อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หารือเรื่องการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม โดยแนะนำหลักเกณฑ์การช่วยเหลือที่จะปรับให้เหมาะสมกับความเป็นจริง เช่น การช่วยเหลือเกษตรกร โดยให้การช่วยเหลือประมาณ 55% ของต้นทุน และยอมรับว่าอาจจะมีพื้นที่ที่มีรายละเอียดที่แตกต่างกัน และมีความจำเป็นที่จะต้องปรับหลักเกณฑ์ให้เหมาะสม
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ขออนุญาตตอบกระทู้ถามสั้น ๆ นะครับ ตามหลักการกว้าง ๆ ที่ทางผู้ตั้งกระทู้ถามได้สอบถาม
ในส่วนของทรัพย์สิน การเยียวยาเบื้องต้น ๕,๐๐๐ บาท ก็จะมีหลักเกณฑ์ ซึ่งได้มีการประกาศไปแล้ว แต่ว่ารัฐบาลตระหนักดีนะครับว่าจะมีหลายพื้นที่ซึ่งมีรายละเอียด ที่แตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเปึนกรณีที่เหตุน้ําท่วมอาจจะเกิดขึ้นก่อนวันที่มีการกําหนด หรืออาจจะมีการโต้แย้งว่าน้ําท่วมขังเปึนเวลานานเท่าไร หรือตรวจสอบกันว่า น้ําท่วมเฉียบพลันหรือไม่ อย่างไร แต่อย่างไรก็ตามก็อยากจะกราบเรียนว่ารัฐบาลจะมี ความยืดหยุ่น แล้วก็จะมีการปรับหลักเกณฑ์ตามที่มีความจําเปึนในการที่จะช่วยเหลือ พี่น้องประชาชนที่ได้รับความเสียหายในเรื่องของทรัพย์สินจริง ๆ ยกตัวอย่างเช่น เมื่อวันอังคารที่ผ่านมากรณีของหลายจังหวัดในภาคใต้ไม่เข้าเกณฑ์ เพราะว่า ความเสียหายนั้นไม่ได้เกิดขึ้นจากน้ําท่วมแต่เกิดขึ้นจากพายุ อย่างนี้ก็จะมีการปรับเกณฑ์ให้ เช่นเดียวกัน ก็เริ่มมีการร้องเรียนเข้ามาว่าที่อยู่อาศัยซึ่งอาจจะไม่ได้ถูกน้ําท่วมโดยตรง แต่ถูกตัดขาด ทําให้การใช้ชีวิตไม่เปึนปกติ อะไรต่าง ๆ เหล่านี้ ซึ่งก็ต้องขอเรียนว่า คงเปึนไปได้ยากที่รัฐบาลจะสามารถกําหนดหลักเกณฑ์ได้ครอบคลุมทั้งหมดตั้งแต่ต้น แต่ว่าเมื่อมีข้อเท็จจริงแต่ละพื้นที่มาก็จะมีการพิจารณาให้ แล้วก็จะมีการพิจารณา เพื่อที่จะเพิ่มความยืดหยุ่นต่อไป แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ไม่ต้องการให้ไปกระทบกับความรวดเร็ว ในการจ่ายเงิน ซึ่งตรงไหนที่เข้าหลักเกณฑ์แล้วก็จะดําเนินการไปก่อน ผมยกตัวอย่าง เช่นว่าผมเดินทางไปที่จังหวัดนครสวรรค์ก็มีการจ่ายเงิน ๕,๐๐๐ บาท ในชุมชนนั้น ก็มี ๕๐๐ กว่าครัวเรือนมารับในวันนั้น แต่ทันทีก็มีการร้องเรียนว่าอาจจะตกสํารวจไปอีก ถึง ๒๐๐ ครัวเรือน อันนี้ก็จะมาพิจารณากันอีกทีหนึ่ง อันนี้เปึนหลักการกว้าง ๆ ส่วนในแง่ของ ที่อยู่อาศัยนั้นจะมีระเบียบที่เราใช้อยู่แล้วของกระทรวงมหาดไทยที่จะช่วยเหลือกรณี