สถาพร มณีรัตน์ เสนอข้อคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหาข้าวของประเทศไทยที่ประสบปัญหา น้ำท่วมและภัยธรรมชาติ ทำให้พื้นที่เกษตรกรรมหายไปมาก และคาดว่าข้าวจะหายไป 2-4 ล้านตัน ทำให้ประเทศไทยเข้าสู่ยุคข้าวยากหมากแพง สถาพร มณีรัตน์เรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการแก้ไขปัญหานี้โดยการบูรณาการและร่วมมือกัน เพื่อช่วยเหลือประชาชนและเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน ที่ได้รับมอบหมาย จากเพื่อนสมาชิกของพรรคเพื่อไทยและพี่น้องประชาชนที่มีผลกระทบในเรื่องของการกํากับ นโยบายที่ล้มเหลวในเรื่องของการประกันราคาข้าว การประกันรายได้และการกํากับ นโยบายเรื่องของสต็อก (Stock) ข้าวและการจัดจําหน่ายข้าว ท่านประธานที่เคารพ อย่างที่เรารู้กันว่า ป้นี้ประเทศไทยเรานั้นน้ําท่วมถึง ๕๐-๖๐ จังหวัด พื้นที่เกษตรนั้นที่ปลูกนา ปลูกข้าว หายไปถึง ๔,๐๐๐,๐๐๐ กว่าไร่ และคาดการณ์ว่าป้นี้นั้นข้าวจะหายไปจากระบบ ถึง ๒-๔ ล้านตัน ตรงนี้จะทําให้ประเทศไทยนั้นเข้าสู่ยุคข้าวยากหมากแพง พี่น้อง ประชาชนจะเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า ข้อห่วงใยหลายประการที่พี่น้องประชาชนห่วงใย ไม่ว่าเรื่องของการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนหลังน้ําลด ซึ่งตอนนี้ก็ยังไม่เปึนรูปธรรม มีแต่ลมปาก การช่วยเหลือพี่น้องประชาชนเกษตรกรหลังน้ําลดที่จะต้องประสบปัญหา เรื่องของพืชพันธุ์เมล็ดพันธุ์ข้าวที่จะต้องขาดแคลน เรื่องของการที่จะต้องฟุ๋นที่ไร่ที่นา ฟุ๋นระบบน้ํา มันเปึนเรื่องใหญ่มากครับ ท่านประธานที่เคารพ ถ้าเราเองนั้นไม่ได้บูรณาการ ร่วมกัน ต่างคนต่างทําก็จะทําให้คนที่ได้รับผลกระทบสูงสุดก็คือพี่น้องประชาชน ท่านประธาน ที่เคารพ ต่อข้อห่วงใยในการที่กระผมเองนั้นได้ยื่นกระทู้ถามสด เพื่อหวังไว้ว่าพี่น้องประชาชน พี่น้องชาวไร่ชาวนานั้นจะได้สบายใจว่าแนวนโยบายการกํากับข้าวซึ่งถือว่าเปึนปัจจัยหลัก ของประเทศและของโลก ประเทศไทยเรานั้นได้ชื่อว่าเปึนประเทศที่ปลูกข้าวอันดับ ๑ ของโลก ข้าวหอมมะลิของประเทศไทย ข้าวเหนียวของประเทศไทยนั้นถือว่าเปึนอันดับ ๑ ของโลก วันนี้เรากําลังถูกการรุกรานจากภัยธรรมชาติ รุกรานจากประเทศเพื่อนบ้านและเพื่อนร่วมโลก ของเรา ข้าวเจ้าเราก็ถูกปลอมปนอ้างว่าเปึนข้ามหอมมะลิจากประเทศไทยไปขายที่ฝรั่งมังค่า ขายที่ประเทศจีน ปลอมปน ที่มันไม่ใช่ของประเทศไทยหรอกครับแต่ถูกอ้างว่าเปึน ของประเทศไทย แต่เราก็นิ่งเฉย สต๊อกข้าวของเรานั้นวันนี้พี่น้องประชาชนยังไม่ทราบว่า สต๊อกข้าวของประเทศที่กําลังจะประสบวิกฤตินั้นมีสต๊อกข้าวเท่าไร ทั้งที่อยู่ใน อ.