สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๗ · ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๓

ประเกียรติ นาสิมมา หารือเรื่องปัญหาน้ำท่วมในหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม พร้อมถามนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับมาตรการป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่

นายประเกียรติ นาสิมมา แบบสัดส่วน

ขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม ประเกียรติ นาสิมมา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ความจริงท่านนายกรัฐมนตรีก็นั่งอยู่ด้วย ถ้าจะตอบคําถามที่จะถามนี่ ก็จะเปึนประโยชน์แทนที่จะมอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีถาวร เสนเนียม ซึ่งเปึนเจ้าของพื้นที่ ที่ผมกําลังจะถามพอดีตอบแต่เพียงฝ์ายเดียว เพราะผมรู้ว่าเรื่องนี้อํานาจหน้าที่ของ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยคงไม่เพียงพอที่จะรับปัญหาที่เกิดขึ้น อุทกภัย ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยครั้งนี้เปึนอุทกภัยที่หนักหนาสากรรจ์จริง ๆ ไม่ว่าชาวเมือง ชาวบ้าน ชาวนา เกษตรกรได้รับผลกระทบเสียหายอย่างถ้วนหน้า มาตรการการแก้ไขปัญหาที่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ได้ชี้แจงการตอบกระทู้ถามสดเมื่อสักครู่ผมฟังแล้วก็ยังไม่เพียงพอ ที่จะไปยับยั้งภัยธรรมชาติเหล่านี้ที่จะเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นผมจึงอยากจะตั้งกระทู้ถามสด ถามท่านในวันนี้เพื่อที่จะให้ท่านตอบ คือโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อป้ ๒๕๔๓ มีน้ําท่วมใหญ่ ที่อําเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เปึนเมืองที่ยังไม่เคยมีการปัองกันน้ําท่วม จริง ๆ แล้ว ที่ผมยกขึ้นมาเพราะว่ามีโครงการปัองกันน้ําท่วมอําเภอหาดใหญ่อย่างเข้มแข็งผิดจาก เมืองต่าง ๆ ซึ่งน้ําท่วมโดยไม่มีการปัองกัน เช่น จังหวัดชัยภูมิ จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดอ่างทอง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งประสบปัญหาความเดือดร้อนจากอุทกภัย มาโดยตลอด แต่เมืองหาดใหญ่มันไม่ใช่ผู้บริหารเท่านั้นที่มองเห็นความสําคัญที่เปึน เมืองท่าสําคัญทางภาคใต้ เมื่อมีน้ําท่วมหาดใหญ่เมื่อป้ ๒๕๔๓ มีมูลค่าความเสียหาย ที่ประเมินแล้วประมาณ ๑๔,๐๐๐ ล้านบาท ประชาชนชาวเมืองได้รับความเดือดร้อน อย่างแสนสาหัส บ้านเรือนพังพินาศเสียหายมากมาย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเล็งเห็นว่าถ้าไม่ปัองกันเมืองนี้จะเดือดร้อนมากขึ้น จึงได้ทรงดําริให้กรมชลประทาน ในขณะนั้นหาวิธีปัองกันน้ําท่วมเมืองหาดใหญ่ กรมชลประทานจึงได้ทุ่มทุนอย่างมหาศาล เพื่อที่จะทําโครงการใหญ่ ๆ ในการขุดลอกคลองนอกเมืองหาดใหญ่ ๘ คลอง ซึ่งคลอง อะไรนั้นผมบอกให้ก็ได้ ก็มีคลองอู่ตะเภา คลองอู่ตะเภา แยก ๑ คลองอู่ตะเภา แยก ๒ คลองท่าช้าง-บางกล่ํา คลองแห คลองวาด คลองกล่ํา และคลองแหวะ อีกทั้งยังมี โครงการทําคลองระบายน้ํานอกเมืองอีกเพื่อที่จะให้น้ําไหลลงทะเลสาบสงขลาซึ่งถือว่า เปึนแก้มลิงใหญ่ที่สุด เหมาะที่สุดที่จะปัองกันน้ําท่วมได้อีก ๕ คลอง ระยะทาง ๔๒.๒๘ กิโลเมตร นั่นก็ได้แก่ คลอง ร. ๑ คลอง ร. ๓ คลอง ร. ๔ คลอง ร.