เสียหายทั้งหลัง ๓๐,๐๐๐ บาท กรณีเสียหายบางส่วนตามความเปึนจริงไม่เกิน ๒๐,๐๐๐ บาท แต่ว่าขณะเดียวกันก็กําลังจะเข้าไปดูว่าจะสามารถดําเนินการในการเข้าไปช่วยเหลือ โดยอาศัยหน่วยงานรวมทั้งภาคเอกชนอย่างไร ผมเดินทางไปจังหวัดปัตตานีเมื่อวานนี้ ก็มีกรณีที่ทหารช่างเข้าไปดําเนินการให้ อย่างนี้เปึนต้น เปึนกรณีพิเศษ บางพื้นที่กระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ก็อาจจะเข้าไปทําได้ในลักษณะของ บ้านมั่นคง อย่างนี้เปึนต้น แล้วก็อาจจะมีกรณีของภาคเอกชน ซึ่งขณะนี้แสดงความจํานง ที่จะเข้ามาช่วยเหลือเช่นในเรื่องวัสดุก่อสร้าง ซึ่งขณะนี้คณะรัฐมนตรีก็กําหนดให้ แต่ละจังหวัดซึ่งจะมีจังหวัดที่นําร่องไปได้ตั้งกลไกขึ้นมาเพื่อประสานงานกับภาคเอกชน เพื่อดูแลในเรื่องนี้ แม้กระทั่งบริษัทที่ทําการก่อสร้างนี่ก็อาจจะเข้าไปดําเนินการด้วย อีกทางหนึ่งนะครับ
ส่วนกรณีของความเสียหายที่เกิดขึ้นกับการประกอบอาชีพและเรื่องของเกษตร เช่นเดียวกันจะมีระเบียบในเรื่องของอุปกรณ์ที่ใช้ในการประกอบอาชีพซึ่งได้รับการช่วยเหลือ อยู่แล้ว
ส่วนกรณีของเกษตรนั้น หลักง่าย ๆ ก็คือเรามีการปรับเกณฑ์เพื่อที่จะ ช่วยเหลือให้สอดคล้องกับความเปึนจริงมากขึ้น เกณฑ์ดังกล่าวก็คือเรื่องของการให้ การช่วยเหลือประมาณร้อยละ ๕๕ ของต้นทุนที่ทําให้การชดเชยในเรื่องของข้าว ที่ยกเปึนตัวอย่างว่าจาก ๖๐๐ บาทก็เพิ่มมาเปึน ๒,๐๐๐ กว่าบาทอย่างนี้เปึนต้น แล้วก็จะใช้หลักเกณฑ์เดียวกันในการคํานวณในการชดเชยกรณีของยางก็คือร้อยละ ๕๕ ของต้นทุน อย่างนี้เปึนต้น
ส่วนกรณีของประมงจะเอาแนวทางที่เปึนเกณฑ์ในช่วงสึนามิเข้ามา ซึ่งก็จะเปึน การเพิ่มแล้วก็น่าจะช่วยเหลือได้เช่นเดียวกับเรื่องของปศุสัตว์นะครับ ซึ่งคณะรัฐมนตรี ก็เพิ่งมีมติไปเช่นเดียวกันให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เร่งไปดูนะครับ
โดยสรุปก็อยากจะกราบเรียนว่าเราได้พยายามปรับหลักเกณฑ์ต่าง ๆ เพื่อที่จะให้การช่วยเหลือนี่มันมีความใกล้เคียงกับความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นจริงมากขึ้น ในทุกกรณี แล้วก็ทราบดีว่าหลักเกณฑ์ต่าง ๆ นี่ในรายละเอียดจะมีปัญหามากในทางปฏิบัติ เพราะว่าแต่ละพื้นที่แต่ละเรื่องก็จะมีรายละเอียดไม่เหมือนกัน แต่ว่าทางศูนย์ก็พร้อมที่จะรับ เรื่องร้องเรียนตามข้อเท็จจริงต่าง ๆ เข้ามา แล้วก็คณะรัฐมนตรีก็จะมีการปรับหลักเกณฑ์ ตามความเหมาะสมต่อไปครับ