตั้งข้อสังเกตไว้แล้วก็เปึนเรื่องที่จะดําเนินการพิจารณา ในขั้นต่อไป ผมก็เลยกราบเรียนเพื่อให้ข้อเท็จจริงต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อรับทราบไว้ เพียงแค่นี้ ขอบคุณครับ