ต.ก. ซึ่งถือว่าเปึนรัฐวิสาหกิจที่ดูแลรับผิดชอบในส่วนของเรื่องสต๊อกข้าว อคส. ซึ่งอยู่ในกํากับ ของกระทรวงพาณิชย์ ทั้ง ๒ หน่วยงานนี้ไม่มีใครรับรู้รับทราบเลยว่าสต๊อกที่แท้จริงนั้น เปึนข้าวนาป้เท่าไร ข้าวเปลือกหอมมะลิเท่าไร ข้าวนาปรังเท่าไร เงียบกริบครับ นอกจากนั้น สิ่งที่เขาครหานินทากันโดยตลอด ท่านนายกรัฐมนตรีไม่อยู่นะครับ ท่านเปึนผู้กํากับครับ ท่านจะนั่งฟังสักนิดหนึ่งก็ถือเปึนเกียรติอย่างยิ่ง วันนี้การขายข้าวของประเทศไทยนั้น แปลกประหลาดครับ ที่ผมต้องปุจฉาว่าแปลกประหลาดเพราะอะไรครับ ท่านประธาน ที่เคารพผ่านไปยังรองนายกรัฐมนตรีและท่านรัฐมนตรีที่นั่งข้างกัน ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ได้จัดทํา จัดซื้อ จัดขายข้าวให้กับกลุ่มบริษัทต่าง ๆ ถึง ๓.๑๖ ล้านตัน ซึ่งถือว่าเปึนจํานวนมาก มีผู้ซื้อเปึนบริษัทยักษ์ใหญ่ซึ่งมาทั้งประเทศจีน ทั้งเอเชียเรานี่แหละครับ ๓.๑๖ ล้านตันโดยประมาณ แต่ปรากฏว่าพอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้สั่งซื้อ สั่งขาย รองนายกรัฐมนตรี ท่านไตรรงค์ สุวรรณคีรี สั่งระงับการขาย แล้วแถมท่านนายกรัฐมนตรี ได้กําชับไม่ให้ขายอีกโดยอ้างเรื่องของวาตภัย อ้างเรื่องของภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้น ท่านประธานที่เคารพ วันนี้ถ้าเราไม่ชัดเจน รัฐมนตรีสั่งขาย รองนายกรัฐมนตรีสั่งระงับ การขาย กําชับโดยนายกรัฐมนตรี ตลาดข้าวของประเทศ ตลาดข้าวของโลกจะเปึนอย่างไรครับ ด้วยความห่วงใยจริง ๆ ครับ ไม่มีนัยทางการเมือง เพียงแต่บอกว่าถ้าเราปล่อยให้บริหาร จัดการนโยบายข้าวอย่างนี้ พี่น้องประชาชนเสียประโยชน์ คนที่จะได้ประโยชน์คือพ่อค้าข้าว วันนี้เราซื้อข้าวจากชาวไร่ชาวนาราคาต่ํา เอามาขายในราคาสูง ข้าวเหนียว ๑ ลิตร ๒๖ บาท พี่น้องประชาชนที่บริโภคข้าวเหนียวต้อง เขาเรียกว่าแช่ข้าว ๓ ลิตร วันหนึ่งหมดเปึนร้อยบาท ที่กระทรวงพาณิชย์เอาไปแจกไม่พอหรอกครับ มื้อเดียวก็ไม่พอ เพราะฉะนั้นคําถามที่ ๑ ที่ผมต้องนําเรียนถามท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีในฐานะผู้กํากับนโยบาย ขอให้ท่านตอบจริง ๆ ครับ วันนี้ตัวเลขสต๊อกข้าวของประเทศไทยที่อยู่ใน อ.ต.ก. กี่ตัน อยู่ใน อคส. กี่ตัน และแยกเปึนข้าวเปลือก ข้าวเจ้า ข้าวเหนียว อย่างละเท่าไร และตั้งอยู่ที่ โรงสี ณ ที่ใดของประเทศบ้าง เปึนคําถามที่ ๑ ครับ