สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๘ · ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๓

ไพจิต ศรีวรขาน หารือเรื่องกฎหมายที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับป.ป.ช. โดยกล่าวถึงปัญหาการใช้อํานาจที่ไม่เหมาะสม และขอการตรวจสอบเพื่อให้มีความเป็นธรรม

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม

ท่านประธานที่เคารพ ผม ไพจิต ศรีวรขาน ส.ส. จังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย จริง ๆ กฎหมายฉบับนี้เปึนกฎหมายที่มีความสําคัญมาก เปึนเรื่องการเสนอกฎหมายขององค์กรอิสระ ป.ป.ช. แล้วผ่านสภาผู้แทนราษฎร ด้วยความรอบคอบในการพยายามที่จะทําให้เปึนองค์กรที่จะทําหน้าที่ตรวจสอบ แต่ไม่สามารถที่จะทําอะไรได้ทั้งหมดตามที่ฝ์ายเสนอกฎหมายพยายามที่จะมีอํานาจ เกือบทั้งหมด พอไปถึงวุฒิสภา วุฒิสภาก็ได้มีการแก้ไข และคราวนี้พอมีคณะกรรมาธิการ ร่วมกัน ท่านประธานครับ ผมเห็นบันทึกของ ๑ ในคณะกรรมาธิการร่วมกันเปึนเรื่องที่มี ความสําคัญนะครับ การพิจารณากฎหมายแม้ว่าในการประชุมคณะกรรมาธิการจะอาศัย การลงลายมือชื่อครบองค์ประชุมแล้วก็ถือว่าองค์ประชุมครบก็ใช้ข้อบังคับเดียวกัน กับสภานี่แหละ ในขณะที่พิจารณาถ้าหากอยู่ในห้องประชุมไม่เกินกึ่งหนึ่งจะลงมติไม่ได้ ก็แปลว่าเรื่องใดที่จะประชุมก็ประชุมไปแต่จะไม่มีการลงมติ เท่าที่ผมฟังรายงานก็บอกว่า ในข้อที่ทักท้วงไว้มีกรรมาธิการอยู่ไม่ครบ แล้วท่านนี้ไม่ใช่คนธรรมดาก็เปึนหนึ่งในกรรมาธิการ ผมขออนุญาตนะครับ ท่านจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดศรีสะเกษ และถ้าได้เปึนข้อเท็จจริงแบบนี้ในสาระสําคัญที่เปึนกฎหมายที่มีเพื่อนสมาชิกได้ทักท้วงไว้ ผมก็ไม่สบายใจอยากให้กฎหมายนี้พิจารณาด้วยความรอบคอบ เพราะที่สุดของ คณะกรรมาธิการร่วมกันคือที่สุดของทั้ง ๒ สภา ได้คัดเลือกคนสุดยอดสภาละ ๑๒ คน ไปอยู่ ส.ส. ๑๒ คน ส.ว. ๑๒ คน เสร็จแล้วจะต้องทําด้วยความรอบคอบตามเจตนารมณ์ ของเรา มาถึงเราเอา ไม่เอา เท่านั้น ก็อยากจะให้เปึนไปตามบรรทัดฐาน แม้ท่านประธาน จะบอกว่าสามารถที่ใช้สิทธิทักท้วงในภายหลังได้แต่ว่าในชั้นการพิจารณาควรที่จะยึด ในข้อบังคับโดยเคร่งครัด เขาร้องขอให้มีการตรวจสอบเทป รายงานการประชุมชวเลข อะไรทั้งหมด เสียดายว่ายังไม่มีการสั่งการจากท่านประธานสภาว่าเปึนประการใดในเรื่องนี้ ผมก็อยากจะกราบเรียนว่าเรื่องนี้ความจริงที่เกิดขึ้นท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทั้ง ๑๒ คน ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง ๑๒ คนก็มีศักดิ์มีฐานะที่มีเกียรติ ที่ควรแก่จะได้แสดงต่อสภาแห่งนี้ ถ้าสามารถที่จะยืนยันว่าเปึนการดําเนินการ ด้วยความรอบคอบ ท่านประธานครับ ผมก็จะได้พิจารณาตามประเด็นที่ท่านสมาชิก แสดงความเห็นว่าควรที่จะให้ ป.ป.ช. ได้ทําหน้าที่แค่ไหน อย่างไร โดยร่างพระราชบัญญัติ ที่พิจารณานั้นผมมีความเห็นสอดคล้องกับท่านสมาชิก ๒ ท่าน ที่บอกว่าถ้าปล่อยให้ ดําเนินการตั้งเรื่องตั้งราว แล้วก็จับกุมเอง สอบสวนเอง ฟัองเอง มันจะไปกันใหญ่นะครับ เปึนอํานาจเบ็ดเสร็จ แล้วที่สุดของที่สุดก็จะเหมือนที่ผมทักท้วงเรื่องคลิป (Clip) ฉาว ก็จะบอกว่าเปึนเรื่องขององค์กรอิสระเราเข้าไปก้าวล่วงไม่ได้ สภาจะต้องดูตัวนี้ในชั้นที่ การเขียนกฎหมายนี่ละว่าควรที่จะมีแค่ไหน อย่างไร อํานาจในการที่จะจับควรจะเปึน ของเจ้าพนักงานตามคดีอาญาที่มีอยู่แล้วคือเจ้าหน้าที่ตํารวจ ป.ป.ช. ควรทําหน้าที่ โดยการแจ้งโดยให้ดําเนินการแต่ไม่ควรไปทําเอง ที่เขียนนี่ไปทําเองนะครับตามมาตรา ที่แก้ไขนี่ หรือจะอธิบายความอย่างอื่นก็อธิบายมา ผมอ่านเท่าที่ความรู้ผมไม่มาก แต่ผมเข้าใจว่าเขียน หรือ หรือ หรือ นี่ก็แปลว่าคนใดคนหนึ่ง หรือผู้มอบหมาย หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญา ถ้าเขียนแบบนี้ก็แปลว่าสามารถทํา โดยตนเองได้เลย มันเปึนการที่ผ่านขั้นตอนกระบวนการยุติธรรมที่ไม่อยากให้รวบไปอยู่ ในองค์กรเดียวกัน ตํารวจจับ คนสอบสวน คนฟัอง คนตัดสินคดี ขบวนการนี้ทําได้ ตั้งหลักแบบนี้ที่ผมสอนลูกศิษย์ลูกหามาก็แบบนั้น ความรู้น้อยทางกฎหมาย ท่านประธานครับ แต่ผมยังเคารพว่าเพื่อความเปึนธรรมของคนในสังคมมาตรฐานเดียวกันที่เราต้องการ ความเปึนธรรมอยู่ที่ไหนความสามัคคีถึงจะเกิด ถ้าไม่เกิดความเปึนธรรมมันก็แกล้งกัน คนจนก็ตกเปึนเหยื่อท้ายสุดก็จะมีปัญหา ผมเกรงว่าพอออกไปแล้วกระบวนการเหล่านี้ จะไม่มีเจ้าภาพรับผิดชอบอีก ก็เต้นฟุตเวิร์ค (Footwork) บอกเปึนเรื่องขององค์กรอิสระ เสนอมา มันมีทางเดียวที่เราจะต้องผ่านกฎหมายด้วยความรอบคอบเท่านั้น ผมขอคําอธิบายนะครับ ผมเห็นว่ามันเปึนการรวบอํานาจอยู่กับ ป.ป.ช. ทั้งหมดไม่ดีหรอกครับ การออกกฎหมาย ก็ควรที่จะยันโยงไว้ในเรื่องของการถ่วงดุลอํานาจ ในเรื่องของกระบวนการยุติธรรมเปึนหลัก ขอขอบพระคุณครับท่านประธาน