๕ และคลอง ร. ๖ ซึ่งในขณะที่ทํานั้นอธิบดีกรมชลประทานซึ่งได้แก่นายสามารถ โชคคณาพิทักษ์ ได้ออกมา แจ้งต่อสื่อมวลชนว่าสามารถที่จะรับมือน้ําท่วมได้ และได้ตั้งโครงการที่ทําทั้งหมดที่ได้ กล่าวมาเบื้องต้นนั้นได้ทําเสร็จอย่างสมบูรณ์ ซึ่งน่าจะอุ่นใจได้แล้วว่าน้ําจะไม่ท่วม นอกจากนั้นก็ยังได้ติดตั้งโทรมาตรปัองกันภัยน้ําท่วม คือที่จะบอกได้ว่าน้ําจะมาภายในกี่นาที หน่วยกู้ภัยสามารถที่จะรับมือได้ภายในเท่าไร ภายใน ๕-๖ ชั่วโมงรับได้ ๕-๑๐ ชั่วโมง รับได้นะครับ นั่นก็คือสิ่งที่ทํา นอกจากนี้ยังมีโครงการขุดท่อลอดทางรถไฟที่สถานีรถไฟ บ้านดินลาด อําเภอบางกล่ํา เพื่อที่จะให้ทางขวางที่กีดกั้นทางน้ําอยู่นั้นให้น้ําไหลทะลัก ลงไปได้อย่างรวดเร็ว แต่ต่อมาในป้ ๒๕๔๘ ก็ยังมีน้ําท่วมอยู่ แต่ก็เสียหายไม่มากนักในตัวเมือง แต่ประชาชนก็เดือดร้อนนะครับ ครั้นต่อมาเมื่อป้ ๒๕๕๓ คือป้นี้ เมื่อเดือนพฤศจิกายน ที่ผ่านมา วันที่ ๑ วันที่ ๒ คงจําได้นะครับ เหตุมหาวิปโยคเกิดขึ้นกับเมืองหาดใหญ่อีกครั้งหนึ่ง กรมอุตุนิยมวิทยาได้เตือนแล้วว่าน้ําจะมาท่วมพื้นที่ราบต่ําอย่างรุนแรงภายในปลายเดือน ตุลาคม ทุกฝ์ายทางราชการได้เตรียมพร้อม ไม่ว่าท่านผู้ว่าราชการจังหวัดได้ประชุม หน่วยงานที่ขึ้นตรงทุกส่วนเตรียมพร้อม จนกระทั่งได้มีการออกมาย้ําโดยคุณดนัยวิทย์ สายบัณฑิต ผู้อํานวยการกรมชลประทานจังหวัดสงขลาออกมายืนยันบอกว่าเตรียมรับ พร้อมแล้วน้ําไม่มีท่วม แต่อย่างไรก็ตามนะครับ นอกจากนั้นการเตรียมรับความพร้อมตรงนี้ นอกจากจะมีโครงการที่ได้กราบเรียนมาแล้ว ทางหน่วยงานของจังหวัดสงขลายังได้ไป พร่องน้ําลงจากอ่างเก็บน้ํา ๓ อ่างเก็บน้ําด้วยกัน ได้แก่ อ่างเก็บน้ําคลองสะเดา อําเภอสะเดา อ่างเก็บน้ําคลองหลา และอ่างเก็บน้ําคลองจําไหร ที่อําเภอคลองหอยโข่ง ซึ่งมีการเก็บน้ํา อยู่ในเหนือคลองเต็ม ๆ อ่างนี่ ๘๐ ล้าน พร่องลงไป ๕๐ เปอร์เซ็นต์สามารถที่จะรับได้ตั้ง ๑๒๐ ลูกบาศก์เมตร นอกจากนั้นยังขุดคลองเพื่อให้น้ําไหลสะดวกลงไปสู่ทะเลสาบสงขลา การเตรียมการมีผู้เชี่ยวชาญ มีผู้ชํานาญการ มีผู้มีประสบการณ์ในการเผชิญภัยน้ําท่วม เตรียมพร้อมตลอด ๒๔ ชั่วโมง ผมทราบว่าได้ตั้งแจ้งเหตุภัยด่วนคือสายด่วน ๑๗๘๔ มีคนดูแลอยู่ตลอด ๒๔ ชั่วโมงเพื่อที่จะอพยพคนให้หนีน้ําได้ทันท่วงที แต่เดชะบุญครับ การเตือนภัยไร้ผลครับ ฝนตกพายุเข้าและตกกระหน่ําที่เทือกเขาสันกาลาคีรี ซึ่งเปึน เทือกเขาที่ทอดยาวจากจังหวัดตรังลงไปสู่มาเลเซียพาดผ่านจังหวัดสงขลานี้ด้วย ฝนตก ๓ วันที่บนเทือกเขานี้ได้ทะลักลงมาท่วมอ่างเก็บน้ําทั้ง ๓ อ่างที่พูดไปน้ําล้นครับ ไหลลงมาสู่คลองตะเภา เรื่อยลงมาท่วมอําเภอหาดใหญ่ภายในวันที่ ๑-๒ เทศบาล ชักธงแดงแจ้งภัยให้ขนย้ายประชาชนและทรัพย์สินหนีจากน้ําท่วมไม่ทันครับ เหตุมันเกิด จากอะไรครับ เหตุมันเกิดจากเขาสันกาลาคีรีนี้ฝนตก ๓ วัน พื้นที่บนภูเขาถูกบุกรุกครับ ถูกทําสวนยาง ทางน้ําธรรมชาติเสียสมดุล น้ําแทนที่จะเก็บได้บนต้นน้ําลําธารนั้น ไม่สามารถที่จะเก็บได้ ป์าธรรมชาติไม่สามารถที่จะซับน้ําตามธรรมชาติที่มีอยู่ตามปกติได้ น้ําจึงไหลทะลักลงมาอย่างรวดเร็วท่วมอําเภอหาดใหญ่ โครงการนี้เปึนโครงการตามกระแส พระราชดําริซึ่งทําได้เสร็จสิ้นแทนที่จะปัองกันน้ําท่วมได้ ผมต้องโทษว่าเนื่องจากการละเลย และการบริหารจัดการของภาครัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท้องถิ่นและตัวท่านนายกรัฐมนตรี สนใจเรื่องนี้น้อยเกินไป จึงทําให้ความเดือดร้อนเสียหายตกอยู่กับคนหาดใหญ่ จังหวัดสงขลาซึ่งเปึนญาติพี่น้องของผม

ผมจึงอยากจะกราบเรียนถามคําถามแรก ท่านนายกรัฐมนตรีท่านจะมี มาตรการเพิ่มเติมอย่างไร มีโครงการอะไรที่จะปัองกันอําเภอหาดใหญ่ไม่ให้น้ําท่วมอีกต่อไป ผมขอถามคําถามแรกครับ